xs
xsm
sm
md
lg

“น้ำหวาน” ถ้าไม่สุดจริงคงไม่หลุดขนาดนี้!! “นาวินต้าร์” มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เป็นประเด็นอยู่ตลอดเวลากับครอบครัวของ “ไฮโซน้ำหวาน พัสวี” และสามีแห่งชาติ “นาวินต้าร์” ทำหลายคนเข้าใจไปแล้วว่านี่คือการตลาดของครอบครัวนี้? แต่ภายใต้การตลาดนั้นก็ดูจะมีเรื่องจริงอยู่เหมือนกัน และภายใต้เรื่องราวนี้มีผู้หญิงมายมายที่มีประสบการณ์เดียวกันกับน้ำหวาน ออกมาแสดงความเห็นใจ และซัปพอร์ตใจผู้หญิงที่อาจจะดูเป็นนางมารร้ายคนนี้

“ไฮโซน้ำหวาน-ดร.ต้าร์” อินโทรเวิร์ต VS เอ็กซ์โทรเวิร์ต
จากไลฟ์สดที่ทะเลาะกันเห็นได้ชัดถึงความแตกต่างของครอบครัวที่เติบโตมา น้ำหวานมาจากครอบครัวเอ็กซ์โทรเวิร์ต เป็นมิตรกับคนอื่นได้ง่าย เป็นคนใจเย็น ทุ่มให้เต็มที่ ดูแลทุกคน ส่วนนาวิน ต้าร์ มาจากครอบครัวอินโทรเวิร์ต ที่แต่ละคนมีพื้นที่ของตัวเอง มาจากครอบครัวที่ไม่ยืมเงินใคร และไม่ให้ใครยืมเงิน ที่ยืมเงินไปก็ต้องคืน โตมาจากการเลี้ยงดูตัวเอง ไม่ยุ่งกับคนอื่น

พอมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง น้ำหวานรู้สึกกว่าพฤติกรรมของครอบครัวนาวินต้าร์ดูไม่น่ารัก แต่ด้วยนิสัยใจใหญ่ สายเปย์ กลับถูกมองว่าก็น้ำหวานเป็นคนอยากให้เอง โดยที่ไม่ได้ร้องขอ การที่ครอบครัวนาวินต้าร์ไม่ได้ให้น้ำหวาน นั่นก็เป็นสิทธิ์ของครอบครัวนาวินต้าร์เหมือนกัน เพราะที่เขาไม่ให้มันคือลักษณะอุปนิสัย มายเซตเขาเป็นแบบนั้น เขาพอใจที่จะดูแลตัวเอง มีนิสัยไม่ยุ่งกับใคร ไม่เอาเปรียบใคร แต่เขาอยากจะดูแลแค่ส่วนของตัวเองเท่านั้น ไม่รบกวน และไม่เป็นภาระใคร

“น้ำหวาน” ทำไมสลิ้งแตก “นาวินต้าร์” ทำไมนั่งบื้อ
ในวันที่น้ำหวาน-นาวินต้าร์เป็นครอบครัวเดียวกัน ทั้งคู่แบ่งหน้าที่กันชัดเจน โดนให้น้ำหวานเป็นเมนหลักในการหาเงิน ทำงาน ส่วน นาวินต้าร์เป็นพ่อบ้านดูแลลูก และงานส่วนอื่นต่อจากน้ำหวาน

ความน่ารักของน้ำหวานนอกจากเป็นคนใจใหญ่แล้ว น้ำหวานเป็นคนที่ปกป้องคนที่รัก จากเรื่องราวเก่าๆใครว่านาวินต้าร์หรือครอบครัวนาวินต้าร์ น้ำหวานก็จะจัดเต็มปกป้องเต็มที่ น้ำหวานจึงคาดหวังว่าคนอื่นๆจะปกป้องตัวเองในแบบเดียวกัน คาดหวังว่าจะได้รับความรักจากคนที่ตัวเองรักและใจกว้างเหมือนตัวเอง เมื่อไม่เป็นดั่งใจแต่ก็ยังเก็บและอดทนเอาไว้ จนเกิดความรู้สึกเกินใจจะอดทน จึงเกิดเหตุการณ์บานปลายตามที่เห็น

ส่วนนาวินต้าร์ ที่คนรู้สึกสงสาร ทำไมนั่งบื่อยอมให้เมียมาด่าว่าครอบครัวตัวเองได้ขนาดนั้น มีนักจิตแพทย์วิเคราะห์อาการนาวินต้าร์ไว้ว่า อาจเป็นเพราะชีวิตที่ผ่านมาของนาวินต้าร์ไม่เคยได้รับความรักมากมายแบบนี้มาก่อน แม้จะดูปากร้าย บงการทุกอย่าง แต่น้ำหวานสู้เพื่อสามีเต็มที่ ไม่ยอมให้สามีถูกเอาเปรียบจากใคร และด้วยเป็นคนเป๊ะคนเครียด การที่น้ำหวานที่เป็นสายเปย์ สายจัดการทำให้นาวินต้าร์รู้สึกเป็นปลอดภัย ได้รับความรักและการปกป้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเองไม่เคยได้รับสิ่งนี้มาก่อน ทำให้นาวินต้าร์ถูกมองว่าเป็นคนที่ยอมน้ำหวาน ซึ่งจริงๆตอนที่เขารักกันดี อาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นก็ได้

และมีผู้ที่เจอประสบการณ์เดียวกันกับน้ำหวาน ออกมาเล่าว่าทำไมถึงเลือกจะไลฟ์สดประจานครอบครัวสามี ก็เพราะเธออยากให้ทุกคนได้รู้ว่าเธอต้องเจอและอดทนกับอะไรมาบ้าง

คนที่น่าสงสารที่จุดคือ “น้ำหวาน”
หลังจากคลิป “น้ำหวาน-นาวินต้าร์” ทะเลาะกันแพร่ไปทั่วโซเชียล แน่นอนว่าน้ำหวานโดนถล่มต่อว่า แต่ก็มีชาวเน็ตไม่น้อยที่เห็นใจและเข้าใจน้ำหวาน เพราะต่างก็เคยอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับน้ำหวานหลายครอบครัว

“หมอเบ็นซ์ มาสเตอร์พีช” ครีเอเตอร์ชื่อดังในติ๊กต๊อกได้เล่าในมุมมองแพทย์ในสถานการณ์นี้คนที่น่าสงสารที่สุดคือ น้ำหวาน งานวิจัย Love Lab Gottman ศึกษาการทะเลาะกันของคู่แต่งงานหลายพันคู่ สรุปออกมาได้ 4 พฤติกรรม ถ้ามีให้เห็นโอกาสที่จะเกิดการหย่าร้าง 90-94%

4 พฤติกรรมที่ถูกเรียกว่า Four Horsemen คือ
1. Criticism โจมตี ตัวตนหรือบุคลิกของคู่รัก แทนที่จะพูดถึงพฤติกรรมเฉพาะเรื่อง
2. Contempt แสดงความดูถูก เหยียด หยาม ประชดประชัน
3. Defensiveness ตั้งรับ ปัดความผิด โต้กลับ หรือทำตัวเป็นเหยื่อ
4. Stonewalling ปิดกั้น ถอบตัว ไม่ตอบสนองทางอารมณ์

การที่นาวินต้าร์นิ่งเฉยไม่ใช่ว่าหนีปัญหา แต่มันคือการโอเว่อร์โหลดของอารมณ์ ไม่ไหวแล้วไม่รู้จะคุยอะไรด้วยแล้ว ถ้ามีการดูถูกเหยียดหยาม เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการหย่าร้างมากที่สุด

หากทะเลาะกันด้วยความรุนแรง พาดพิงคนในครอบครัวอีกฝ่าย งานวิจัยบอกว่าให้แยกกัน 20 นาที หรือจับชีพจรจนกว่าจะเหลือ 100 ครั้งต่อนาทีค่อยกลับมาคุยกัน โอกาสที่จะคุยกันรู้เรื่องมีมากขึ้น

ใดๆเชื่อว่า น้ำหวาน-นาวินต้าร์ มีความรักที่ลึกซึ้งต่อกันจะไม่มีใครหรือสิ่งใดมาเป็นอุปสรรคกับความรักของทั้งคู่ได้