xs
xsm
sm
md
lg

ถกสนั่นไต้หวัน! ผกก.หญิงใช้อสุจิน้องชายเพื่อตั้งครรภ์ เข้าข่ายร่วมประเวณีในเครือญาติหรือไม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้กำกับหญิงถูกถล่ม “ยืมอสุจิน้องชายตั้งครรภ์” ถูกกล่าวหาเป็นการร่วมประเวณีในเครือญาติ เจิงเพ่ยอวี๋ออกโรงหนุนรอบสอง ชี้กฎหมายเจริญพันธุ์ล้าหลังเกินไป

ผู้กำกับหญิง “หงเชียนหาน” ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน เพิ่งปรากฏตัวในงานประกาศรางวัล Taipei Theatre Awards ครั้งที่ 2 พร้อมเปิดเผยว่า เธอและคู่รักเพศเดียวกัน “เจิงรุ่ยเสวียน” วางแผนมีบุตรด้วยความช่วยเหลือจากคนในครอบครัว โดยให้น้องชายของหงเชียนหานเป็นผู้บริจาคอสุจิ ใช้ไข่ของเจิงรุ่ยเสวียน ก่อนนำตัวอ่อนไปฝังและให้หงเชียนหานเป็นผู้ตั้งครรภ์

หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ บางส่วนถึงขั้นกล่าวหาว่าเป็น “การร่วมประเวณีในเครือญาติ” ทำให้นักแสดงสาว “เจิงเพ่ยอวี๋” ออกมาโพสต์ข้อความยาวปกป้องทั้งคู่ พร้อมเรียกร้องว่า “เลิกใช้ชีวิตอยู่ในยุคโบราณได้แล้ว” โดยมองว่ากฎหมายและนโยบายด้านการมีบุตรของไต้หวันไม่สอดคล้องกับความต้องการของสังคมยุคปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม เจิงเพ่ยอวี๋ไปร่วมงานแถลงข่าวละครเวทีเรื่อง Urban Renewal Men and Women และถูกถามถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง เธอยังคงยืนยันจุดยืนเดิม โดยระบุว่าสิ่งที่พูดออกไปเกิดจากความรู้สึกที่มีต่อเรื่องนี้อย่างแท้จริง

เจิงเพ่ยอวี๋  นักแสดงสาวที่ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุน พร้อมชี้ว่ากฎหมายด้านการเจริญพันธุ์ของไต้หวันล้าหลัง
เจิงเพ่ยอวี๋เล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Daughter’s Daughter ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับคู่รักหญิงรักหญิงที่ใช้ไข่ของฝ่ายหนึ่งผสมกับอสุจิจากผู้บริจาค ก่อนให้อีกฝ่ายเป็นผู้ตั้งครรภ์ ทำให้ทั้งสองคนสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการให้กำเนิดลูกได้

“ตอนที่ดูฉันคิดเลยว่า โอ้พระเจ้า มันโรแมนติกมาก” เธอกล่าว พร้อมบอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เธอได้เห็นมุมมองใหม่เกี่ยวกับการมีครอบครัว

เจิงเพ่ยอวี๋กล่าวต่อว่า กรณีของผู้กำกับหงเชียนหาน เป็นการขออสุจิจากน้องชายมาผสมกับไข่ของคู่รัก แล้วให้หงเชียนหานเป็นผู้ตั้งครรภ์และให้กำเนิดเด็กด้วยตัวเอง

“เธอไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับน้องชาย เรื่องนี้จึงไม่ใช่การร่วมประเวณีในเครือญาติ ไม่ว่าจะมองจากมุมทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ก็ตาม”

นักแสดงสาวยังชี้ว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาอัตราการเกิดต่ำ ขณะที่สังคมและเทคโนโลยีก็พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง การตั้งครรภ์ด้วยวิธีดังกล่าวจึงถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการนำชีวิตใหม่มาสู่โลก

อย่างไรก็ตาม เธอมองว่ากฎหมายด้านการเจริญพันธุ์ของไต้หวันยังคงล้าหลังและมีแนวคิดแบบชายเป็นใหญ่อยู่มาก โดยข้อกำหนดทางกฎหมายจำนวนไม่น้อยยังให้ความสำคัญกับสิทธิความเป็นเจ้าของของผู้ชาย และมอบอำนาจในการตัดสินใจหลายด้านไว้กับฝ่ายชาย

“มันทำให้ผู้หญิงรู้สึกราวกับว่ามดลูกไม่ได้เป็นของเราเอง เราไม่สามารถเลือกได้ด้วยตัวเอง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฉันรู้สึกว่าต้องออกมาพูด”

เจิงรุ่ยเสวียน  คู่รักของผู้กำกับหงเชียนหาน และเป็นผู้ให้ไข่ในกระบวนการมีบุตร