แผนควบรวมกิจการครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง พาราเมาท์ สกายแดนซ์ และ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี ต้องสะดุดในช่วงโค้งสุดท้าย หลังศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับดีลชั่วคราว ท่ามกลางความกังวลว่าอาจละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด ขณะที่ความล่าช้าอาจทำให้พาราเมาท์ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์
ดีลเทกโอเวอร์มูลค่าราว 108.4–110 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมฮอลลีวูดครั้งใหญ่ เดิมมีกำหนดปิดการซื้อขายภายในสัปดาห์นี้ แต่ล่าสุดผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งให้หยุดกระบวนการไว้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังหลายรัฐยื่นคัดค้านว่า การรวมตัวของสองบริษัทยักษ์ใหญ่อาจกระทบการแข่งขันในตลาดสื่อและบันเทิง
ผู้พิพากษา อาราเซลี มาร์ติเนซ-โอลกิน ระบุว่า คดีของฝ่ายรัฐมีแนวโน้มประสบความสำเร็จ และมีประโยชน์ต่อสาธารณะ อีกทั้งหากปล่อยให้ดีลเสร็จสิ้นก่อนการพิจารณา อาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากจะแก้ไขในภายหลัง
ศาลมีกำหนดเปิดการไต่สวนอีกครั้งในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ที่เมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อพิจารณาว่าควรสั่งระงับดีลต่อไปจนกว่าคดีเต็มรูปแบบจะแล้วเสร็จหรือไม่ โดยมี 12 รัฐ รวมถึงแคลิฟอร์เนีย ร่วมกันคัดค้าน และต้องการให้มีการพิจารณาคดีในเดือนเมษายนปีหน้า
หากศาลมีคำสั่งยืดเวลาระงับ พาราเมาท์มีแนวโน้มยื่นอุทธรณ์ แต่คำตัดสินจากศาลชั้นอุทธรณ์อาจต้องรอจนถึงปลายปีหรือหลังจากนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้บริษัทหวังปิดดีลได้เร็วที่สุดในวันพุธ หลังหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปถูกคาดหมายว่าจะอนุมัติการควบรวม
ความล่าช้ายังอาจสร้างภาระทางการเงินมหาศาล เนื่องจากหากดีลไม่สามารถปิดได้ภายในเดือนกันยายน พาราเมาท์จะต้องจ่ายค่าปรับล่าช้าให้ผู้ถือหุ้นของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี ราววันละ 7 ล้านดอลลาร์
หากกระบวนการถูกยืดออกไปจนถึงการพิจารณาคดีในเดือนเมษายน ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอาจพุ่งเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ตามการประเมินของสื่อการเงิน ขณะที่สมาคมนักเขียนแห่งอเมริกายังออกมาคัดค้านดีลนี้ โดยมองว่าจะลดการแข่งขันในตลาดการจ้างงานนักเขียนภาพยนตร์และโทรทัศน์
พาราเมาท์บรรลุข้อตกลงซื้อกิจการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หลังเอาชนะเน็ตฟลิกซ์ในการแข่งขันเสนอราคาที่ดุเดือด หากดีลดังกล่าวสำเร็จ จะเป็นการรวมสองสตูดิโอระดับตำนานซึ่งครอบครองแฟรนไชส์และภาพยนตร์ชื่อดัง ตั้งแต่ Casablanca, Harry Potter ไปจนถึง Mission: Impossible
นอกจากนี้ พาราเมาท์ยังจะได้ครอบครองสินทรัพย์สำคัญจำนวนมาก ทั้งเครือข่ายข่าว CNN และ CBS บริการสตรีมมิง HBO Max รวมถึงช่องเคเบิลอีกหลายสิบช่อง ส่งผลให้หน่วยงานรัฐกังวลว่า บริษัทใหม่หลังการควบรวมอาจมีอำนาจต่อรองและอิทธิพลในอุตสาหกรรมสื่อมากเกินไป.


