“ต้าห์อู๋” ยอมเป็นเดอะแบก เป็นช้างเท้าหน้า เผยทำงานหนักยกรายได้ 80% ให้ครอบครัว ส่วนตัวเองใช้แค่ 20% พร้อมย้ำจุดยืนไม่ขึ้นราคาโกโก้แม้ต้นทุนพุ่ง บอกโตมาจากงานวัด เข้าใจหัวอกคนซื้อดี
ถือว่าเป็นช่วงขาขึ้นของนักร้อง-นักแสดงหนุ่ม “ต้าห์อู๋ พิทยา แซ่ฉั่ว” มากๆ ออกงานไม่เว้นแต่ละวัน งานนี้เจ้าตัวบอกว่าที่ทำงานหนักเพราะครอบครัวมีแต่ผู้สูงอายุ ทุกวันนี้ทำงานเก็บเงิน 80% ให้ครอบครัว เพราะไม่เคยยึดติดกับงานในวงการ เข้าใจสัจจธรรมดีว่ามีขึ้นก็ต้องมีลง
“ตอนนี้เป็นช่วงที่เรียกว่าเก็บเกี่ยวชีวิตเพื่อที่จะดูแลคุณพ่อคุณแม่ครับ เก็บเงินไว้ในใจครับ เก็บไว้ส่วนหนึ่ง 80% ให้ครอบครัวครับ ในอนาคตให้เขาได้มีชีวิต เพราะว่าที่บ้านคือผู้สูงอายุเยอะ หม่าม้าก็ 66-67 แล้ว พี่สาวผมก็ 43-44 แล้ว แก่ไหมล่ะ เฮ้ย โตไหมล่ะ ก็อีก 20% ไว้ให้ตัวเองครับ ให้ดูแลตัวเอง เดอะแบกครับ ช้างเท้าหน้า แต่ภูมิใจ มีความสุขมากทุกวันนี้ที่ได้มีแรง ออกมาทำงานแต่ละวันคือก็มีเรื่องนั้นตั้งไว้ในใจครับ พระที่บ้าน ส่วนที่เหลือก็คือได้มาเจอแฟนคลับ มามีความสุขได้เจอพี่ๆ
80% ให้ครอบครัวก็เก็บเอาไว้ คือเราไม่ได้ยกให้นะ เพราะว่าเราก็บริหารเงินเอง ลงทุนเอง เผื่อไว้ยามฉุกเฉินเพราะว่าเราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าวงการบันเทิงมันก็เป็นเรื่องไปไวมาไว แล้วก็เป็นเรื่องของกระแส แล้วผมเชื่อว่าทุกอย่างมันมีขึ้น แล้วก็มีลง สุดท้ายในวงการบันเทิงผมขอแค่ให้ผมได้ร้องเพลงก็คือพอแล้ว แต่ถ้ามาคิดว่าตัวเองจะมีงานแบบนี้ตลอดไปไหม มันเป็นเรื่องสัจธรรมอยู่แล้ว วันนี้ผมมีคนมาหามากมาย เดี๋ยววันนึงคนที่มาหาผมก็จะต้องแก่ตัวลงไปทุกคน แฟนคลับก็อาจจะหมดแรง ใช้แรงในการเชียร์หน้าจอเอา มันเป็นเรื่องปกติ ก็เลยค่อนข้างที่จะใส่ใจเรื่องอนาคตตัวเองครับ
ไม่ยึดติด เพราะว่าสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวผมไปร้องเพลง มันก็จอยอยู่ตรงนั้นแหละ ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องดังเปรี้ยงปร้าง คืออาจจะมาจากจุดที่เราไม่ได้อยากดังมาตั้งแต่แรกด้วยแหละ หมายถึงว่าเราก็ไม่ได้คิดว่าเราจะมาจุดนี้ เราแค่พัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ”
บอกไม่ขอขึ้นราคาสินค้า เกิดมาจากงานวัด ที่ขายอยู่ก็ถือว่าแพงแล้ว
“ตอนนี้เดี๋ยวมีให้เห็นอะไรใหม่ๆ ครับ มันเป็นการร่วมงานกันที่มันเป็นอีกสเตจนึงของชีวิตเหมือนกันนะ ที่เราก้าวไปเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วได้ไปดีลงานใหญ่ๆ มาบ้าง เดี๋ยวมันก็จะเริ่ม ขยับขยายไปเรื่อยๆ ก็ลองมองดูเรื่องการลองทำงานกับร้านค้าใหญ่ๆ ไว้ ก็เดี๋ยวมันคงเป็นจุดนึงที่ได้เข้าไปเรียนรู้ใน as a business, as an entrepreneur แล้วก็ได้ทำงานกับองค์กรที่เขาทำธุรกิจจริงๆ แล้วก็ตอนนี้เราเห็นแล้วว่าแฟนคลับกินโกโก้ค่อนข้างเยอะ จริงๆ ก็อยากหาอะไรสุขภาพดีให้ทุกคนได้กินบ้าง แต่ว่าขออุบไว้ก่อน ยังบอกไม่ได้ แต่รับรองว่าอันนี้คือของโปรดที่ทุกคนเคยกินกันอยู่แล้วแน่นอน
ส่วนตอนนี้เทรนด์ของดีต้องราคาแรง ผมว่าสุดท้ายแล้วอยู่ที่วิธีการขายและความเชื่อของแต่ละคน เพราะว่าผมขายตามงานวัดซะส่วนใหญ่ โตมาจากงานวัด อยู่กับโรงงิ้ว สำหรับผมแค่นี้ก็แพงแล้วนะ คือผมเป็นเด็กคนนึงที่โตมากับ 5 บาท 10 บาท เพราะฉะนั้นผมเข้าใจการที่เราถือเงิน แบงก์ 1 ใบหรือบางทีเป็นเหรียญเข้าไปกินสิ่งที่เราอยากกิน บางคนกินไม่หมดด้วยซ้ำ ผมว่าสุดท้ายแล้ว ผมทำสิ่งที่มันอร่อยที่สุด คุ้มค่าที่สุด ในราคาที่มันโอเคที่สุดแหละ
อยากจะขึ้นค่าวัตถุดิบ ขึ้นราคาบ้างไหม ตอนนี้ยังไม่คิดครับ ผมพยายามที่จะให้ในเรื่องของราคาเป็นปัจจัยสุดท้ายที่จะขึ้น ถ้ามันประหยัดในเรื่องอื่นไปได้ก็ประหยัดไปก่อน หรือว่าถ้ายังทนในเรื่องบางส่วนได้ก็ยังทนไปก่อน เพราะว่าอย่างช่วงล่าสุดมันมีสงคราม การขนส่งพลาสติกเองก็ขึ้น น้ำมันก็ขึ้น เพราะฉะนั้นต้นทุนทุกอย่างขึ้นหมดเลย ผมก็จะไปลดอย่างอื่นแทน แต่โกโก้ราคาแพงนะครับทุกคน (หัวเราะ) อยากจะกรี๊ดมาก แต่เราไม่อยากผลักภาระให้ลูกค้า จริงๆ มันแล้วแต่มุมมองการทำธุรกิจเนอะ มันแล้วแต่คนเลย อย่างเราเอาลูกค้าแล้วกัน คืออยากให้ทุกคนได้เข้าถึง อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าร้านต้าห์อู๋”
บอกการรักษามาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเอาชื่อเสียงไปแลก
“แต่สินค้านำเข้าล็อตพิเศษมาเดี๋ยวมีๆ ทำไปเรื่อยๆ ครับ คือเราเป็นดารานานเนอะ คนก็จะมองว่าเราทำอะไรออกมาได้ง่าย แต่ว่าสิ่งนั้นมันก็เป็นบรรทัดฐานหรือมาตรฐานที่ทำให้เราต้องรักษามาตรฐานของกินไว้ คือพอยิ่งเรามีชื่อเสียงเป็นหลักประกัน เพราะฉะนั้นการทำอะไรต่างๆ ไปมันยิ่งต้องรอบคอบ แล้วก็ยิ่งระวัง ไม่งั้นมันก็เทรดกับชื่อเสียงที่เราสร้างมาอีก ถึงแม้ว่าเราจะทำกันคนละหน้าที่ คนละบทบาท อย่างน้อยเรียนเอกธุรกิจเกษตรมา ก็พยายามจะทำมันออกมาให้ดีที่สุดแล้วกัน
แล้วเจอกันปลายปีนี้องค์พระกาชาด เจอกันแน่นอน ก็ต้องประมูล อันนี้ก็ต้องสู้เหมือนกัน เราไม่มีเส้นไม่มีสายนะทุกคน ก็สู้ด้วยตัวเอง ก็ขอบคุณพี่ๆ พาร์ตเนอร์ พี่ๆ ร้านที่เขาเอ็นดูเรา พี่ๆ ร้านที่เขาคอยให้ความรู้เรา เขาพาเราไปแนะนำว่าไปนั่นสิ ไปนี่สิ เตรียมงบไว้ประมาณไม่เยอะหรอก เดี๋ยวไปดูวันประมูล แต่ผมอยากจะไปบู๊ประมูลอีกสักที่นึง มันมีที่นึงน่าไปมากเลย คือยกมือสู้กันตรงนั้นเลย แต่กลัวโดนต่อยเหมือนกัน แต่ถ้าเอาตามคาแรกเตอร์ในหนังไม่น่ารอดกลับกรุงเทพฯ (หัวเราะ)”


