“ครูทราย” ร่ำไห้ใจสลาย สามีแน่นหน้าอกร้าวลงแขนไปหาหมอ วินิจฉัยพลาด ซ้ำด่าเมียประสาทให้แยกห้องนอน ก่อนกลับบ้านเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในวันเดียวกัน ทิ้งลูกน้อยวัยขวบครึ่งไว้ข้างหลัง ครูทรายเผยหมอไม่มีท่าทีสลด กลับยิ้มตอนเผชิญหน้าเคลียร์ ใจสลายที่สุดตอนให้รักษากลับไปรักษา แต่กลับให้ตนบอกให้ปล่อยเขาไปในนาทีสุดท้ายชีวิต อัดใจร้ายมาก เข้าใจคนด่าบีบน้ำตา แต่ทำเพื่อให้ลูกรู้ว่าแม่สู้เพื่อพ่อที่สุดแล้ว “นพ.วีระศักดิ์” สะเทือนใจ กลั้นน้ำตาไม่อยู่
กรณี “ฟูม” สามีของ “ครูทราย” น.ส.เบญญาภรณ์ พานเพชรเสียชีวิต ทั้งที่เข้ารักษาอาการแน่นหน้าอก เจ็บร้าวลงแขน ที่โรงพยาบาลซานคามิลโล อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แต่แพทย์ประเมินว่าเป็นแพนิกหรือความเครียด และปฏิเสธการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซ้ำด่าครูทรายประสาท ให้กลับไปแยกห้องนอนกับสามี ก่อนที่ฟูมจะกลับบ้านและเสียชีวิตในวันเดียวกันด้วยภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ
ล่าสุดรายการโหนกระแส วันที่ 20 ก.ค. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์ ครูทราย มาพร้อม ณิชชา มีสุขคุณแม่ผู้เสียชีวิต , รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มศว. , ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานอนุกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ครูทรายรู้จักและแต่งงานสามีนานแค่ไหน?
ครูทราย : คบกัน 13 ปี แต่งงานอยู่กินกัน 2 ปี แต่เหมือนอยู่กินฉันท์สามีภรรยา แล้วมาแต่งงานกันทีหลัง เพิ่งมีทายาท ลูกขวบครึ่งพอดีค่ะ
คุณฟูมมีอาการไม่สบายอะไรมั้ย?
ครูทราย : เขาไม่ค่อยมีอาการ เขาเป็นคนอดทน ปกติคนป่วยจะเป็นตัวทราย ป่วยตลอดเวลา แต่ฟูมไม่เคยป่วย นานๆ ทีจะป่วยหนัก เขาชอบทำเป็นเข้มแข็ง ว่าเขาเป็นผู้ชาย ไม่เป็นอะไร แต่ถามว่าสังเกตอะไรมั้ย เราเป็นแม่ลูกอ่อน เลี้ยงเอง 24ชม. เหมือนเหนื่อยสะสม มันเลยไม่ได้สังเกตว่าใครเหนื่อยกว่า ไม่เหนื่อยกว่า บวกกับทรายนอกจากทำงานที่โรงเรียน สอนพิเศษ เลิกตอนสามทุ่มทุกวัน กลับบ้านก็กินข้าว นอน ไม่ได้สังเกตเท่าไหร่ว่าแฟนเรามีอาการอะไร เขาตรวจร่างกายประจำปี เขาเป็นคอลเลสเตอรอลสูง ตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว กินยาประมาณ 3 ปี แล้วเขาหยุด เขาคิดว่าเขาไม่เป็นอะไร เขาบอกว่ากินยามากไปจะไม่ดี ปวดกระดูกข้อ ฟังคนอื่นพูด เขาบอกเขาแข็งแรงแล้ว ออกกำลังกายก็ได้ ตอนแรกที่เขาเลิกกิน เราไม่รู้ พอตรวจแล้วมันสูง ก็เลยกลับมากิน
คอลเลสเตอรอลสำคัญมาก มีผลไปถึงหลอดเลือดหัวใจ สมอง ตัวผมเองก็เป็นคนคอลเลสเตอรอลสูง ผมกินยาเป็น 10 ปีไม่เคยหยุดนะ บางคนอาจคิดว่าออกกำลังกายสิ แต่บางครั้งคุณอาจไม่เคยรู้ตัวเลยว่าคอลเลสเตอรอลที่คุณเป็นอยู่ มันเกิดจากกรรมพันธุ์หรือการกิน ตัวผมเอง ต่อให้กินผักอย่างเดียว เลิกกินอาหารที่มีมัน คอลเลสเตอรอลของผมเอง จะถูกสร้างมาเองในร่างกาย มันคือกรรมพันธุ์ของผม ผมไม่มีโอกาสออกกำลังกายให้คอลเลสเตอรอลมันลง หรือกินผักอย่างเดียวให้คอลเลสเตอรอลมันลง มันยากมากๆ แทงศูนย์เลยเพราะเป็นกรรมพันธุ์ ผมต้องกินยาตลอดชีวิตเหมือนกัน ผมกินมาเป็น 10 ปี ก็ไม่ได้มีอาการปวดโน่นนี่นั่น อยากให้ศึกษาเรื่องนี้ให้ดีๆ ก่อน นี่เป็นอุทาหรณ์อย่างนึงที่อยากฝากเตือนเอาไว้ หลังจากนั้นฝั่งคุณฟูมเองก็ออกกำลังกาย โดยรู้ว่าตัวเองมีเรื่องคอลเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว?
ครูทราย : ใช่ แต่ประเด็นที่ไปหาหมอวันนั้นไม่ใช่เรื่องคอลเลสเตอรอล มันมีวนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะเขาถามเรื่องโรคประจำตัวไงคะ
ทำไมอยู่ดีๆ คุณฟูมถึงไปหาหมอ?
ครูทราย : ฝั่งทราย ทรายได้รับสายจากฟูมก่อนเพราะบัตรประชาชนฟูมอยู่ที่ทราย เขาโทรมาเสียงใสๆ สดใสกับทรายเสมอ เพราะเขารู้ว่าทรายเป็นคนวิตกกังวล คิดมาก อยากให้สบายใจตลอดเวลา เขาบอกว่าให้ทรายแวะเอาบัตรประชาชนมาให้หน่อยนะ ส่งลูกยัง เราก็ถามว่าเอาไปทำอะไร เขาบอกไปรพ. เราก็ตกใจเพราะแฟนเราถ้าไม่เป็นอะไรเขาจะไม่ยอมไป เขาบอกไม่เป็นอะไร เราก็รู้สึกไม่ดี โทรหาแม่เลย เราเคยรู้ว่าที่บ้านฟูมเป็นโรคคอลเลสเตอรอล เป็นกรรมพันธุ์ คุณพ่อก็เป็นค่ะ แม่ก็ตกใจ ว่าเราได้ยินเรื่องนี้ ตอนนั้นมีสัญชาตญาณบางอย่าง หนูรีบขับรถไปรพ. ที่ที่พาฟูมไปถึงก่อน เราเห็นฟูมนั่งบนรถเข็นที่ซักประวัติ วันที่ 16 ก.ค. พี่เขาก็ยืนอยู่ เราเห็นฟูมนั่งเฉยๆ เราพอรู้คร่าวๆ พี่ที่ทำงานเล่าว่าที่ฟูมมารพ. เพราะมีอาการแน่นหน้าอก ร้าวไปทั้งแขนซ้าย เหงื่อแตกพลั่ก พี่เขาย้ำอีกว่า ฟูมเหงื่อแตกทั้งอาทิตย์ แต่เขาบอกว่าเขาร้อน เขาไม่เคยบอกอาการกับใคร เขาอดทน เขาคิดว่าเขาไม่เป็นอะไร ตอนนั้นไม่ได้เสิร์จเอไออะไรเลยนะคะ เราเคยศึกษาโรคไขมันมานิดนึงว่ามันมีผลต่อหัวใจ เราก็รู้สึกไม่สบายใจ เรารีบไปรพ. ความรู้สึกหนูคิดว่าฟูมต้องเข้าห้องฉุกเฉินไปแล้วด้วย ก็ถามทำไมนั่งอยู่ตรงนี้ เขาบอกรอซักประวัติ ไม่เป็นไร โอเคขึ้นแล้ว เขาบอกเขาเจ็บร้าวจากนิ้วขึ้นมา แต่เขาก็ไม่มั่นใจ หนูว่าเขาเจ็บมาก แต่เขาอธิบายไม่ถูก เขาเหงื่อแตกพลั่ก แต่ตอนนั้นเหงื่อไม่แตกแล้ว เขาเลยบอกว่าเขาโอเคแต่หนูร้อนรนมาก หนูไม่สบายใจ ไปนั่งรอประมาณนึง วัดความดัน ทำตามขั้นตอนไป แล้วก็ถาม มายังไง พี่เขาแจ้งตั้งแต่ตอนลงจากรถแล้ว ว่าฟูมแน่นหน้าอก เหงื่อแตกพลั่ก ร้าวแขนซ้าย แจ้งตั้งแต่โรงงาน แล้วมาแจ้งซ้ำกับพยาบาลอีกที พยาบาลถามว่าร้าวจากนิ้วเหรอ เราก็ไม่กล้าพูดออกไปว่าว่าโรคหัวใจ เพราะเราไม่ใช่หมอ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเรารู้มากกว่า เขาบอกว่าถ้าเป็นหัวใจ ต้องปวดจากตรงนี้นะ ลงไป
นพ.วีระศักดิ์ : บางทีคนไข้อาจบอกได้ไม่ละเอียดหรอก แต่คนอยู่ในทางการแพทย์จะบอกว่าปวดหน้าอกร้าวลงแขน พอบอกปวดจากมือขึ้นมา เลยคิดเป็นอย่างอื่น แต่จริงๆ เป็นเรื่องเดียวกัน
ครูทราย : (ร้องไห้) เขาก็ถามมีโรคประจำตัวมั้ย เราก็พูดเรื่องนี้ เพราะเราเสิร์จแล้วเอไอ กูเกิ้ลนี่แหละ ว่ามันเกี่ยว หนูบอกเขาเป็นคอลเลสเตอรอลนะ เขาก็ไปวนเรื่องยา แล้วเปลี่ยนยา ยากี่ตัว เราก็ถ่ายยาที่กินมาให้ เขาเอาใบยื่นให้พยาบาล ไปห้องหมออายุรกรรม แป๊บเดียว พยายาลห้องหมออายุกรรมเดินออกมา พี่คนนั้นบอกว่าหมออายุรกรรมบอกว่าถ้าไม่มีผลเรื่องคอลเลสเตอรอล หมอไม่ตรวจ ฟูมตรวจไม่ได้ตอนนั้นเพราะเขากินขนมปังมาตอนเช้า แฮมชีส 1 ชิ้น หนูก็บอกว่ามันตรวจไม่ได้เลยเหรอคะ เขาบอกใช่ มันต้องมีผลก่อน ไม่งั้นหมออายุรกรรมเขาอ่านไม่ได้ หนูบอกเขามาด้วยแน่นหน้าอกนะคะ เขาบอกเขาเป็นคอลเลสเตอรอลด้วยไง
เราแย้งแล้ว?
ครูทราย : ฟูมก็แย้ง พี่เขาก็พยายามแย้ง ว่าเหงื่อแตกพลั่กทั้งอาทิตย์ แย้งกันตรงนั้นแล้ว เขาบอกเอางี้ น้องปวดร้าวแขนซ้าย ประวัติก็มีว่าเคยมาหาเรื่องเอ็นกระดูก เขารักษาตอนอุ้มลูกประมาณต้นปี เขาบอกอาจเกี่ยวข้องกับกระดูกและข้อ อยากรอหมอกระดูกและข้อมั้ยล่ะ เขาเข้า 9 โมงครึ่ง เราบอกมันเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นเหรอคะ เขาบอกก็ไปให้หมอดูก่อนมันอาจจะร้าวยังไงก็ได้ไง
หมออายุรกรรมไม่ตรวจ แต่บอกให้ไปหาหมออายุรกรรม เพราะอาจจะเกี่ยวกันก็ได้?
ครูทราย : เรารู้สึกว่ามันประหลาดไปหมด แต่เราไม่ได้เก่งเท่าหมอไม่งั้นเราเป็นหมอไปแล้ว เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ เขาก็นั่งรอ ในใจหนูมานั่งคิดว่าแฟนหนูเขาไม่อยากเป็นอะไร บนโลกนี้ไม่มีใครอยากป่วย เขาก็เลยอยากไปกระดูกและข้อแหละ เขาก็เลยบอกว่าเขาอยากรอเจอ หนูก็โอเค รอเจอ
เบื้องต้นคุยกับพยาบาลแล้ว ตรวจเลือดไม่ได้ ดูคอลเลสเตอรอลไม่ได้ ถามว่าเกี่ยวอะไร เราแน่นหน้าอกมา ทำไมต้องตรวจคอลเลสเตอรอล แต่หมออายุรกรรมบอกว่าตรวจไม่ได้ กินข้าวไปแล้ว เจาะเลือดไม่ได้ ไปหาหมอกระดูกแล้วกัน คนไข้มีประวัติเรื่องของเอ็นตอนอุ้มลูก คุณฟูมเสียชีวิต โดยที่มั่นใจว่าไม่ควรเสียชีวิตกับเรื่องแบบนี้เลย เพราะถึงมือหมอแล้ว บางคนอาจโห ยังไม่ทันถึงมือหมอ เราจะเข้าใจได้นะคำนี้ แต่อันนี้ถึงมือหมอแล้ว เราสบายใจได้ แต่อันนี้ไม่ใช่ ถึงมือหมอแล้วแต่หมอกลับวินิจฉัยผิดพลาด แล้วผิดพลาดแบบน่าเกลียดมากๆ หนึ่งผู้ป่วยเอง มีเรื่องของคอลเลสเตอรอลในเลือดสูงอยู่แล้ว กินยามา 3 ปี หยุดกินยาไป 2 ปี คอลเลสเตอรอลก็สูงขึ้นจากการเช็กล่าสุด ฝั่งผู้ป่วย มีอาการปวดร้าวตั้งแต่ปลายนิ้วถึงแขน ลงหน้าอก เหงื่อแตกอยู่ตลอด เป็นประมาณ 1 สัปดาห์ ปรากฏว่าพูดคุยกับพยาบาล มีการสอบถามประวัติว่าเป็นยังไง ผู้ป่วยบอกมีอาการแบบนี้ รักษาแบบนี้ พยาบาลถามว่ากินอะไรมาหรือยัง ผู้ป่วยบอกกินแล้ว เขาบอกงั้นก็ตรวจไม่ได้ ทั้งที่มาปวดร้าวแขน แน่นหน้าอก แต่เขาบอกให้ไปหมอกระดูก เพราะครั้งนึงเคยมีประวัติอุ้มลูก เอ็นอักเสบ อาจร้าวแบบนั้นก็ได้ จากนั้นส่งตัวผู้ป่วยไปหาหมอกระดูแล้วเป็นยังไง?
ครูทราย : หลังพบหมอกระดูก เขาก็อ่าน แล้วลองให้ฟูมกำแบ ถามว่าเจ็บมั้ย ฟูมก็เจ็บอยู่ อุ้มลูกอยู่แล้วก็อักเสบอยู่ เขาก็บอกอักเสบแหละ ถามฟูมฉีดยามั้ย แต่ฟูมฉีดสเตียรอยด์มาแล้ว 2 รอบ ฟูมซีเรียสเรื่องกินยา ไม่อยากรับอะไรเข้าไปในร่างกายเขา บอกว่าจริงๆ ฉีด 3-4 รอบได้ ไม่งั้นต้องผ่าตัด แต่หมอให้ยากินไปก่อนแล้วกัน สัก 5 วันแล้วกันนะ อาการข้างบนหมอคิดว่าไม่เกี่ยวกับตรงนี้นะ คิดว่าควรไปหาหมออายุรกรรม หมอกระดูกพูดนะคะ หนูก็คิดเหมือนกับหมอ คิดว่าเขาพูดถูก แล้วพยาบาลเหมือนสับสนว่าจะให้ฟูมไปไหนต่อ เราก็รู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว เราก็เดินกลับไปหาพยาบาลซักประวัติ คิดว่าน่าจะได้ตรวจอะไรสักอย่างมั้ยคะ เขาบอกเดี๋ยวให้ไปพบหมอโรคทั่วไป ก็ถามว่าจะได้ตรวจอะไรเกี่ยวกับแบบนี้มั้ย
ได้ถามถึงหมอหัวใจมั้ย?
ครูทราย : ไม่ได้ถาม เพราะเราไม่กล้า เราไม่กล้าฟันธงว่าแฟนเราเป็น เราไม่รู้ เหมือนเราไปในสถานที่ของเขา เราก็ไม่ได้อยากอวดภูมิเพราะเราไม่ได้มีความรู้เท่าเขาอยู่ดี เราก็อึกอักตลอดเวลา เรากลัว เรากังวลไปหมด เราถามว่ามีอะไรที่พอจะตรวจได้ เรายินดีจ่าย เขาหยิบแผ่นโบรชัวรพ. เป็นหน้าการตรวจสุขภาพ เป็นโปรแกรมที่เสียเงินค่ะ
ที่เราไปรพ.นี้ เป็นเพราะทางฟูม มีประวัติอยู่ที่นี่หรือเปล่า?
ครูทราย : สิทธิประกันสังคมอยู่ที่นี่ เพราะว่าบ้านห่างจากรพ. แค่เดิน 4 นาทีถึง รถ 1 นาทีถึง ฟูมคิดว่าตัวเองคงไม่ได้เป็นอะไร เอาไว้เวลาเป็นเล็กน้อย
ระหว่างไปหาหมอคนที่ 3 เขามีอาการเพิ่มมั้ย?
ครูทราย : ก็ไม่มีค่ะ เขาก็นั่งยิ้ม แต่หนูดูว่าเขาไม่เหมือนเดิม เขาดูเหนื่อย หนูถามเขา เขาบอกไม่เป็นไร ติดปากเขาเสมอ
คิดมั้ยจะไปรพ.อื่น?
ครูทราย : คิดค่ะ แต่ฟูมบอกให้จบกระบวนการไป คุยกันอยู่ว่าถ้าไม่ได้ไปรพ.อื่นกัน เขาบอกว่าแต่สิทธิ์ประกันสังคมเขาอยู่ที่นี่ เพราะเขาก็เป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย (ร้องไห้) หนูบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น มันไม่ใช่ประเด็น เดี๋ยวทรายจัดการเอง ต้องจัดการได้ ตอนนี้ภาระการเงินมันต้องควบคุม แต่เราก็บอกว่าเราจัดการได้เสมอ ไม่ต้องห่วง แล้วคนนี้ก็เป็นหมอเหมือนกัน หมอคือต้องรักษา ฟูมก็อยากเจอให้ครบ ฟูมเป็นคนง่ายๆ เราคุยกับพยาบาล เขาหยิบใบตรวจสุขภาพที่มีการเสียเงิน เราแนะนำให้เช็กตอน 40 ปี มีเรื่องโรคหัวในครอบคลุมที่น้องสงสัย ก็บอกว่าตรวจเลยได้มั้ย เขาบอกก็ยังไม่ได้ตรวจ เพราะกินขนมปังมา ถ้าอยากเร็วก็ไปตรวจข้างนอก แล้วส่งผลมา ก็ยิ่งสับสนว่าทำไมหมอไม่สั่งตรวจ หมอสั่งไม่ได้เหรอคะ เขาบอกอยู่ที่ดุลยพินิจแพทย์ พูดแบบนี้ 2-3 รอบ เราก็สับสนไปหมด ฟูมก็เข็นไปในห้องหมอทั่วไปแล้ว หนูก็เลยโทรหาน้าที่เป็นพยาบาล หนูอธิบายอาการว่าฟูมแน่นหน้าอก น้าบอกว่าเขาตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือยัง หนูบอกว่ายัง ไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ตรวจความดันกับวัดออกซิเจน ค่าออกซิเจนเขาปกตินะ ถ้าวิกฤตต้องตกหรือเปล่า อันนี้พยาบาลบอก หนูไปเซ้าซี้ หนูวิ่งอยู่จุดนั้นจุดนี้ จนมีพยาบาลคนนึงเขาน่ารัก เขาก็เดินมาบอกว่าหนูเดินไปตรงนั้นสิ แล้วจะรู้ว่าสิทธิ์ประกันสังคมมันตรวจได้หลายอย่างนะ เราก็วิ่งไปตรงจุดนั้น ไปถามทุกที่เลย น้าบอกให้ไปบอกหมอให้ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เราก็เลยเข้าไปหาหมอคนนี้
คือหมอคนที่เกิดเรื่อง?
ครูทราย : ใช่ค่ะ เข้าไปเขาเหมือนพูดไปแล้ว ประมาณว่าเขาถามฟูมคำแรก มาด้วยเรื่องคอลเลสเตอรอลเนอะ กินยาอยู่นี่ เดี๋ยวกลับไปฟอลโลว์ อีก 70 วันค่อยนัดมาตรวจ ฟูมบอกว่าผมไม่ได้มาด้วยโรคคอลเลสเตอรอลครับ ผมมาด้วยแน่นหน้าอก ย้ำไปแล้ว เท่านั้นแหละ หนูว่ามันเป็นจุดตรงนี้ เขาบอกว่าผมร้าว หมอเลยบอกว่าอาการนี้ก็เกิดขึ้นได้ วิตกกังวลก็เกิดขึ้นได้ คิดไปเองก็เกิดขึ้นได้ แพนิก คนเราก็คิด ดูกูเกิ้ลเอไอก็เกิดขึ้นได้ เขาพูดตรงหน้า เราก็เริ่มแล้ว จะกูเกิ้ลเอไออะไร เราก็อึกอักๆ กับคุณหมออยู่ในห้อง เขาก็ถามเธอๆ เธอคิดว่าแฟนเป็นโรคอะไร หนูบอกว่าหนูก็ไม่กล้าตอบหรอกว่าแฟนหนูเป็นโรคอะไร หนูก็ไม่ใช่หมอ แต่บ้านแฟนเขามีประวัติเกี่ยวกับคอลเลสเตอรอลสูง พ่อฟูมก็มีโรคหัวใจ ซึ่งมันคือกรรมพันธุ์อยู่แล้ว
คุณพ่อปัจจุบันเป็นโรคหัวใจเหรอ?
ณิชชา : เป็นค่ะ ปัจจุบันยังอยู่ปกติดีค่ะ เขาเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ เริ่มจากคอลเลสเตอรอลสูงเหมือนกัน
เรามีโอกาสบอกหมอไปแล้วว่าพ่อฟูมก็มีเรื่องเส้นเลือดตีบเหมือนกัน?
ครูทราย : ใช่
ณิชชา : ลูกโทรมาหาแม่เพราะเขาต้องการประวัติ แม่ก็บอกว่าพ่อเป็น
พอแจ้งหมอว่าที่บ้านคุณพ่อฟูมมีประวัติ คอลเลสเตอรอลสูง เส้นเลือดหัวใจตีบเหมือนกัน คุณหมอบอกว่า?
ครูทราย : เขาพูดเรื่องเปอร์เซ็นต์ พี่เขาจดละเอียด เพราะเขาต้องไปรายงานที่โรงงาน ก็เลยจบที่ว่า 3-5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คุณคิดว่าคุณเป็นเหรอ ฟูมก็ขำออกมา เขาก็บอกว่าถ้าแฟนคุณเป็นโรคหัวใจจริง คงไม่มานั่งยิ้มร่าอยู่บนรถเข็นหรอก เขาต้องรู้สึกเหมือนมีอะไรทับที่อก จนน็อกไปแล้ว แต่คนที่เป็นคือคุณ คุณเป็นประสาท
หมอบอกเมียผู้ป่วยเป็นประสาท หมอแนะนำให้กลับบ้าน แยกห้องนอนกับเมีย ไม่งั้นจะประสาทตามเมียไปด้วย?
ครูทราย : (ร้องไห้)
หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมไม่พาไปรพ.อื่น ผู้ป่วยแกต้องการว่าที่นี่มีประกันสังคมอยู่ ด้วยเรื่องภาวะค่าใช้จ่าย กังวลใจว่าถ้าไปรพ.อื่น ต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมแล้วจะลำบากถึงครอบครัว ผู้ป่วยเลยปฏิเสธไปที่อื่น แล้วมองว่าที่นี่เป็นรพ.ชั้นน้ำเหมือนกัน ประวัติทุกอย่างอยู่ที่นี่อยู่แล้ว ที่สำคัญเราไม่ใช่หมอ เขาไว้ใจในตัวของหมอ เขาเลยฟังหมอ เขาก็เชื่อ สุดท้ายมีการวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้อง ที่สำคัญที่สุด นั่งคุยนอกรอบหมอหมูบอกว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ สำคัญมากกับคนที่มีอาการแบบนี้ ในลักษณะที่เป็นหมออายุรกรรม จะไม่มีความรู้ตรงนี้เหรอ?
นพ.วีระศักดิ์ : ต้องมีอยู่แล้ว ทุกคนต้องรู้ เป็นพื้นฐานของคนเรียนแพทย์ อย่างผมเรียนชั้นปีที่ 6 เราก็เริ่มตรวจคนไข้ เราก็ต้องอยู่เวรฉุกเฉิน เราถูกสอนอยู่เสมอ คนไข้มา จุกแน่นหน้าอก บางทีหลุดไปวินิจฉัยเขาเป็นกรดไหลย้อน โรคกระเพาะ อาจเสียชีวิตได้ นี่เป็นเคสสตัสดี้ กรณีศึกษาอยู่แล้ว ที่ถูกเรียนมา ถ้าคนมาด้วยอาการจุกแน่นหน้าอก มีร้าวลงแขน มีเหงื่อออก ถ้าแน่นหน้าอก เหงื่อออกเยอะ ต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งตรวจง่าย คนทำก็เป็นพยาบาล ทำแป๊บเดียว 5-10 นาทีก็จบแล้ว สามารถได้กราฟออกมาแปลผล
ถ้าคุณฟูมได้ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ คือรู้เลย?
นพ.วีระศักดิ์ : เชื่อว่ารู้ เพราะตอนนี้เอาปลายทาง คือผลผ่าชันสูตรเส้นเลือดหัวใจตีบ แล้วตีบ 2 เส้นด้วย น่าจะต้องเห็นแน่
ผมเองในอดีตเคยเป็นกรดไหลย้อน เป็นมากเหมือนกัน คุณหมอบอกต้องแยกให้ได้นะ ระหว่างกรดไหลย้อนกับโรคหัวใจ อันดับแรกคุณหมอตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจผมก่อน สองตรวจเลือดว่ากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมั้ย มีวิธีการหลากหลายมากๆ ในการตรวจสอบ คนตรวจผมก็ไม่ใช่หมอหัวใจด้วยนะ เป็นหมออายุรกรรมทั่วไปนี่แหละ แต่เขาต้องสงสัยไว้ก่อน ผมถึงได้แปลกใจว่าทำไมหมอท่านนี้ถึงกะโหลกกะลาขนาดนี้?
นพ.วีระศักดิ์ : ค่าใช้จ่ายต่อให้ไม่อยู่ในประกันสังคม เขาคิดราคา 300 500 ซึ่งถูกมาก ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ไม่ใช่หัตถการที่มีราคาสูง แบบที่ต้องมีการตัดสินใจก่อนชัดเจนถึงจะทำ มันสามารถทำได้เลยถ้ามีข้อสงสัย
หลังหมอวินิจฉัยแล้วบอกว่าคุณทรายเหมือนประสาทแดก ให้กลับบ้านไป เขาบอกให้แยกห้องกับคุณใช่มั้ย?
ครูทราย : ยังไม่ใช่ช็อตนี้ค่ะ เขาพูดสองรอบ ช็อตนี้แค่บอกว่าถ้าคิดว่าแฟนคุณเป็นโรคหัวใจ แฟนคุณคงไม่นั่งยิ้มร่าอยู่ตรงนี้ ฉะนั้นแฟนคุณไม่ได้เป็น แต่คุณเป็นประสาท นี่คือช็อตแรก แล้วก็มีช็อตข้างหลังค่ะ
ธนกฤต : ชุ่ย โคตรชุ่ย ประสบการณ์ตรงก็มี อย่างนี้ผิดวิธีการ เลขาฯ รัฐมนตรีสาธารณสุขเก่านะ เจอเรื่องแบบนี้มาเยอะแล้ว
ไปถึงเรื่องฟ้องร้องแน่นอน ที่ผ่านๆ มานี่ไม่ใช่เคสแรกนะ มีอีกเยอะแยะมากมาย เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าว ไม่ได้หยิบมานำเสนอ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้เสียชีวิตเสียไปแล้ว วันนี้ต้องต่อสู้เพื่อครอบครัวยังไง ที่สำคัญที่สุด พยานเป็นสิ่งสำคัญกับเคสนี้ แล้วพยานต้องรู้เรื่องราวกระบวนการรักษา นั่นคือหมอด้วยกัน ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นมา มีคดีความฟ้องร้องหมอ ไม่ค่อยเห็นหมอขึ้นไปเป็นพยานให้ เหมือนกับไม่ก้าวก่ายกัน?
นพ.วีระศักดิ์ : ผมกลับมองว่าในเคสนี้ ถ้าตามข่าว ประกันสังคมตี่นตัวมาก แพทยสภา มีการตั้งคณะกรรมการ เรื่องนี้แน่นอนมีผู้เชี่ยวชาญ อาจเป็นองค์คณะด้วยที่ตรวจสอบ พวกนี้เป็นหลักฐานใช้ประกอบในคดีได้อยู่แล้ว
ก่อนเข้ารายการ ครูทรายบอกว่าชีวิตหนูเหมือนหยุดวันนั้น ประคองสติเพื่อพูดในวันนี้ พอหลังจากเหตุการณ์หมอบอกว่าเราประสาท มันเกิดอะไรขึ้นต่อ?
ครูทราย : เหมือนแม่ของฟูมก็โทรมาพอดี เขาเป็นห่วงลูก เราเหมือนฉุนเฉียวแหละ เรารับโทรศัพท์แล้วรู้สึกว่าหมอคนนี้ไม่น่ารัก เราเลยเดินออกไปคุยโทรศัพท์กับแม่ บอกว่าเดี๋ยวหนูจะช่วยดูให้นะแม่ คุยประมาณ 1-2 นาทีไม่เกินนั้น แล้วเราก็กลับเข้าไป เข้าไปได้ยินเขาคุยเรื่องออกกำลังกายกันอยู่ พี่ที่ทำงานก็ย้ำว่าฟูมมีอาการเหงื่อแตกพลั่กทั้งอาทิตย์ วันนี้ก็พลั่ก เขาบอกว่าเอางี้นะ การที่เหงื่อแตกเกิดได้หลายสาเหตุ หนึ่งวิตกกังวล สองร้อน สามเครียด ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุของโรคนี้ แล้วเขาพูดไปเรื่อย อารมณ์เหมือนสอนเรา จนฟูมสะกิดหนู เพราะรู้สึกว่าหนูรู้สึกไม่ดี เขาบอกพอแล้ว ไม่เป็นไร แต่เราไม่สบายใจ เราก็เลยพูดว่าตรวจอะไรอีกสักหน่อยไม่ได้เหรอคะ ตรวจคลื่นหัวใจ เพราะน้าเขาพูด หนูบอกขอตรวจคลื่นหัวใจ อะไรที่เกี่ยวกับหัวใจไม่ได้เหรอคะ เราเป็นกังวลมากๆ นะ เขาเลยบอกว่าเอางี้ ฟังนะ เขาชี้ไปที่หน้าแฟนหนู บอกว่าคุณปกติ ส่วนแฟนคุณประสาท กลับบ้านไปก็แยกกันอยู่ เดี๋ยวคุณก็หาย (ร้องไห้) หนูเลยโมโหมาก แล้วเดินออกมาเลย หนูพูดกับฟูมว่าเดี๋ยวไปรพ.อื่น แต่พอมาตั้งสติ ฟูมเหมือนกึ่งสบายใจ เพราะเขาไม่อยากเป็น นั่นคือหมอที่อายุเยอะ เวลาเราเจอหมออายุเยอะเราจะสบายใจเพราะเหมือนเขามีประสบการณ์ มองปร๊าดเดียวเขาก็รู้ได้เลย ฟูมเขาเหมือนสบายใจว่าเขาไม่ได้เป็น หนูรู้สึกว่าเขาคงทนมานานแล้ว มันไม่มีอาการจริงๆ ค่ะ เขาปกติ เข็งแรง อุ้มลูกเล่นกับลูกเหมือนเดิมทุกอย่าง แค่เป็นสัญญาณออกมาเลยในวันนั้นค่ะ หนูบอกฟูมไปที่อื่น เดินไปรอรับยา ได้ยามาเป็นหมอกระดูกสั่งจ่าย ยาแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ พี่เขาเลยถามว่าจะกลับโรงงานมั้ย หนูบอกฟูมไม่น่าไหว เดี๋ยวจะพาฟูมไปตรวจที่อื่นต่อ เพราะหนูไม่สบายใจ พี่เขาบอกงั้นทำเรื่องลานะ ตอนนั้นเที่ยวแล้ว ฟูมเขาบอกเขาหิวข้าว ก็พยายามเสิร์จหาที่ตรวจ ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเป็นโรคหัวใจหมดเลย เพราะเอไอนี่แหละค่ะ อาการสามอย่าง แน่นหน้าอก เหงื่อแตกพลั่ก ร้าวแขน เขาก็ส่งมาหมด แล้วบอกเดี๋ยวไปกันมั้ย แต่ฟูมเหมือนจะเชื่อว่าตัวเองไม่เป็นอะไร บอกรอตรวจพรุ่งนี้ แต่หนูบอกว่าหนูไม่สบายใจ
เขาเชื่อหมอ?
ครูทราย : ใช่ เพราะคนที่บอกเขาไม่เป็นไร คือหมอ (ร้องไห้) หนูเป็นครูนะคะ วิชาชีพครูคือสอน เราสอนอะไรไปนักเรียนก็เชื่อเราเพราะเราเป็นครู หมอบอกว่าถ้าคนไข้ไม่เชื่อหมอ แล้วคนไข้จะไปเชื่อใคร คนไข้เข้าไปหาถึงที่แล้ว แต่ทรายไม่สบายใจ เขาบอกเอางี้ เดี๋ยวไปหาคลินิกนอกเวลา เขาอยากไปรับลูกก่อน ลูกไปส่งเนิร์สเซอรี่ เขาไม่เคยได้ไปรับลูก เขาเห็นหนูเป็นคนไปรับ เห็นโมเมนต์ลูกวิ่งเข้ามาหา เขาอยากสัมผัสความรู้สึกนั้น (ร้องไห้) หนูบอกว่าไหวเหรอ เขาบอกไม่เป็นไรแล้วทราย เขายังยิ้มให้หนู กอดหนูอยู่เลย
ออกไปจากตรงนั้นกี่โมง?
ครูทราย :11 โมงกว่าค่ะ แล้วเราก็ไปกินข้าวตอนเที่ยง กินก๋วยเตี๋ยวค่ะ ตอนกินอาหารมื้อนั้น เขาปกติดีทุกอย่าง เขาบอกไม่เป็นไรทราย เขาโอเค
หลังจากเที่ยงเขาไปทำอะไรต่อ?
ครูทราย : เขาบอกเพลีย ขอไปนอนประมาณเที่ยง เราก็ไปเคลียร์งานของเราบ่ายสอง แล้วก็กลับมาหาเขา เขานอนอยู่ในห้องคนเดียว ที่บ้านมีน้องชาย มียาย เราไปปลุกเขา เขาก็ตื่นปกติ ไม่มีอะไร แต่อยู่ดีๆ เขามาลูบหัวหนู (ร้องไห้) บอกว่าเขารักทรายนะ (ร้องไห้) เราคบกันมานานแต่ไม่ค่อยพูดกันอยู่แล้ว เรารู้ว่ารัก เราอยู่ด้วยกัน เราดูแลกัน เราก็บอกเขาก็รักภูมิ เขาคงเห็นว่าเราร้อนใจ เขาบอกเดี๋ยวไปรับลูกกัน ก็ไปรับลูก พอไปถึง ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไร ไปรับลูกตอน 3 โมง เขาก็ลงไปรับลูก หนูอยู่บนรถ ก่อนหน้านี้เขาเหมือนจับหัวใจ แต่ตอนนั้นหนูไม่ได้สังเกต คนในโซเชียลเขาสังเกต
เขาอุ้มลูกมาขึ้นรถปกติ แล้วยังไงต่อ?
ครูทราย : เขาอุ้มลูกก็เล่นกับลูก ระหว่างทางก็เล่นกันปกติ ทีนี้เราอยากพาเขาไปรพ.เลย แต่เขาไม่อยากพาลูกไปรพ. เขาห่วงลูก เขารักลูกเขามาก เราก็บอกว่าค่อยไปคลินิกตอน 4-5 โมง มาถึงจะมีมุมที่บ้าน เขานั่งกับลูกเป็นประจำ อยู่ดีๆ เราไปนั่งใกล้ๆ เขา เวลาหนูกับฟูมใกล้กัน ลูกเขาจะชอบหวง เราก็เล่นกัน เป็นโมเมนต์เล่นกัน หยอกกัน ฟูมก็ยังขำ สัก 15.40 ประมาณนั้น พอเข้า 4 โมงปุ๊บ เขาเถียงกับหนูว่าเขาจะซื้อลอตเตอรี่ 12 แต่หนูจะซื้อ 16 เพราะลูกครบขวบปี 6 เดือน ซื้อที่ร้านก๋วยเตี๋ยว แล้วไปตววจมาเป็น 71 ก็ยังขำกันอยู่ตรงนั้นเลยค่ะ หนูเดินขึ้นไปข้างบน
ในยูทูปมีพวกคอมเมนต์เหี้x ช่วยเอาออกให้หน่อย ไม่อยากเห็น สามีเขาตาย คุณโพสต์อะไรวะเนี่ย แย่มากๆ คุณต้องคิดนะเรื่องพวกนี้ถ้าเกิดกับพ่อคุณแม่คุณบ้าง คุณจะรู้สึกยังไง หยุดซะทีเถอะครับพฤติกรรมพิมพ์เอามัน พอเราบล็อกไป คุณอาจได้ดูนะแต่ไม่มีโอกาสพิมพ์ได้อีกเลยนะ เชื่อเถอะ เห็นแล้วทนไม่ได้จริงๆ ยังไงต่อ?
ครูทราย : หนูขึ้นไปข้างบนกับน้องชาย ไปชั้น 3 หนูมองจากชั้น 2 เห็นลูกนั่งบนเสื่อ เขาก็นอน เล่นหัวเราะกับลูกอยู่ หนูก็พูดกับเขาว่าเดี๋ยวลงมานะ คุยกับน้องสักพัก ประมาณ 5 นาทีได้ ได้ยินเสียงน้าที่มาที่บ้าน เขานั่งอยู่มุมนึง ได้ยินเสียงตะโกน ทรายๆ ขึ้นมาจากข้างล่าง ตอนนั้นในใจคิดว่าลูกต้องเป็นอะไร ไม่ได้คิดถึงฟูมเลยนะคะ เขาป่วยแต่ไม่คิดว่าจะทันที เพราะหมอบอกว่าไม่เป็นอะไร เราแทบกระโดดลงมาจากชั้น 3 แล้วภาพที่หนูเห็นคือฟูมนอนอยู่ ตาค้าง นอนนิ่งไปแล้ว ลูกก็เกาะขาพ่ออยู่ (ร้องไห้) น้าหนูก็ซีพีอาร์อยู่ หนูก็กระโจนไปซีพีอาร์ต่อ หนูก็ผายปอด ลูกก็เขย่าขาอยู่ ลูกก็นิ่งไปเลย ก็โทรเรียกรถพยาบาลเลยทันที (ร้องไห้) ข้างบ้านได้ยินก็ช่วยกันปั้ม เราก็ผายปอด ลูกก็เกาะขา เราก็ช็อกไปหมด มีคนมาซีพีอาร์แทนเรา เพราะหนูโทรตามพ่อกับแม่ หนูช็อกทำตัวไม่ถูก หนูโทรหารถพยาบาลก่อนพ่อกับแม่ แต่พ่อกับแม่มาถึงหนูก่อนรถพยาบาล พ่อกับแม่หนูอยู่ไกลกว่าด้วย รถ.ที่ใกล้ที่สุดคือรพ.นี้ ถ้าตามกูเกิ้ลแมฟ เดิน 4 นาที ขับรถ 1 นาที แต่พ่อแม่หนูมาถึงก่อน มั่นใจว่า 20 นาทีได้เลย น้าหนูขับรถเครื่องไปตาม เพราะเขามาไม่ถึงสักที ภาพที่น้าหนูเห็นคือเขาค่อยๆ เดิน ทั้งที่น้าหนูตะโกนว่าเขาไม่หายใจแล้ว เขาอาจจะรีบแล้วหนูก็ไม่รู้นะคะ มันนานมาก ระบบตรงนี้อยากถามเหมือนกัน ถ้ารพ.ใกล้บ้านขนาดนี้ (ร้องไห้) เพราะแรงปั้มของเราอาจไม่ได้มากพอ (ร้องไห้) หนูโทรหาแม่เขา เขาพาเข้าห้องฉุกเฉิน ติดอะไรเต็มตัว เขาพยายามช่วยชีวิต บอกมีชีพจรนะ แต่ความดันไม่ขึ้นเลย หนูสติก็เริ่มไม่มีแล้ว จนผ่านไปเกินครึ่งชม. เขาบอกแม่หนูว่าหัวใจกลับมาเต้น สักพักเขาออกมาบอกใหม่ว่าอาจเป็นฤทธิ์กระตุ้นของยา เขาปั้มอยู่ประมาณชม. แล้วกลับมาหาหนู ให้หนูพูดว่าหยุดเพราะหนูเป็นภรรยา แต่หนูบอกว่าหนูพูดไม่ได้จริงๆ (ร้องไห้) หนูจะพูดว่าให้ปล่อยเขาไปได้ยังไง (ร้องไห้) หนูพยายามแล้ว ตอนนั้นขอให้ตรวจให้เขา (ร้องไห้) ตอนที่หนูขอให้รักษา กลับไม่รักษา แต่มาบอกให้หนูปล่อยเขาไป ทีแบบนี้มาให้หนูพูด ตอนหนูขอให้รักษากลับมาบอกว่าหนูเป็นประสาท แต่ตอนแฟนหนูไม่อยู่แล้ว กลับมาบอกให้หนูปล่อยเขาไป ทำไมใจร้ายมากเลย (ร้องไห้โฮ) ตอนแรกเขายังเล่นกับลูกอยู่เลย
กรณีนี้อาการบ่งบอกถึงอะไรยังไง?
นพ.วีระศักดิ์ : (เช็ดน้ำตา) จริงๆ ปลายทางมันจะมีต่อไปว่าไปเรื่องของการผ่าชันสูตรศพด้วย แต่อาการแบบนี้ ตอนเช้าเขามีอาการเจ็บแน่นหน้าอก จริงๆ เรื่องร้าวลงแขน ไม่ใช่ว่าทุกรายต้องมี บางรายอาจมีแน่นหน้าอก เหงื่ออก ร้าวขึ้นกรามทะลุไปหลัง แต่พวกนี้ก็เป็นอาการที่สื่อ โดยหลักการเราต้องนึกถึงโรคที่รุนแรงไว้ก่อน เราคงไม่นึกถึงโรคที่ไม่รุนแรงไว้ก่อน แต่นี่กลายเป็นนึกถึงโรคอื่นๆ ถ้านึกถึงโรคที่รุนแรงก่อน มันคัดกรองก่อน พอสุดท้ายตอนเย็นทุกคนคงไม่มีใครเห็น ว่าเขาเป็นยังไง แต่เชี่อว่าอยู่ๆ ก็หมดสติกะทันหัน หัวใจเต้นด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ อยู่ตามจุด เวลาเส้นเลือดตีบถ้าไม่ไปเลี้ยงในตำแหน่งที่เป็นแค่กล้ามเนื้อหัวใจ มันจะเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉพาะจุด แล้วทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก แต่ยังไม่ทำให้เสียชีวิต แต่โชคไม่ดีบางคนกล้ามเนื้อหัวใจ ตัวเส้นเลือดหัวใจไปเลี้ยง มันไปโดนในตำแหน่งที่ตัวเป็นกระแสไฟฟ้าของมัน ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะทันที ตรงนั้นทำให้เสียชีวิตทันที ผมเชื่อว่าอาการที่เล่ามาทั้งหมดทั้งสัปดาห์ คงเป็นอาการของอันนี้ เพียงแต่ตำแหน่งการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ ไม่ได้ไปถึงตำแหน่งที่ไปกระทบกับคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ทำให้เขามีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหงื่อออก มีใจสั่น อาจร้าวไปตามจุดต่างๆ และดูเรื้อรังมาก แต่พอวันที่เกิดเหตุตอนเย็น น่าจะไปกระแทบคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้ว ทำให้เขาเสียชีวิตได้ทันทีอย่างกะทันหัน ผมเชื่อว่าที่เกิดเหตุ ก็ชัดเจนว่าเชื่อมโยง
จากนั้นเป็นยังไง?
ครูทราย : หนูก็ยังไม่บอกให้ปล่อย เพราะหนูรอแม่เขา หนูปล่อยลูกชายเขาไปไม่ได้ หนูก็บอกไม่ได้ว่าสามีไปแล้วหนูต้องเป็นคนพูดปล่อย หนูจะใช้ชีวิตอยู่ยังไง (ร้องไห้) หนูมีลูกเหมือนกัน หัวใจแม่ ก็บอกว่าให้รอแม่เขาก่อน ตอนนั้นฟูมตาเขาเปิดอยู่หน่อยนึง หนูเข้าไปดูเป็นระยะๆ จนสองชม. แม่เขามาจากกรุงเทพฯ ปั้มสองชม. จนเขาบอกว่าคงไม่ไหวแล้ว หนูบอกว่าคงทำไม่ได้จริงๆ จนแม่เขามา แม่เขาเป็นลมไปเลย แม่เขาก็พูดไม่ได้เหมือนกัน แม่เขาจะปล่อยลูกชายไปได้ยังไงเหมือนกัน (ร้องไห้) ตอนแม่เป็นลม เอาเครื่องแปะมาแปะที่ตัวแม่เต็มไปหมดเลย แต่กับลูกชายแม่เขาไม่แปะให้ (ร้องไห้)
หลังจากเสียชีวิตแล้ว มีการไปชันสูตร พบกว่า?
ครูทราย : เส้นเลือดตีบ 2 เส้นค่ะ
นพ.วีระศักดิ์ : หลอดเลือดหัวใจตีบ
ครูทราย : เขาอธิบายว่าเส้นนึงตีบเลย เขาน่าจะทนมาสักพัก เส้นนึงกำลังตีบ เขาส่งสัญญาณมาแล้ว มันเศร้าตรงนี้ เพราะบางคนอาจจะไปเลย แต่นี่ส่งสัญญาณมาแล้ว
นพ.วีระศักดิ์ : ที่ตรวจหลักๆ มี 3 เส้น ตรงที่ตายไปกระทบคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือไม่ บางคนมีตายเรื้อรัง แต่ไม่กระทบคลื่นไฟฟ้าหัวใจเลย ก็จะมีอาการเจ็บหน้าอกต่อเนื่อง เป็นๆ หายๆ พอเสียชีวิต กล้ามเนื้อหัวใจมันตายเยอะ มันเลยบีบหัวใจ ทำงานไม่ได้ แต่บางคนเป็นครั้งแรกก็เสียชีวิตเลย อันนี้ไปกระทบคลื่นไฟฟ้าหัวใจพอดี ผมเชื่อว่าทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา น่ากระทบกล้ามเนื้อ ยังไม่กระทบคลื่นไฟฟ้า
น่าจะมีอาการหัวใจผิดจังหวะมาด้วย?
นพะ.วีระศักดิ์ : โดยทั่วไปต้องมี ต้องมีบ้าง พอเต้นผิดจังหวะ ก็ทำให้หัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ แล้วหยุดเต้น แต่ประเด็นคือเคสนี้เอาจากปลายทาง อาการที่เกิดขึ้นจริงทั้งสัปดาห์และไปตรวจ เขาเจ็บหน้าอกจากเส้นเลือดหัวใจตีบนี้แหละ จะคิดเป็นอื่นไม่ได้แล้ว เพราะผลการผ่าเป็นอย่างนั้น ส่วนขั้นตอน ผมฟังตั้งแต่ต้นทางจนถึงตอนนี้ มันคือคำถามในใจ ว่าทำไมขั้นตอนมันยุ่งยากจังเลย สำหรับการรักษาพยาบาล ทำไมการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจซึ่งเป็นเรื่องง่าย เป็นพื้นฐานและต้องทำด้วย ทำไม่ถึงไม่ได้ทำ ผมตั้งคำถามแล้วกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมเชื่อโดยส่วนตัวโดยหลักวิชาการทางการแพทย์ คนเป็นหมอก็คงเชื่อแบบนั้น ถ้าวันนั้นตรวจคลื่นหัวใจมันก็น่าจะบอกอะไรเราได้ และช่วยเหลือเขาได้ แน่นอนอาจตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจไปแล้ว มันอาจไม่เห็นชัดเจน แต่คิดว่าเป็นพื้นฐานที่ต้องทำ
พอทราบว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ คุณได้กลับไปหารพ.อีกมั้ย?
ครูทราย : พออีกวันนึงผอ.ก็เรียกหมอคนนั้นมาด้วย เขาใช้คำว่าเปิดใจ
ณิชชา : ระบาย ให้มาแสดงความรู้สึกทั้งสองฝ่าย ฝ่ายผู้สูญเสียกับทางรพ.
ใช้คำว่าให้มาแสดงความรู้สึกทั้งสองฝั่ง?
ณิชชา : ใช่ ทางผอ. แม่ก็ถามว่าทำไมวันนั้นคุณหมอไม่รับแอดมิตลูกแม่ คุณหมอบอกหน้าตาชิลๆ ผมประเมินด้วยสายตาแล้ว ลูกแม่ไม่เป็นอะไร ไม่ได้คอพับ แม่ก็บอกว่าถ้าประเมินด้วยสายตา ใครๆ ก็เป็นหมอได้ แม่ก็เป็นหมอได้นะ แล้วเครื่องมือแพทย์จะมีไว้ทำไม ถ้าประเมินด้วยสายตา เขาก็พูดเรื่องเปอร์เซ็นต์ รักษาเป็นเปอร์เซ็นต์ ช่วงวัยเท่านี้ ความน่าจะเป็นหรือลูกอาจเป็น 1 ใน 3.5 หรืออะไร
เลอะเทอะมากเลย?
นพ.วีระศักดิ์ : ผมไม่รู้เอาตัวเลขมาจากไหน แต่ข้อเท็จจริงผมอยู่กับการเสียชีวิต ผ่าศพ คนไทยเสียชีวิตจากเส้นเลือดหัวใจตีบเยอะมาก แล้วอายุน้อยลงเรื่อยๆ เคสที่ผมเจออายุ 28 ก็มี เราจะเอาช่วงอายุมาเป็นตัวกำหนดคงไม่ได้ เพราะโรคเปลี่ยนไป เขามีประวัติเรื่องครอบครัวก็สำคัญ
ณิชชา : คุณหมอก็เอามาเปรียบเทียบเหมือนกัน บอกว่าช่วงที่คุณพ่อเป็น คุณพ่ออายุเยอะ 40 กว่า แต่ลูกชายแค่ 30 ต้นๆ เอง ไม่เป็นหรอก ยังนั่งชิลอยู่เลย
ครูทราย : เขามีคำถามว่าพ่ออายุเท่าไหร่ คุณอายุเท่าไหร่ ไม่แม้กระทั่งเอาหูฟังมาฟังด้วย
นพ.วีระศักดิ์ : มันผิดหลักการการแพทย์ในการตรวจ พออายุน้อยแล้วอาการเป็นสิ่งสำคัญ การซักประวัติครอบครัวก็สำคัญ แต่ท้ายที่สุดต้องจบด้วยการวินิจฉัย และการวินิจฉัยต้องใช้เครื่องมือที่มีอยู่ให้เหมาะสมในการรักษา คำถามคือทำไมไม่ทำ ผมก็ไม่ทราบว่าทำไมไม่ทำ เราไม่ได้ตีตราว่าเพราะอะไร แต่ทำไมไม่ทำ ถ้าทำอย่างครบถ้วน แล้วปลายทางเป็นแบบนี้ ยังไงก็ต้องเจอ ถ้าเจอเชื่อว่าการทำการรักษามันต้องดีกว่าไม่ทำการรักษา
ณิชชา : ใช่ แม่มั่นใจว่าลูกจะไม่เสีย ลูกไปทำงานแล้ว พี่เขาเห็นอาการ เค้กที่ลูกเอาไปให้วันเกิด แค่ปอนด์เดียว ฟูมยังถือไม่ไหว แม่ทนดูคลิปไม่ได้ เขาก็พามารพ. ถ้าคุณหมอรักษาลูกแม่ มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์เลยว่าจะไม่เสียชีวิต แม่ไม่ได้สูญเสียแค่ลูกชายนะ เขาก็บอกว่าก็ลูกแม่ยังไม่คอพับ เขาประเมินด้วยสายตา
ผอ.ว่าไง?
ณิชชา : ทุกคนก็เงียบ แม่ก็ถามว่าแล้วเครื่องมือแพทย์จะมีไว้ทำไม ใครก็รักษาได้สิ
ผมว่ามันตลก?
นพ.วีระศักดิ์ : คงเป็นเฉพาะส่วนบุคคลแล้วล่ะครับ
ครูทราย : เขาจะสื่อว่ายังไม่อาการหนัก แฟนหนูแค่อดทนเก่ง
หมอว่าไงอีก?
ครูทราย : เราเหมือนมีอารมณ์ ทุกคนประดังอารมณ์กันไปหมด เราถามเขาก็พูดนิดเดียว จนผอ.พูดประมาณว่าเราได้แสดงความรู้สึกมากพอแล้วนะ เดี๋ยวเขาต้องไปตรวจเวรต่อ
ณิชชา : แม่ก็ถามว่าตกลงยังไง คุณหมอก็ยอมรับว่าเขาวินิจฉัยผิดพลาด เขายอมรับตรงที่ประชุมเลย
ครูทราย : หนูก็เหมือนมีอารมณ์ ก็ถามว่าทำไมยังออกไปตรวจอีกเหรอ แล้ววันนี้ไม่พูดว่าหนูประสาทอีกเหรอ แฟนหนูนอนอยู่ ไปทำให้เขาฟื้นสิ เขาไม่ยิ้มแล้ว แต่หมอยังนั่งยิ้มอยู่ตรงนี้เลย (ร้องไห้) เขาก็เงียบ
ณิชชา : เขาไม่สลดค่ะ
ธนกฤต : เห็นหน้าแล้วน่าจะตกตายไปตามกัน
ครูทราย : ไม่เจอเขาอีกเลยหลังจากนั้นแม้แต่ไปรับร่างฟูมเขาก็ไม่ไปเลย ถ้าเขารู้สึกเขาต้องไป
รพ.ซานคามิลโล แถลงการณ์ขอแสดงความเสียใจ ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปในครั้งนี้ ขอส่งความห่วงใย รพ.ตระหนักถึงความกังวลและผลแระทบที่เกิดขึ้น เบื้องต้นได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีคำสั่งให้แพทย์ผู้รักษา พักการปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจะเสร็จสิ้น?
ครูทราย : ก่อนฉบับที่สอง เขามาที่งาน ตอนแรกพ่อหนูไปขอเวชระเบียน เขาบอกไม่ได้ ต้องเป็นหนู เขามาก็มีหมอปั้มหัวใจ มาขอโทษ ผอ.พูดกับหนูว่าแต่ผมไม่ติดใจนะ ที่ครูทรายโพสต์อะไรต่างๆ
ใครพูด?
ครูทราย : ผอ. ค่ะ หนูเลยหันไปถามว่าผอ.ติดใจเรื่องอะไรเหรอคะ มันเป็นช่องทางเดียที่หนูได้แสดงความรู้สึกของหนูออกมา เขาบอกใช่ๆ ผอ.เลยไม่ติดใจ แล้วหนูไปรักษาจริง แต่หนูไม่เปิดเผยชื่อหมอแล้ว เพราะชื่อหมอคือบุคลากร เป็นคนขององค์กรรพ.นี้ หนูอยากให้รพ.เปิดเผยชื่อหมอเอง ไม่ใช่หนู องค์กรต้องเอาพนักงานตัวเองมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือออกมายอมรับก็ได้ เพราะตอนนี้ทุกคนอยากรู้ว่าหมอชื่ออะไร เป็นคนที่รักษาพ่อแม่หรือคนที่เรารักอยู่หรือเปล่า ที่สำคัญที่หนูบอกผอ. หน้ารพ.เขียนอยู่ว่าศูนย์โรคหัวใจ ตรงป้ายรพ.เลยค่ะ
จากนั้นเขาออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 รพ.ซานคามิลโล เร่งดำเนินการตรวจข้อเท็จจริง พบว่านายแพทย์สื่อสารกับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยในลักษณะไม่สุภาพจริง ทางรพ.พิจารณาแล้ว เห็นว่าผิดข้อบังคับการทำงานที่รพ. ซึ่งผู้ปฏิบัติงานต้องไม่ปฏิบัติตนไปในทางเสียหายแก่ส่วนรวมและรพ. ละเว้นการกระทำที่ไม่สุภาพ ผู้ประกอบวิขาชีพเวชกรรมต้องปฏิบัติต่อผู้ป่วยโดยสุภาพ ทางรพ.จึงมีมติให้นายแพทย์คนดังกล่าว ออกจากการปฏิบัติหน้าที่ของรพ.ซานคามิลโลทันที มีผล 19 ก.ค. และพร้อมให้การช่วยเหลือดูแลครอบครัวผู้สูญเสียอย่างสุดความสามารถ พร้อมฟังความวิจารณ์ด้วยความเคารพ?
ครูทราย : แต่หลังจากออกแถลงการณ์ฉบับนี้ก็ไม่มีการติดต่อจากรพ.เลยนะคะ เมื่อวานก็ไม่ได้มา
พี่ธนกฤต?
ธนกฤต : ต้องบอกว่าเรื่องที่น้องพูดมาทั้งหมด ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสีย แต่ถ้าเมื่อไหร่มีอากรลักษณะแบบนี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามาจากโรคหัวใจ พี่ก็เกือบตายเหมือนกันกับโรคนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลักการก่อนวันนี้ประสานไปที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นพ.อาคม รองอธิบดี ตอนนี้อยู่ระหว่างเดินทางไปตรวจเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด อาจมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับรพ.ดังกล่าว ก็ใช้ข้อมูลฐานนี้แหละ ต่อมาไปที่แพทยสภาซึ่งควบคุมแพทย์ และสภาพยาบาล คดีที่ผมเคยทำ มาจากสภาพยาบาล ทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย พี่หนุ่มอาจมีทนายความไว้แล้ว แต่ผมรับเป็นคอนเซาท์เพื่อให้คดีแน่นมากขึ้น ว่าต้องเดินอย่างไร ฟันธงเลยว่าคดีนี้ถ้าดำเนินคดีถึงที่สุดมีคนติดคุกแน่ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือสถานพยาบาล คุณมีหน้าที่ควบคุมดูแลแล้วคุณปล่อยปละละเลย มีโทษจำคุก 1 ปี มีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่น มาตรา 66 เขียนไว้อีก ถ้าคุณเป็นคุณหมอ กรณีมีความฉุกเฉิน แล้วคุณปล่อยปละละเลย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ ตรงนี้ติดคุก 2 ปี ไม่พอถ้าเราสาวกันไปจากที่ฟังมาทั้งหมด กลับไปดูประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 เรื่องการประมาทเป็นเหตุให้คนอื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุก 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสน ต้องบอกเลยว่าทุกอย่างมีโทษทางอาญาทั้งสิ้น ไล่เรียงจากที่น้องพูดออกมาทำไมถึงบอกว่าชุ่ย การไปพบแพทย์ แล้วบอกแล้วผู้ป่วยมีลักษณะอย่างไร ที่บอกว่าแน่นหน้าอกมา อย่าพูดว่ารับประทานอาหารไปแล้ว ตรวจอะไรไม่ได้ ไม่จริงหรอก ผมเข้าไปรพ. หมอจับเจาะเลือด ขณะไปตรวจตอนเช้าก็ทานอาหารไปแล้วเหมือนกัน ทำไมตรวจแล้วพบค่าพวกนี้ไม่ได้ ที่ต้องเอามาติดวัดค่าคลื่นหัวใจ บ่งบอกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่อย่างไร กระบวนการหมอก็มีการส่องกล้อง จากนั้นดูเรื่องตับ เขามีการอัลตร้าซาวด์ กระบวนการเหล่านี้ มีไซน์บอกเรื่องโรคหัวใจ พอหมอดูแล้วไม่มีความผิดปกติฐานอื่น เขากลับไปดูเอนไซน์หัวใจ ค่าเกินมาตรฐานปกติที่ควรเป็น ฉีดสีตรวจทันทีเลย ก็พบร่องรอยว่ามีอยู่ 2 จุด เส้นเลือดหัวใจตีบ 70 เปอร์เซ็นต์กับ 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องบอลลูน น้องโอกาสเสียชีวิตน้อยจริงๆ ถ้าวินิจฉัยถูกทาง ใช้ตาใช้ปากพูดไม่ได้ พอเขาตรวจผมแล้ว ผมบอลลูนหัวใจทันที ถามว่าโรคนี้อันตรายมั้ย มันอันตราย หลังจากนั้นผมก็ปฏิวัติตัวเองใหม่ ตรวจร่างกายอยู่เรื่อยๆ แล้วกรณีที่บ้านใดมีคนป่วยโรคหัวใจ ให้ติดถังออกซิเจนอยู่ที่บ้าน ช่วงผมเป็น ผมก็บอกหลานว่าถ้าผมวูบไปหรือหมดสติไป ให้เอาออกซิเจนใส่จมูกไปก่อน อย่างน้อยมันพอช่วยเหลือได้ก่อนไปรพ. ตอนนี้ต้องตรวจทั้งหมด ตอนผมมีอาการ ผมไปรพ.นึงก่อน เขาให้ผมนั่งรออยู่ครึ่งชม. นอนอยู่บนเตียงโดยไม่ทำอะไร จนผมตะโกนว่าขอโทษนะครับ กูจะตายแล้ว เขาถึงเดินมาหาผม ผมไปรพ.รามคำแหงทันที ถ้าไม่ไปรพ.คำแหง เมื่อ 10 ปีที่แล้วก็คงตายไปแล้วล่ะ เราเลยมีความเข้าใจคนเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ทุกๆ 6 สัปดาห์ ผมเจาะเลือดตรวจเสมอ ผมทานอาหารก็ต้องระมัดระวัง
จริงๆ คอลเลสเตอรอลไม่ใช่แค่กินอาหารอย่างเดียว กรรมพันธุ์ก็เป็น ผมเป็น ผมกินยาเป็น 10 ปี?
นพ.วีระศักดิ์ : จริงๆ ประกันสังคมหรือสิทธิ์อื่นๆ รวมถึงการทำงานในบริษัทต่างๆ เขาก็แนะนำเรื่องการตรวจสุขภาพประจำปี ถ้ามีประวัติเรื่องครอบครัว ขอตรวจอะไรเพิ่มเติมก็พูดคุยได้ แพทย์จะสั่งให้ อันดับแรก ตรวจหัวใจก่อน จะได้ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันได้
เราอัดเสียงไว้ด้วย?
ณิชชา : คลิปประชุม
ครูทราย : เขาก็รับรู้นะคะ เขาถามว่ามีคนอัดยัง ก็มีในคลิปช่วงท้าย เขายอมรับว่าวินิจฉัยผิด ตอนแรกฝั่งเราสติแตกกันหมด ก็ใส่ยับ ยิ่งหนู หนูช็อตเลยจริงๆ
ธนกฤต : ใครบอกหนูประสาท
ครูทราย : หมอคนสุดท้ายค่ะ แต่หมอกระดูกดีนะ ส่วนหมอคนแรกไม่ได้เจอ
ธนกฤต : กลับไปทบทวนเขียนเป็นไทม์ไลน์ จะเห็นว่าตัวละครตัวไหนเกี่ยวข้องบ้าง พยาบาลเกี่ยวข้องหรือเปล่า คุณจะได้มองเห็นรอยต่อว่าปิดบังหรือเปล่า ข้อสำคัญถ้าแก้ไขเวชระเบียบ มีความผิด ติดคุกนะ
นพ.วีระศักดิ์ : คุณแม่เป็นกังวลว่าเขาไม่บันทึก ถ้าเขาไม่บันทึกจะกลายเป็นยอมรับ เพราะเหตุการณ์เกิดไปหมดแล้ว กล้องมี กล้องวงจรปิดมี คนไข้มาจริง อะไรจริง ถ้าไม่บันทึกผมว่าส่งผลเสียกับรพ.มากกว่านี้
ถ้าฟ้องร้องกันขึ้น ต้องฟ้องทั้งรพ. และฟ้องตัวหมอ เผลอๆ ถึงพยาบาลด้วย?
ธนกฤต : ถึงได้บอกให้ดูไทม์ไลน์ รพ.เป็นเรื่องนิติบุคคล นิติบุคคลติดคุกไม่ได้ แต่เป็นการละเมิด เรียกค่าเสียหาย ผูบริหารต้องรับผิดชอบ แต่คนวินิจฉัย คนประเมิน พยาบาลที่ประเมินเบื้องต้น อาจมีประเภทนึง ที่คอยสกรีนก่อนเบื้องต้น คนนี้สำคัญ ทำไมคุณถึงประเมินคนไข้อย่างนั้น คนไข้ลักษณะอย่างนี้ต้องเข้าข่ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ไม่ใช่ผู้ป่วยทั่วไป คุณมองเฉยๆ ไม่ได้ ในเมื่อเขาบอกอาการแล้ว คุณต้องวินิจฉัยให้ได้ก่อนว่าต้องทำอะไรก่อนในตอนแรก เช่นตรวจเลือดตรวจ เป็นสิ่งที่ไปถึงเขาต้องทำ ให้น้ำเกลือ เขาต้องทำ เป็นกระบวนการเบื้องต้นเลย หมอทั่วๆ ไปไม่จำเป็นต้องเป็นหมออายุรกรรมโรคหัวใจ หลายคนถ้าวูบไป สมองขาดออกซิเจน 5 ไม่เกิน 15 นาที สมองตาย กลายเป็นเจ้าชายนิทรา แล้วท้ายที่สุดกระบวนการทางร่างกายพังไปหมด ไม่มีใครรอดเลย แต่คนรอดคือคนที่มีถังออกซิเจนเตรียมไว้ก่อน
แพทยสภาเข้ามาดูแล้ว?
ครูทราย : หนูเห็นในข่าว แต่ยังไม่มีใครติดต่อมา ฟูมย้ำตั้งแต่พยาบาลแล้วไปเจอหมอ บอกว่าปวดแขนคนละแบบ มันแตกต่างกันจริงมั้ยคะ
นพ.วีระศักดิ์ : คนทั่วไปไม่รู้หรอก พอปวดจริงไม่มีใครมีประสบการณ์ จะให้เขาแยกโดยคนไข้แยกว่าปวดจากไหนเขาแยกไม่ได้ คนมีวิชาชีพ มีหน้าที่ เขาเป็นคนแยก
ครูทราย : เขาพยายามบอกแล้ว จริงๆ หมอถามว่าปวด 1 ถึง 10 เรายังสับสนเลยว่าปวดระดับไหน บุคลากรการแพทย์เขาไม่เอะใจเลยเหรอ ไม่มีใครสักคนช่วยเอะใจให้สักนิดเลยเหรอ
ธนกฤต : แจ้งความได้ก่อน ประมาทไม่ประมาทเป็นหน้าที่สืบสวนสอบสวน แล้วต้องไปกระทรวงยุติธรรม ยื่นขอรับเงินเยียวยาส่วนนึงก่อน เราถูกกระทำให้เกิดความเสียหายตรงนี้ อีกอย่างพี่หนุ่มเคยปวดหัวไมเกรนมั้ย ถ้าเคยปวดหัว แบบไม่เคยปวดมาก่อน แต่มันแว็บมาในสมอง ปวดยิ่งกว่าไมเกรน ให้รีบไปตรวจ เพราะโอกาสเป็นสโตรกมีปัญหาพวกนี้ได้
ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งรพ. คุณหมอ และคนไหนที่เกี่ยวข้องทำให้ฟูมต้องเสียชีวิตในการรักษา ก็คงต้องมีสิทธิ์ดำเนินคดีทั้งหมด?
นพ.วีระศักดิ์ : น้ำตาไหลจริงๆ ตอนเล่าเรื่องลูก มันสะเทือนความรู้สึก
ครูทราย : เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องปกติ ใครก็เกิดขึ้นได้ เรื่องนี้หนูเข้าใจ ถ้าแฟนหนูได้มีโอกาสรักษาแล้วเขาเสียชีวิต หนูเข้าใจ เพราะมันเกิดขึ้นได้ แต่ที่หนูเสียใจคือเขาไม่มีโอกาสได้รักษา แล้วตอนที่เขาจากไป เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นโรคอะไร เขาอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาไปแล้ว (เสียงสั่นเครือ) หนูคบกันมานาน หนูเคยเกิดอุบัติเหตุหนัก จนเดินไม่ได้เกือบ 7 เดือน พ่อแม่หนูมีปัญหากันตอนนั้น เขาเป็นหลักในชีวิตหนู มันเลยทำให้หนูรู้สึกว่า ตอนนี้ที่เขาป่วยหนักเหมือนกัน แต่หนูกลับไม่มีโอกาสได้ดูแลเขากลับ เลยทำให้หนูใจสลายมาก เพราะตอนนั้นหนูเดินไม่ได้ เขาต้องแบกหนู พาหนูขึ้นหลัง ดูแลหนูทุกอย่าง ส่วนที่เขาตั้งชื่อลูกว่าขวัญใจ เพราะเขารู้ว่าหนูเป็นคนคิดมาก เขาเลยอยากให้ขวัญใจเป็นขวัญกำลังใจให้หนู (ร้องไห้) แฟนเพื่อนหนูจะอิจฉา เพราะปกติผู้ชายเขาไม่ได้ตื่นมาดูแลลูกมาก แต่ฟูมตื่นมาแล้วไม่เคยหงุดหงิดเลย เป็นคนตื่นขึ้นมาอุ้มลูกเสมอ ป้อนนมลูก ป้อนข้าวลูก อาบน้ำลูก เขาหมดเลย เขาอ่านนิทานก่อนนอน ตั้งแต่ฟูมจากไปคืนที่สอง ลูกตื่นขึ้นมาร้องไห้ตีสามตีสี่ทุกคืนเลย ร้องชม.นึงโดยประมาณ คนพูดกับหนูว่าทรายต้องเข้มแข็งนะ ต้องเป็นพ่อแม่ให้ลูกนะ หนูเข้าใจ แต่มันไม่มีวันเหมือนเดิม ยังไงวันนี้ขวัญใจก็ไม่มีคุณพ่อแล้ว (ร้องไห้) หนูสงสารฟูมที่สุด หนูใจสลายเพราะหนูรู้ว่าฟูมรักขวัญใจแค่ไหน หนูสงสารที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นขวัญใจเติบโต วันหยุดยาวที่จะถึง ตั้งใจจะไปสวนสัตว์กันเพราะขวัญใจรู้เรื่องแล้วเขาก็ไม่ได้ไป จะมีกีฬาสี เขาตั้งใจมากจะพาคุณลูกไป เขาก็ไม่ได้ทำแล้ว ตัวหนู ขาไม่ปกติ ไม่แข็งแรงเหมือนเดิมตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ ฉะนั้นมันจะเกิดความสูญเสียมากกว่า แต่ละคนจะมีความละเอียดอ่อนต่างกัน เขาตื่นมานวดตะคริวให้หนูทุกคืน ไม่เคยมีบ่น
ธนกฤต : วันนี้มีเพื่อนอยู่สองส่วน ส่วนแรกคือโหนกระแส อีกอันคือกฎหมายก็เป็นเพื่อนคุณอีกคน
ที่หมอหมูน้ำตาไหล ผมเรียนว่า ที่ผมพูดไปให้แอดมินบล็อกคำพูดไม่ค่อยดี เอาตรงๆ ผมเข้าใจทุกคนจริงๆ ผมไม่โกรธเลยนะคนที่พูดว่าร้องไห้ไปด้วยพูดไปด้วยแล้วฟังไม่รู้เรื่อง ผมเข้าใจ ผมไม่ว่า ผมปล่อย พูดเร็วจังเลยผมเข้าใจ แต่ที่รับไม่ได้จริงๆ คือคำพูดประเภทว่าบีบน้ำตาจังเลย เป็นนางเอกเหรอ เอกการแสดงเหรอ อะไรของมึง หรือคำพูดที่บอกว่าก็ช่วยไม่ได้นี่ ทำไมไม่ย้ายรพ.เอง อะไรของมึง แล้วมีอีกเยอะแยะมากมาย ที่พิมพ์เบลมเขา ต้องเข้าใจว่าปัจจุบันเขาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว อนาคตมันเปลี่ยนไปหมด ทั้งที่ไม่ควรเปลี่ยน ถ้าได้รับการวินิจฉัย เราไม่ได้พูดถึงการรักษานะ การวินิจฉัยที่ถูกต้องของคุณหมอท่านนั้น เพียงคุณหมอบอกว่าลองตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจดูสิ หรือส่งไปหาหมอด้านหัวใจ ไม่ใช่ว่าไม่เป็นไร กลับบ้านไป หรือเขาไม่ได้ไปรพ.อื่น เขาพูดว่าเขากำลังจะไปหาตอนเย็น ฟูมเองไม่ได้จะไปหาคุณหมอแล้ว ผู้ป่วยขอไปส่งลูกก่อน ไม่อยากเอาลูกไปรพ. พักแป๊บนึงจะออกไปหาหมอ แต่ไม่ทัน ประเด็นนี้ต่างหาก เราฟังเรื่องยังไม่ครบเลย แต่ไปตัดสิน เขาเองเข้าใจว่าหมอที่มีอายุในการรักษา บอกว่าไม่เป็นไร สองผัวเขาตาย ลูกเขากำพร้า คุณต้องเห็นใจเขาด้วย บอกว่าเขาบีบน้ำตา เอกการแสดง เพื่ออะไรวะ คุณมีเมีย มีผัวมั้ย เมียคุณตาย พ่อคุณตาย ผัวคุณตาย ลูกคุณตาย แม่คุณตาย ร้องมั้ย หรือจะยิ้ม มีนะบางคนที่ผมเห็นเขาโพสต์ ผมตกใจมาก?
ธนกฤต : มีคนอย่างนี้จริงๆ
ผมโกรธมากนะ โกรธจริงๆ?
ณิชชา : คนที่โพสต์อาจมีเมีย มีสามีไม่ดี ไม่งั้นคงไม่โพสต์ลงอย่างนี้หรอก แต่ลูกแม่เป็นคนดีจริงๆ ดีไม่ดี ดูสิ มากันล้นศาลาเลย
ครูทราย : หนูเข้าใจนะคะว่าทุกคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องที่หาแสง บีบน้ำตา นางเอก เข้าใจทุกคน แต่ที่หนูออกมาตรงนี้ จริงๆ หนูหัวใจสลายมากนะคะ แต่หนูคิดว่าถ้าหนูไม่ออกมาทำแบบนี้ หนูอยู่ต่อไม่ได้ หนูออกมาเพราะอยากให้วันนึงขวัญใจในวันที่เขาโตแล้ว เขารู้ว่าแม่สู้แค่ไหน (ร้องไห้) อยากให้เขารู้ว่าแม่กำลังสู้เพื่อให้พ่อได้รับคำตอบว่าเป็นอะไรกันแน่ ทำไมพ่อถึงโดนอย่างนั้น อยากให้รู้ว่าพ่อเขารักเขาแค่ไหน ขวัญใจจะได้เติบโตมาเป็นเด็กที่ไม่ได้ขาดอะไรในชีวิต อยากให้ฟูมเป็นบุญกุศลของเขา อยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง คือคุณหมอดีๆ มีเยอะนะคะ อย่างที่ทรายบอกว่าทรายเคยเจ็บหนัก คุณหมอเป็นเทพเจ้าสำหรับทรายเลย เขาต่อขาให้ทรายใหม่ เพราะทรายขาขาด ฉีกเลย หมอต่อขาขึ้นมาให้ใหม่เลย ทรายเรียกเขาว่าเทพเจ้า หนูไม่ได้ลบหลู่บุคลากรทางการแพทย์นะคะ แต่หนูรู้สึกว่าโชคร้ายจัง ที่สามีหนูโชคร้าย (ร้องไห้) ที่หนูออกมาตรงนี้ จริงๆ หนูกลัวมากเลยนะคะ กลัวมากจริงๆ หนูรู้ว่าต้องมีเสียงอะไรแบบนี้ แต่แค่รู้สึกว่าถ้าอยู่เฉยๆ เราก็อยู่ไม่ได้อยู่ดี หนูเหมือนคนกำลังจมน้ำค่ะ (ร้องไห้) หนูแค่ต้องการมีชีวิตอยู่ต่อเพื่ออยู่กับลูกหนู (ร้องไห้)
หลายคนบอกว่าเธอเป็นไบโพลาร์เหรอ ไม่ใช่ คนที่สูญเสีย มีอะไรหลากหลายอยู่ในหัว ที่ผมจะพูดให้ฟัง ผมขอโทษนะ ถ้าพาดพิงเรื่องราวในอดีต คุณพ่อผมเสียชีวิตด้วยเหตุแบบนี้ คุณพ่อผมได้รับการรักษาผิดแบบ เป็นเส้นเลือดที่หัวใจตีบสองเส้น เส้นนึงตีบมาก ตอนแรกคุณหมอบอกว่าไม่มีเอ็นไปถ่างไว้ได้ ทำได้เส้นเดียว ผมไปนั่งรออยู่ข้างหน้า แต่คุณหมอกลับทำสองเส้น แล้วเส้นที่ทำไม่ได้ มันแตก ซึ่งผมนั่งอยู่ข้างหน้า สุดท้ายทางรพ.มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ ขณะนั้น และมีการเยียวยา ถ้าจำไม่ผิดคือ 20 ล้าน ขอไม่เอ่ยชื่อรพ. แต่เขารับผิดชอบ พ่อผมอายุ 74 ผมก็งงว่าผมนั่งอยู่ข้างหน้า แต่คุณหมอไม่มีการมาบอกผมว่าจะขอทำเส้นที่สองด้วยนะ แต่คุณหมอทำเลย ผมต้องแอบใส่ดเสื้อกาวน์คุณหมอ แอบไปดูว่าทำไม ตอนแรกบอกชม. เดียว แต่นี่ 3 ชม. เข้าไปผมเห็นกำลังปั้มหัวใจเลือดพุ่งออกมาจากปาก ทุกอย่างผมเห็นหมด ตอนนั้นไม่ได้ดำเนิคดี เพราะผมยังอ่อนๆ อยู่ ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว ผมถึงเข้าใจเขา ว่าเขาไม่ได้เป็นไบโพลาร์เหมือนที่คุณพูดหรอก มันเป็นความรู้สึกของคนที่ไม่รู้จะทำยังไง ผมอยากให้คุณประเมินใหม่ ไม่อยากให้ไปว่าเขา เขาเป็นคนสูญเสีย อยากให้ลองวิเคราะห์ให้ดีๆ เป็นกำลังใจให้เธอดีกว่ามั้ย วันนี้เธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวแล้ว ครอบครัวแม่ผู้เสียชีวิตมานั่งอยู่ตรงนี้ ก็ควรจับมือช่วยเหลือเขามากกว่า อยากดูแลเขาเหมือนเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หรือจะไปซ้ำเขาเหมือนหมอคนนั้นเหรอ บอกว่าเป็นโรคประสาท กลับบ้านไปก็แยกนอนแล้วกันนะ อยากซ้ำเติมเธอแบบนั้นจริงๆ เหรอ โดนมาเยอะแล้ว พอเถอะ ขอร้อง ไหว้จริงๆ?
ณิชชา : แม่สูญเสียถึง 3 คน ลูกชายจากตาย หลานและลูกสะใภ้จากเป็น มันจะไม่เหมือนเดิม ทุกวันศุกร์ที่แม่นั่งรอลูก เขาจะมาหาแม่ แม่ก็นั่งรอมีความสุขทุกวันศุกร์ แต่วันศุกร์ที่แล้วมันไม่เหมือนเดิม
มีอะไรอยากเพิ่มเติม?
ครูทราย : วันนี้ถ้าทางรพ.ฟังอยู่ หนูไม่ได้โจมตีโหมกระหน่ำอะไรขนาดนั้น แต่หนูไม่รู้ทางออก ตอนหนูขอให้ทำ หนูวิ่งทำทุกอย่างไม่มีใครให้ ตอนนี้สิ่งที่สูญเสีย เขาคือสามีหนู พ่อของลูกหนู ลูกของแม่ หลานของพี่ป้าน้าอาทุกคน ความสุขมันประเมินค่าไม่ได้ บ้านหนูไปไหนแพ็กกันสามคน ต้องอยู่ด้วยกันเสมอ จากนี้เหลือกันสองคนแล้ว ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว (ร้องไห้)


