หากพูดถึงคู่รักดารา-ไฮโซที่ตกเป็นเป้าสายตาและถูกพูดถึงในโซเชียลอย่างต่อเนื่อง ชื่อของ “นาวิน ต้าร์” นาวิน เยาวพลกุล และภรรยาสาวสุดแซบ “ไฮโซน้ำหวาน” พัสวี พยัคฆบุตร ย่อมติดอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ มีกระแสข่าวดรามาอยู่ในพื้นที่สื่อตลอด
ฟาดแรง ปมบริจาคนมแม่ (2561)
ไฮโซน้ำหวานซึ่งขึ้นชื่อเรื่องวินัยในการปั๊มนม ได้โพสต์แบ่งปันภาพการสต็อกนมแม่จำนวนมาก พร้อมทั้งเปิดใจนำนมแม่ไปบริจาคแจกจ่ายให้แก่แม่ๆ ที่ขาดแคลนฟรี จนเกิดข้อถกเถียงในสังคม 2 ประเด็นหลัก คือ ความเหมาะสมของภาพถ่ายปั๊มนมที่ถูกมองว่าหวือหวาเกินไป และข้อกังวลจากบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับความปลอดภัยตามหลักสาธารณสุขของการส่งต่อนมแม่ โดย “นพ.ยง ภู่วรวรรณ” หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงการแจกจ่ายน้ำนมแม่ โดยบอกว่าน้ำนมแม่มีประโยชน์กับลูกของเรา แต่อาจจะเป็นอันตรายกับลูกคนอื่น
ต่อมา น้ำหวาน ได้โพสต์ภาพเด็กทารกที่ได้รับบริจาคน้ำนมของตนเอง ระบุว่าเด็กแข็งแรงดี พร้อมฟาดกลับว่าคนไทยมีความรู้ ตรวจโรคก่อนบริจาค อย่าว่าคนไทยไม่มีความรู้สิ สมัยนี้ไม่มีใครโง่!
ฉะสาวจอดรถดึงเบรกมือขวางทาง (2561)
ในปี 61 มีสาวรายหนึ่งโพสต์เล่าเรื่องราวกรณีที่ไปจอดรถขวาง ใส่เบรกมือรถของ นาวิน ต้าร์ และ ไฮโซน้ำหวาน ต่อมาไฮโซน้ำหวานให้สัมภาษณ์สื่อดัง เล่าเหตุการณ์หนังคนละม้วน ลั่นไปทานข้าวกันที่บางแสน ตอนกำลังจะกลับ ถอยรถออกไม่ได้ เพราะมีรถจอดขวางทาง ถามหาเจ้าของรถอยู่ประมาณ 30 นาที แต่หาไม่ได้ จนโทรแจ้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ รวมทั้งไล่กันตะโกน หัวหาด กลางหาด ท้ายหาด แต่ไม่เจอเจ้าของ เลยโทรแจ้งตร. รวมๆ เหตุการณ์ผ่านไปชม.กว่า เมื่อตำรวจมาถึง และติดต่อรถยกให้ ก็อีกประมาณ 30 นาทีแล้ว
ซึ่งภายหลังคู่กรณีมาก็ถามว่ารถจอดขวางทางหรือ ตนบอกว่าใช่ และไม่มีการขอโทษใดๆ ประกาศยืนยันฟ้องหมิ่นประมาทคู่กรณี เพราะทำผิดแล้วยังแต่งเรื่องอีก
ลิงก์ดูดเงิน สูญ 5 ล้าน (2567)
อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นผู้เสียหาย หลังนาวิน ต้าร์ พลาดท่ามิจฉาชีพ สูญเงินดิจิทัลในทันทีรวมกว่า 5 ล้านบาท โดยเจ้าตัวตกเป็นเหยื่อเผลอกดลิงก์ข่าวปลอมในกล่องข้อความ จนถูกดูดเงินในบัญชีคริปโตเคอร์เรนซีหายไปกว่า 5 ล้านบาท หลังจากนั้นได้มีมิจฉาชีพหัวใสเกาะกระแส นำภาพและชื่อของทั้งคู่ไปตัดต่อทำข่าวปลอมเพื่อโปรโมตเว็บพนันออนไลน์ จนกระทั่งทั้งสองคนต้องเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ (สอท.) เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ลูกส่งเสียงดังในร้านกาแฟ ถูกคนในร้านส่งสายตาไม่เป็นมิตร (2068)
กลายเป็นประเด็นระดับชาติที่ถูกนำมาถกเถียงกันในสังคมเมื่อไฮโซน้ำหวานโพสต์ระบายความในใจหลังวันหยุดที่ควรจะได้พักผ่อนกับครอบครัวในร้านกาแฟเจ้าประจำ กลับต้องอวสาน เพราะลูกๆ เจอสายตาไม่เป็นมิตรจากผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทำให้เธอต้องปกป้องลูกๆ ด้วยความอดทนสูงสุด โดย ไฮโซน้ำหวาน ได้โพสต์คลิปลูกกับสามี พร้อมใส่แคปชั่นเล่าเหตุการณ์ไว้ บอกว่าหากรู้สึกไม่พอใจเด็กๆ ก็ให้มาโทษที่ผู้ปกครอง ไม่ใช่ส่งสายตาสั่งหรือค้อนให้เด็กตกใจกลัว งานนี้มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
“โค้ชส้ม” ครางยั่วสามี ร่ำไห้อยากหย่า (2569)
ดรามาที่กลายเป็นกระแสร้อนแรงถึงขั้นต้องไปเคลียร์กันในรายการโหนกระแส เกิดขึ้นเมื่อไฮโซน้ำหวานโพสต์ระเบิดอารมณ์ฉุน “โค้ชส้ม” นักไลฟ์สาวที่เข้ามาสอนงานไลฟ์สดให้นาวิน ต้าร์ โดยระบุว่าอีกฝ่ายมีพฤติกรรมแทะโลมสามี พูดจาสองแง่สองง่าม เช่น “ผัวคนทั้งประเทศ” รวมถึงแสดงกิริยาไม่เหมาะสมในห้องประชุม
ฝั่ง นาวิน ต้าร์ - ไฮโซน้ำหวาน นำหลักฐานคลิปเสียงออกมาเปิดเผย ยืนยันว่าฝ่ายโค้ชส้มส่งเสียงคราง เป็นพฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติ ทำลายศักดิ์ศรีครอบครัว และเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดี โดนน้ำหวานถึงขั้นร่ำไห้ประกาศอยากหย่า เพราะสามีไม่ให้เกียรติ ไม่ปกป้องเธอ
ฝั่งโค้ชส้ม ออกมาชี้แจงว่าคำพูดดังกล่าวพูดในฐานะแฟนคลับที่ชื่นชม ไม่ได้คิดเชิงชู้สาว ยินดีขอโทษเพื่อให้เรื่องจบ แต่ปฏิเสธการเดินทางไปขอขมาที่บ้านเนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย
ระเบิดอารมณ์ครอบครัวสามี ทวงเงินค่าไอติม 40 บาท บล็อกเบอร์ (2569)
ล่าสุดกับประเด็นใหญ่ระหว่างไลฟ์สด ไฮโซน้ำหวานได้ระบายความอัดอั้นตันใจจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ไฮโซน้ำหวาน ปรี๊ดกลางไลฟ์สดหลังสามีถูกญาติทวงเงินค่าไอติมราคา 25-40 บาท มองงี้งกและไม่น่ารัก ยอมรับไม่ได้กับวัฒนธรรมนี้ โดยอ้างว่าตนเองเปย์เลี้ยงข้าวครอบครัวสามีมื้อละเป็นหมื่น เป็นแสน และให้เงินพ่อแม่สามีเท่าเทียมกับพ่อแม่ตัวเอง แต่พอนาวิน ต้าร์ ไปกินไอติมกลับต้องถูกทวงเงินหลักสิบ
นอกจากนี้ได้เผยว่าตอนที่เธอทะเลาะกับนาวิน ต้าร์หนักมากจนถึงขั้นจะเลิกกัน พ่อของคุณต้าร์กลับไม่ช่วยเหลืออะไรเลย แถมยังบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเธออีกด้วย น้อยใจสามีไม่เคยปกป้องเธอ ไม่เหมือนกับปกป้องครอบครัว


