"อิงฟ้า" งานแน่น ยังไม่ได้ไปเช็คร่างกาย หลังจากวูบคากอง กำลังปรึกษาทีมงานแก้ไขคิวงานต่างๆ แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ลาดพร้าว
ตั้งแต่เกิดอาการหน้ามืดวูบกลางงานบวงสรวงภาพยนตร์ "อิงฟ้า วราหะ" ก็ยังไม่ได้ไปเช็คร่างกายที่โรงพยาบาล เพราะทำงานหนักยังไม่มีคิวว่าง เกรงใจลูกค้าไม่กล้าเลื่อนงาน ยอมรับว่าหนักสุด ปรึกษาทีมงานหาแนวทางแก้ไข
"ก็น่าจะหนักสุดตั้งแต่ที่เราควบคุมสติตัวเองได้ ณ ตอนนั้น มันเป็นอาการเหมือนตัวชา เท้าชา จะอาเจียน ปวดมวนท้อง เขาเรียกว่าธาตุแตกเหรอ (หัวเราะ) เป็นฟีลนั้น มันในเวลาเดียวกัน ซึ่งตอนนั้นคือคอนโทรลตัวเองไม่ได้ แล้วก็รู้แค่ว่าตอนจังหวะที่เขาขอถ่ายรูป ทุกอย่างมันค่อยๆ จางๆ แต่ยังไม่ได้ไปเช็กร่างกายเลยค่ะ ยังไม่มีวันที่จะได้ไปเช็กเต็มๆ กำลังขอคิวกันอยู่ค่ะ ทั้งฝน ทั้งแดด คือตั้งแต่กลับมาจากรำเราก็ยัง ยังไม่ได้หยุดลุยเลย"
"ก็มีการพูดคุยกับทางทีมงานกันว่าเราจะแก้ไขปัญหายังไงดี แต่เราก็เข้าใจทั้งลูกค้าแล้วก็ทางผู้ใหญ่หลายๆ ท่านที่รอคิวเรามานาน บางงานมันก็ไม่สามารถที่จะเลื่อนหรือว่าแคนเซิลได้ แต่แฟนๆ สบายใจได้ค่ะ (หัวเราะ) หนูยังอยู่อีกนาน (หัวเราะ) แต่ก็ขอโทษด้วยที่ทำให้หลายๆ คนเป็นห่วง เขาก็รู้แหละว่าเราทำงานหนัก ตัวฟ้าเองก็เห็นแฟนคลับบางทีหน้างานสู้ไปด้วยกัน ตากแดดตากฝนเราก็ไปด้วยกัน ก็อยากจะให้ทุกคนดูแลตัวเองด้วย ดูพี่ฟ้าเป็นตัวอย่างแล้วกัน ก่อนหน้านั้นเจอน้องเก่งกับน้องปิง เห็นน้องทำงานหนักมาก ยังไปเตือนเขาว่าระวังเป็นลมเป็นแล้งไปนะ พอวันที่เราเป็นลมน้องก็ทักมา (หัวเราะ) บอกว่าเจ๊ไปก่อนละ (หัวเราะ) คนเตือนไปก่อน (หัวเราะ) ก็ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ"
"อิงฟ้า" ร่วมแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ไฟไหม้ล่าสุด บอกทำให้ทุกคน ทุกฝ่ายตระหนักกันมากขึ้น และดีใจที่ได้เห็นหลายๆ ร้านออกมาทำคลิปให้เห็นถึงการเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น พร้อมเผยอาการวูบของตนล่าสุดน่าจะหนักสุดที่เคยเป็นมา และตอนนี้ก็คุยกับทีมงานเพื่อหาทางแก้ไขแล้ว
"ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจก่อนค่ะ กับทางผู้เสียชีวิต แล้วก็ครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงสำหรับใครที่ได้รับบาดเจ็บก็ขอให้หายไวๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ มันก็เป็นเหตุการณ์สะเทิอนใจ ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่อย่างที่บอกมันเป็นสถานที่เป็นแหล่งประกอบอาชีพของศิลปินด้วย และใครหลายๆ คนที่ทำงานอยู่ตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นพนักงานต่างๆ หลังจากที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น หลายๆ สถานบันเทิง เขาก็ออกมาทำคลิปที่เป็นลักษณะว่ามีสปริงเกอร์ หรือมีอะไรที่ทำให้เห็นความปลอดภัยมากขึ้น และหลายๆ ร้านก็น่าจะตระหนักมากขึ้น รวมถึงคนที่จะไปเที่ยว ขออนุญาตใช้คำนี้แล้วกันสำหรับสถานที่บันเทิง ก็ต้องรู้จักเซฟตัวเอง มองหาทางออก เวลาที่เราเข้าไปในร้าน มันก็ทำให้คนตระหนักมากขึ้น"
เวลาไปที่ไหนอิงฟ้าจะเช็คเรื่องความปลอดภัยของสถานที่เป็นอันดับ 1
"อย่างฟ้าเวลาไปคอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ ก็ค่อนข้างให้ความสำคัญกับตรงนี้มากค่ะ โดยเฉพาะเรื่องทางเข้าทางออก เป็นสิ่งแรกเลย ต่อให้ ไม่ว่าจะเป็นสถานบันเทิงหรือว่าไปทำงานที่ไหนนอกสถานที่ จะดูเรื่องของทางเข้า ทางออก เวลามันเกิดอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น มันเป็นเรื่องความปลอดภัย เพราะว่าทุกอย่างมันมีมูลค่าหมด เราควรจะดักไว้ก่อน เพราะถ้ามานั่งแก้ทีหลัง มันก็จะเป็นอย่างเคสที่เราเห็น ซึ่งตัวฟ้าเองให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยอันดับหนึ่ง ไม่ว่าเราจะทำงานหรืออะไร มันเต็มที่กันอยู่แล้ว ถ้าจะถูกมองว่าเรื่องเยอะ ก็อาจจะไม่ใช่"


