2 ผู้บริหาร เนื้อแท้ “บังโต-บังตาล” แก้ปัญหาพ้นวิกฤตแล้ว เผยชนวนเหตุของปัญหาสภาพคล่องมีมาตั้งแต่ช่วงโควิด ที่ผ่านมาทำธุรกิจได้กำไรแต่ไม่มีประสบการณ์มากพอ จึงเจอรายจ่ายซ่อนเร้นทีมบริหารแบกภาระหนักหน่วงจนรับมือไม่ไหว ตอนนี้ธนาคารอิสลามเข้ามาซัปพอร์ต เคลียร์ปัญหาเงินเดือนพนักงาน และสามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ ชี้ทำธุรกิจถูกหลักการศาสนาทุกประการ เลือกสู้ในทางที่ถูกต้องฮาลาล 100%
หลังออกแถลงการณ์ยอมรับว่าจากทีมบริหารแบรนด์ เนื้อแท้ ขาดสภาพคล่องในกระแสเงินสด ทำให้ประสบปัญหาการจ่ายเงินเดือนพนักงาน ไม่มีเงินซื้อวัตถุดิบเพียงพอในช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดสองผู้บริหาร “โต วีรชน ศรัทธายิ่ง” และ “ตาล นภศูล รามบุตร”จาก แบรนด์ร้านอาหารชื่อดัง “เนื้อแท้” ได้โพสต์คลิปชี้แจงผ่านโซเชียลว่าตอนนี้ได้แก้ปัญหาทั้งหมดได้แล้ว โดยได้ธนาคารอิสลามเข้ามาสนับสนุน ทำให้มีเงินไปจ่ายพนักงานที่ค้างเงินเดือนอยู่
-ผมมีเจตนาที่จะทำธุรกิจที่ถูกต้อง สะอาด เป็นธรรม นี่คืออุดมการณ์ของเรา และอุดมการณ์ยังเป็นเหมือนเดิม ทุกกรณีในการบริหารเงินทึ่เข้ามาทั้งหมด หรือวิธีการหาเงินมันจะต้องถูกต้องตั้งแต่ตอนแรก
-เราเปิดร้านมา มีพนักงานประมาณ 500-600 คน กระแสดีมาก ไม่เกิน 1 เดือน ก็มาเจอบททดสอบแรกคือโควิด เราต้องหยุดปิดร้านหมด ด้วยอุดมการณ์ของเราที่อยากจะอยู่เป็นปึกแผ่นกับพี่น้องที่ทำงานมาด้วยกัน ก็ตัดสินใจว่าพี่น้องเราจะตกงานไม่ได้ มันคือหัวใจหลักของเราเลยในการเลี้ยงพนักงานให้เขามีรายได้ การจ่ายเงินพนักงานล้าช้าแม้แต่วันเดียวเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรา ตามหลักอิสลามเหงื่อยังไม่ทันแห้งควรจะให้เงินเขาแล้ว เราไม่อยากผิดหลักการศาสนา
-ตอนนั้นมีคนที่เห็นศักยภาพของเรา เขาก็มาเสนอตัวอยากจะมาสมทบ โดยที่จะซื้อหุ้นของโตไป โตกับตาลก็เลยตัดสินใจขายหุ้นในส่วนของโต เพื่อเอาเงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงานจำนวน 60 ล้านบาท เงินตรงนี้ใช้ไปกับการจ่ายเงินเดือนพนักงานล้วนๆ ให้ตรงเวลา นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดปัญหาระยะยาว
-ผู้ที่เข้ามาซื้อหุ้น มีข้อตกลงกับเราว่าเราจะต้องมียอดขายที่สูงเพียงพอที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์เขาถึงจะยอมช่วยเรา เราก็รับปากเพื่อให้ทุกคนไม่ลำบาก จึงเห็นการเติบโตที่เร็วมาก มีการเปิดสาขาเร็วมาก ซึ่งขัดกับอุดมการณ์ของโตที่ต้องการมีร้านเพียงไม่เกิน 5 ร้านเพื่อควบคุมคุณภาพ
-ข้อเสียของการขยายธุรกิจรวดเร็ว เพราะเรายังไม่ทราบปัญหาหรือรูรั่วต่างๆ ในการเปิดร้านอาหาร ซึ่งมันมีรายจ่ายแฝงโผล่มาเรื่อยๆ และเจอในสเกลที่ใหญ่มาก ด้วยพื้นฐานเรายังไม่แข็งแรง เราพยายามหาจุดบอดจุดรั่วนี้แต่กลายเป็นเรื่องไม่จบไม่สิ้นเสียที พอได้กำไรแล้วก็จะมีรายจ่ายแฝงโผล่มาอีก วนๆ อยู่แบบนี้ จนโตและตาลต้องมีการหาเงินเพิ่ม คือการไปติดหนี้ เราแบกความหนักหน่วงนี้ไว้กัน
-แม้จะมีลูกค้าที่รักเราอยู่แล้ว แต่มีลูกค้าใหม่เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ แต่กำไรเราไม่เคยได้รับเลย ได้มาแล้วก็เหมือนไม่ได้อยู่แบบนี้ จนมันสุดทางที่ 6-7 เดือนที่แล้ว เราไม่มีความสามารถที่จะทำแบบเดิมต่อไปได้ ทาง ceo ใหม่ที่เข้ามาก็ค้นหารูรั่วจนเจอหมดแล้ว แต่ม้นช้าเกินไป ทำให้พร่องหนัก เลยตัดสินใจกันว่าผู้บริหารจะไม่รับเงินเดือน มาประมาณ7 - 8 เดือน
-เราพยายามสู้กันมาจนถึง 2 เดือนสุดท้าย จนมาถึงพนักงานระดับหน้าร้าน เรามีความสามารถในการจ่ายเงินเดือนได้ไม่ทัน แต่ไม่เคยไม่จ่าย แต่จ่ายช้า แล้วเราก็ไม่มีเงินจะไปซื้อวัว จึงทำให้เนื้อวัวไม่มีขายพอดีกับจำนวนร้าน ทำให้ไม่มีรายได้เข้ามาจ่ายพนักงานได้ทัน จ่ายเลทไป 2 เดือน
-กระแสเงินสดหมุนไม่ทันจริงๆ แต่เราทีมงานระดับซีอีโอ ทั้งโตและตาลไม่มีที่ว่าไม่จ่ายเงินเดือนพนักงานแล้วเอาเงินมาบำรุงบำเรอตัวเองใดๆ ทั้งสิ้น เงินเดือนตัวเองก็ไม่ได้ สามารถเช็กเส้นทางการเงินได้ ถ้าอยากจะเอาเงินไปบำเรอสุขโตกลับไปทำอาชีพเดิมดีกว่า
-ขอบคุณพระเจ้า พอมีเรื่องนี้เกิดขึ้น ก็มีองค์กร ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ใจดีให้เงินกับเรามา ตอนบ่ายโมงของวันนี้ (15 ก.ค.69) เราได้จ่ายเงินเดือนพนักงานในร้านอาหารหมดครบทุกคนแล้ว
-ไม่ใช่แค่เงินเดือนอย่างเดียว ทางธนาคารอิสลามยังให้เงินมาทำธุรกิจต่อด้วย เพื่อเอาเงินไปซื้อวัตถุดิบ จากนี้ทุกอย่างจะค่อยๆ กลับมาขายครบเหมือนเดิมแล้ว
-ในประเด็นประกันสังคม พนักงานคนไหนที่ต้องเบิกเงินประกันสังคมในตอนนี้ไม่มีปัญหา คุณเบิกได้เสมอ ทางประกันสังคมมีความเมตตาให้กับผู้ประกอบการจะมีเวลาอะลุ่มอล่วยให้หากผู้ประกอบการขาดสภาพคล่องประมาณ 60 วันเราก็มีการจ่ายช้าบ้าง ถ้าประกันสังคมไม่สามารถให้ต่อคนได้เราก็จะดูแลให้เป็นส่วนตัว
-แล้วใครที่คิดว่าเราเอาเงินประกันสังคมไปใชัในบริษัทไม่ใช่นะ หาว่าเราเอาเงินไปหมุนก่อน ไม่ใช่นะ เราไม่มีเงินจ่ายพนักงานและไม่มีเงินจ่ายประกันสังคม มันไมามีเงินจะหมุนเลยไม่มีเงินให้พนักงาน เป็นสิ่งที่เราเสียใจมากๆ ที่เอาเรื่องไม่เป็นความจริงไปบิดจนกลายเป็นความผิดของบริษัท เราไม่อยากทำผิดหลักการศาสนา ถ้ามันไม่ถึงที่สุดจริงๆ ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทีมซีอีโอพยายามสุดชีวิตเพื่อให้มันได้
-อีกกลุ่มที่โตอยากจะขอโทษหนักมากคือเกษตกร รู้สึกสงสารและเสียใจมากยิ่งกว่าทุกสิ่งกับโครงการวัวแดง เพื่อทำให้เรามีวัวที่ดี โดยเราคิดไว้เผื่ออนาคตหากเกิดสงครามขึ้นมา เราจะมีปัญหาการนำเข้าเนื้อวัว เราจึงคิดค้นโครงการเพื่อให้เกษตกรเลี้ยงวัวตามสเปคของเรา แต่พอเราเกิดวิกฤตมันก็ไม่เป็นไปตามที่เราเคยพูดไว้ ซึ่งธนาคารอิสลามได้เข้ามาช่วยเหลือเราตรงนี้แล้ว จากนี้จะค่อยๆ พัฒนาต่อไปกันอีกครั้งตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
-ขอโทษกลุ่มลูกค้าที่เข้ามากินแล้วไม่มีเมนูที่เขาชอบ พนักงานโดนว่าจะเปิดร้านทำไมถ้าไม่มีของ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง เพราะกระแสเงินสดของเราไม่สามารถจะซื้อวัวตามจำนวนเดิมได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมแล้ว ปัญหาเรื่องกลัววัวจะขาด การนำเข้าวัวจากต่างประเทศจะไม่มี สงครามเกิดเราพึ่งตัวเองได้ในเมืองไทย ขอบคุณทุกคนที่ยังรักเรามาตลอด 10 ปี สิ่งที่ดีใจอยู่นิดนึงคือทุกคนโกรธเราเพราะไม่ได้กินอาหารเรา ไม่ใช่ไม่มีกระแสเงินสดเพราะไม่มีใครชอบ
-เนื่องจากมีคนใส่ร้ายป้ายสีว่าโตไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทแล้ว อันนี้เป็นเรื่องไม่จริง โตและตาลยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดอยู่ ยังบริหารทุกอย่างในบริษัทกันทุกวัน
-การบริหารงานนับจากนี้ จะมีร้านที่ไม่เยอะมาก ตามความตั้งใจเดิม ก็ไม่มีปัญหากับผู้ที่มาสนับสนุนเราแล้วเพราะเขาก็มองว่ามันน่าจะดีกว่า ก็จะไปโฟกัสตรงวัวแดง และร้านอาหารแยกออกมา จากนี้ร้านอาหาร 6-7 ร้านที่เหลืออยู่จะกลับมาดูแลโดยตรงจากโต ตามเจตนารมณ์เดิมที่ตั้งใจไว้
-จากนี้อะไรที่ไม่ถนัดเราจะไม่ทำ เราจะจับสิ่งที่เราถนัดและทำให้มันลงตัวมากกว่าเดิม ขอบคุณทุกการขอของทุกคนที่มีเจตนาดี ที่รู้เรื่องธุรกิจ รู้เรื่องการทำมาหากิน ที่รู้ว่ามันมีปัญหาอย่างนี้ได้ในการทำธุรกิจ เราไม่มีความสามารถในการทำธุรกิจสเกลใหญ่ด้วตามหลักการของศาสนา การจะกู้เงินจ่ายดอกเบี้ยมาช่วยเหลือ เราไม่ได้ เราก็เลือกทางที่ยากที่สุด แต่ถูกต้องตามหลักการ สู้มาตลอด ไม่มีเงินดอกเบี้ยที่ไม่ถูกอนุญาต จริงๆ มันก็ง่ายถ้าจะไปทางนั้น แต่เราทำไม่ได้ เราเลือกสู้ในทางที่ถูกต้อง ให้ฮาลาล 100%


