“อาย กัญญาลักษณ์” แจงยิบปมถูกปลดฟ้าผ่า “มิสซูปร้าฯ” ยันพาสปอร์ตไม่ได้หายแค่สับสนเพราะป่วยหนัก ลั่นพร้อมขอโทษหากชี้ชัดความผิดได้ แต่ถ้าไม่ระบุให้ชัดเจนก็เท่ากับว่าไม่เป็นธรรม
จากกรณีประกาศช็อกแฟนนางงามที่กองประกวด Miss & Mister Supranational Thailand สั่งปลด “อาย กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว”หรือ “อายกัญ” พ้นตำแหน่งอย่างกะทันหัน โดยระบุเหตุผลว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงและให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อองค์กร
ล่าสุด อาย กัญญาลักษณ์ ได้ออกมาชี้แจงความจริงในมุมของตนเองอย่างละเอียดทุกประเด็น เพื่อแก้ข้อเข้าใจผิดในสังคม ทั้งเรื่องหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่ยืนยันไม่ได้หาย แค่คลาดเคลื่อนเพราะอาการป่วยก่อนเดินทาง และความโปร่งใสในเรื่องสปอนเซอร์
1. เรื่องการดำเนินการขอวีซ่าและการส่งคืนพาสปอร์ต เป็นสาเหตุให้ อายต้องไปถามพาสปอร์ตกับกองประกวด ทำให้กองประกวดเข้าใจผิดว่า อายทำพาสปอร์ตหาย
วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 15.30 น. หนูได้ยื่นคำร้องขอวีซ่าตามขั้นตอนที่กองประกวดกำหนด โดยส่งมอบหนังสือเดินทางให้เอเจนซี่ที่กองประกวดมอบหมายเป็นผู้ดำเนินการ
ต่อมา วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 11.10 น. เจ้าหน้าที่ทำวีซ่า (ในที่นี้จะใช้เรียกว่าคุณ A )ได้แจ้งในกลุ่มไลน์ว่าผลวีซ่าได้รับการอนุมัติแล้ว และแจ้งว่าจะให้พี่เจ้าหน้าที่อีกคน (ในที่นี้จะเรียกว่าคุณB) เป็นผู้ติดต่อเพื่อจัดส่งหนังสือเดินทางคืน พร้อมขอที่อยู่สำหรับจัดส่ง
ในวันเดียวกัน คุณ B ได้โทรศัพท์มาสอบถามสถานที่จัดส่งหนังสือเดินทาง หนูแจ้งว่าขณะนั้นกำลังฟิตติ้งชุดและไม่มีผู้รับเอกสารที่บ้าน จึงขอให้คุณ B เก็บหนังสือเดินทางไว้ก่อน และเมื่อใกล้วันเดินทางจึงค่อยจัดส่งให้ เนื่องจากทั้งหนูและคุณ B อยู่ในกรุงเทพมหานคร จึงไม่มีประเด็นเรื่องระยะเวลาในการจัดส่ง และหลังจากนั้นไม่มีการพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งคืนหนังสือเดินทาง
- ช่วงเตรียมตัวก่อนเดินทาง
หลังจากได้รับกำหนดการเดินทาง
ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 หนูมีภารกิจเตรียมตัวต่อเนื่อง
* 3 กรกฎาคม งานแถลงข่าว Miss & Mister Supranational Thailand
* 4 กรกฎาคม ถ่ายทำและซ้อมเดิน
* 5–8 กรกฎาคม เตรียมชุด อุปกรณ์ และกิจกรรมตามกำหนดของกอง
* 9 กรกฎาคม ทีมจัดเตรียมสัมภาระสำหรับการเดินทาง
ระหว่างนี้ หนังสือเดินทาง ยังอยู่กับเอเจนซี่ และยังไม่ได้มีการจัดส่ง ตามที่ได้ตกลงกันไว้
- เหตุการณ์วันที่ 9–11 กรกฎาคม
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 หนูมีอาการป่วย มีไข้สูง และเกิดอาการแพ้ยา จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลาดพร้าว
ในระหว่างการเตรียมตัวเดินทาง หนูและทีมช่วยกันตรวจสอบสัมภาระและค้นหาหนังสือเดินทาง แต่เนื่องจากสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ มีอาการมึนจากอาการป่วยและยาที่ได้รับ จึงเกิดความสับสนว่า หนังสือเดินทางอยู่กับตัวหนูหรือยังอยู่กับเอเจนซี่
ด้วยเหตุนี้ เวลา 00.57 น. ของวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 หนูจึงโทรศัพท์สอบถามคุณ A ด้วยความกังวลว่า หากหาหนังสือเดินทางไม่พบจะต้องดำเนินการอย่างไร
คุณ A ได้แจ้งกลับทันทีว่า หนังสือเดินทางยังอยู่กับคุณ B และจะรีบจัดส่งให้ในเช้าวันรุ่งขึ้น พร้อมทั้งแจ้งว่าเห็นหนูเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จึงยังไม่ได้เร่งดำเนินการจัดส่ง
ต่อมา หนังสือเดินทางได้ถูกจัดส่ง และหนูได้รับหนังสือเดินทางในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.33 น. เพื่อเตรียมเดินทางตามกำหนดใหม่ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นกำหนดการที่ได้หารือร่วมกับกองประกวด
- คำชี้แจงต่อข้อกล่าวหาเรื่อง “ทำพาสปอร์ตหาย” และ “ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ”
หนูขอเรียนว่า หนังสือเดินทางของหนูไม่ได้สูญหายแต่อย่างใด แต่ยังคงอยู่กับผู้ดำเนินการขอวีซ่าที่กองประกวดมอบหมายมาตลอด
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ในช่วงที่หนูมีอาการป่วยและได้รับยา หนูเกิดความสับสนว่า หนังสือเดินทางได้ถูกจัดส่งคืนให้หนูแล้วหรือยัง จึงรีบติดต่อสอบถามเอเจนซี่ทันที
เมื่อได้รับคำยืนยันว่า หนังสือเดินทางยังอยู่กับเอเจนซี่ ก็ได้มีการจัดส่งให้ในวันถัดมา
ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงไม่ใช่ว่า “หนังสือเดินทางสูญหาย” แต่เป็นเพียง ความคลาดเคลื่อนในการรับรู้ตำแหน่งของหนังสือเดินทางในช่วงที่หนูมีอาการป่วย
หนูไม่เคยมีเจตนาปกปิด บิดเบือน หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อกองประกวดแต่อย่างใด และเมื่อทราบข้อเท็จจริงแล้ว หนูก็ได้รับหนังสือเดินทางคืนจากผู้ที่ดูแลเอกสารทันที
การที่หนังสือเดินทางไม่ได้อยู่กับตัวหนูในวันที่ 10 กรกฎาคม ไม่ได้หมายความว่าหนูทำหนังสือเดินทางสูญหาย เนื่องจากข้อเท็จจริงคือหนังสือเดินทางยังอยู่กับเอเจนซี่ผู้ดำเนินการขอวีซ่า และสามารถตรวจสอบตำแหน่งของหนังสือเดินทางได้ทันทีเมื่อมีการสอบถาม จนมีการจัดส่งคืนให้หนูในวันที่ 11 กรกฎาคม ดังนั้น ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับผู้ครอบครองหนังสือเดินทาง ไม่ใช่การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือการจงใจหลอกลวงกองประกวดแต่อย่างใด
2. เรื่องอาการป่วยของอาย
ในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 ช่วงเช้า หนูเริ่มมีอาการไข้ และอาการทรุดลง โดยมีไข้สูงขึ้น
เวลาประมาณ 17.00 น. คุณแม่ได้พาหนูเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลาดพร้าว แพทย์ได้ตรวจอาการและประเมินว่า ควรรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล (แอดมิต) แต่เนื่องจากหนูมีภารกิจต้องเดินทางไปประกวด ทางครอบครัวจึงขอรับการรักษาแบบเร่งด่วนก่อน
ทางโรงพยาบาลได้ให้ยาฆ่าเชื้อชนิดฉีด เซฟเตร็ก ร่วมกับยาสเตียรอยด์ แต่หลังได้รับยาฆ่าเชื้อไม่เกิน 10 นาที หนูเกิดอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง มีอาการคัน บวมแดง และมีผื่นขึ้นทั่วร่างกายและใบหน้า
หลังจากนั้น แพทย์ได้ให้ยาแก้แพ้เป็นครั้งที่ 2 แต่อาการผื่นยังไม่ลดลง จึงได้ฉีดยาสเตียรอยด์เพิ่มเติมเป็นเข็มที่ 3 ทำให้อาการของหนูดีขึ้น อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังคงประเมินว่าควรอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดและแนะนำให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล
แต่ทางครอบครัวยืนยันว่าจะกลับไปพักรักษาตัวที่ห้องพักเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทาง และในเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 (เข้าสู่เช้าวันที่ 10 กรกฎาคม) หนูได้กลับมารักษาตัวต่อที่ห้องพัก
ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางกองประกวดได้ส่งตัวแทน (ND กองประกวด) มาติดตามอาการและประเมินความพร้อมในการเดินทาง ก่อนจะมีการตัดสินใจร่วมกันว่า หนูจะไม่เดินทางตามกำหนดการเดิม เพื่อให้มีเวลารักษาตัวอย่างเต็มที่
จึงมีการเลื่อนกำหนดการเดินทางจากวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 โดยค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน ทีมของอายเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนค่าน้ำหนักกระเป๋า ทางกองประกวดเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ กองประกวดจะเป็นผู้ดำเนินการออกตั๋วเครื่องบินทั้งหมด และทางทีมของหนูจะนำเงินไปชำระให้ในวันเดินทาง
3. เรื่องสปอนเซอร์ของทางกองประกวด
หนูไม่เคยได้รับตารางงานที่เป็นการว่าจ้างงานจากสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการ หากมีงานของกองประกวดที่หนูต้องเข้าร่วม หนูก็ไปปฏิบัติหน้าที่และให้ความร่วมมือเสมอมา
ดังนั้น หนูจึงไม่เข้าใจว่าทางกองประกวดไม่พอใจหนูในประเด็นใดเกี่ยวกับเรื่องนี้
4. เรื่องความพร้อมในการเดินทางไปประกวด
หนูและทีมยังคงมีความพร้อมที่จะเดินทางไปประกวด แม้ภายหลังจากที่กองประกวดได้ประกาศปลดหนูพ้นจากตำแหน่งในคืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569
ต่อมา ในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 ได้มีบุคคลที่สาม (คนกลางที่เข้ามาพยายามไกล่เกลี่ยเรื่องราวภายหลังการประกาศปลด) ติดต่อเข้ามา โดยมีเงื่อนไขให้หนูไลฟ์สดร่วมกับคนกลาง เพื่อกล่าวขอโทษในเรื่องพาสปอร์ต และชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่สังคมกล่าวหาหนู
5. เรื่องการขอโทษ
หนูสามารถกล่าวขอโทษได้ค่ะ แต่หนูต้องการทราบก่อนว่า ความผิดที่กองประกวดได้ระบุไว้ในหนังสือประกาศให้หนูพ้นจากตำแหน่งนั้น คือความผิดในเรื่องใดบ้าง
เนื่องจากในประกาศระบุว่า “พบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ระเบียบ และเงื่อนไขของกองประกวด รวมถึงการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อองค์กร อันถือเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขของผู้ดำรงตำแหน่งอย่างร้ายแรง ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนประเทศไทยต่อไปได้”
ซึ่งหนูไม่เข้าใจว่าข้อความดังกล่าวหมายถึงการกระทำใดของหนู และหนูได้กระทำความผิดในเรื่องใดบ้าง หนูไม่ทราบจริง ๆ ว่า สิ่งที่กองต้องการให้หนูขอโทษนั้นคือเรื่องอะไร
หากต้องขอโทษจริง หนูก็สามารถขอโทษได้ และพร้อมที่จะยอมรับหากได้กระทำผิดจริง
แต่หากเป็นความผิดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และกองประกวดเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม กองก็ควรมีหนังสือเตือนหรือแจ้งให้หนูทราบในประเด็นนั้นก่อน เพื่อให้หนูได้รับทราบและมีโอกาสปรับปรุงแก้ไข
อย่างไรก็ตาม หากหนูไม่ได้กระทำความผิด และยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าตนเองผิดในเรื่องใด แต่กลับถูกปลดออกจากตำแหน่ง หนูรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่เป็น ธรรมสำหรับหนูค่ะ”


