เคยเป็นหนึ่งในนักธุรกิจสาวผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการแบรนด์เนมมือสองของไทย สำหรับ “มาดามพัดซัง” หรือ พลอยนภัส ศรีสำราญโชค ผู้ก่อตั้ง Grease House ที่โด่งดังอย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อผู้คนไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ ส่งผลให้ตลาดสินค้าแบรนด์เนมหรูในประเทศไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด และสร้างรายได้มหาศาลให้กับผู้ประกอบการในวงการนี้
ในช่วงเวลานั้น ชื่อของมาดามพัดซังกลายเป็นที่รู้จักในหมู่เซเลบริตี้และนักสะสมสินค้าแบรนด์เนมระดับแนวหน้าของประเทศ มีลูกค้าและผู้ร่วมประมูลสินค้าหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนหรือดูแลตัวเอง เพราะต้องทุ่มเทให้กับธุรกิจอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม เส้นทางชีวิตไม่ได้สวยหรูเหมือนภาพที่หลายคนเห็น เมื่อภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อธุรกิจแบรนด์เนมมือสอง รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เธอลงทุนกลับไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ชีวิตที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดต้องพลิกผันอย่างรวดเร็ว จนถูกนิยามว่าเป็น “มหาราณีตกอับ” ในปัจจุบัน
แม้จะต้องเผชิญมรสุมชีวิตอย่างหนัก แต่มาดามพัดซังไม่เคยยอมแพ้ เธอพยายามแก้ไขปัญหาและมองหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเองอยู่เสมอ จนค้นพบเส้นทางสายใหม่ที่เปลี่ยนชีวิตอีกครั้ง นั่นคือ “ธุรกิจความงาม”
มาดามพัดซังตัดสินใจศึกษาข้อมูลด้านศัลยกรรมอย่างจริงจัง ก่อนบินลัดฟ้าไปประเทศเกาหลีใต้เพื่อปรับโฉมตัวเองครั้งใหญ่ และจากประสบการณ์ตรงที่ได้รับ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่ จนพัฒนาเป็นเอเจนซี่ศัลยกรรมครบวงจร “PHUDSANG SURGERY” ที่กำลังได้รับความสนใจในปัจจุบัน
สำหรับ PHUDSANG SURGERY ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Medical Tourism Experience ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษาและประสานงานด้านศัลยกรรมความงามเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบครบวงจรในประเทศเกาหลีใต้ให้กับลูกค้าอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ช้อปปิ้งสกินแคร์ เครื่องสำอาง และสินค้าแบรนด์เนม รวมถึงพาไปสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับมิชลินสตาร์ และอาหารเกาหลีต้นตำรับชื่อดัง ตลอดจนกิจกรรมเสริมความเป็นสิริมงคลอย่างการเช็กดวงชะตา เพื่อให้ลูกค้าได้รับทั้งความสวย ความมั่นใจ และประสบการณ์สุดพิเศษตลอดทริป
โดยเจ้าตัวเคยเปิดใจผ่านรายการแฉว่า ช่วงที่หมดแพชชั่นในชีวิตเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอหันกลับมาดูแลตัวเองอย่างจริงจัง
“วันที่หมดแพชชั่น ทำไมเราดูแก่แบบฉับพลันขนาดนี้ ช่วงนั้นน้ำหนักเกือบ 60 กิโลค่ะ แต่เป็นช่วงที่หาเงินได้เยอะมาก จากนั้นเลยบินไปเกาหลี ศัลยกรรมแรกเลยคือจัดเรียงไขมันใต้ตา เพราะตาเราดูไม่มีพลัง หย่อนและโรย ไปมา 5 โรงพยาบาล แต่ละที่เขียนมาว่าต้องทำประมาณ 15 รายการ เราถึงกับร้องไห้เลยค่ะ เพราะไม่คิดว่าหน้าเราจะแย่ขนาดนี้ เพราะเรามั่นใจในหน้าตัวเองแบบนี้มาตลอดชีวิต จนมาเจอคุณหมอท่านหนึ่งดูจริงใจเลยตัดสินใจทำค่ะ คราวนี้พอทำเสร็จแล้วเราชอบ คราวนี้เลยมาทุก 3 เดือนเลยค่ะ” มาดามพัดซังกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ
นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวชีวิตที่สะท้อนให้เห็นถึงการลุกขึ้นสู้หลังเผชิญความล้มเหลว จากวันที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด สู่วันที่ต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ แต่ยังคงไม่ยอมแพ้ และสามารถเปลี่ยนบทเรียนราคาแพงให้กลายเป็นโอกาสใหม่ จนกลับมาสร้างเส้นทางธุรกิจและความหวังให้กับชีวิตได้อีกครั้ง
Cr : https://youtu.be/xkIVP8uHbYY?si=P25-d-DsPdNuocpc
https://vt.tiktok.com/ZSXFoTHfC/


