xs
xsm
sm
md
lg

“แอนนี่ บรู๊ค” ปลื้มปั้นลูกคุณภาพ “น้องฑีฆายุ” บอกแม่อย่าเพิ่งตุย จะซื้อบ้านให้ โต้ขายบ้านเพราะเงินหมด!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“แอนนี่ บรู๊ค” แจงประกาศขายบ้าน ที่แท้ช่วยเพื่อนเดือดร้อนเงิน ไม่เกี่ยวเงินหมด พร้อมอวดลูกชาย “น้องฑีฆายุ” โตแล้วช่วยแม่ประหยัด เผยลูกอยากรวย เตรียมทำธุรกิจ ขอแม่อย่าเพิ่งตุย จะซื้อบ้านให้แม่อยู่ ปลื้มสิ่งที่จะทิ้งเอาไว้คือการปั้นลูกให้มีคุณภาพ บอกสเปกสาวในฝันต้องเหมือนแม่ ลั่นอย่าเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง เลี้ยงลูกด้วยความเมตตา

หายเงียบไปพักใหญ่ สำหรับแม่เลี้ยงเดี่ยวสุดสตรอง “แอนนี่ บรู๊ค”ที่ล่าสุดเจ้าตัวมีการประกาศขายบ้าน ชาวเน็ตก็เลยคิดว่าตอนนี้แม่เลี้ยงเดี่ยวกำลังประสบปัญหาภาวะการเงินหรือเปล่า ซึ่งล่าสุดแอนนี่ได้มาร่วมงานเสวนาและสัมภาษณ์พิเศษ ภายใต้หัวข้อ หลักสูตร BTEC Level 3 วุฒิ ม.ปลาย อินเตอร์ฯ ฝั่ง UK เรียนจบใน 1 ปี ได้สกิลดีตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุค AI และการรับรองวุฒิของมหาวิทยาลัยไทยและทั่วโลก ณ Westminster College Bangkok โดยบอกว่าขายเพราะเพื่อนร่วมหุ้นคนหนึ่งต้องการใช้เงินด่วน เลยตัดสินใจร่วมกันที่จะขายไปก่อน

“ไม่มีอะไรค่ะ ก็คือว่าจริงๆ แล้วแอนร่วมกันกับเพื่อน แล้วทีนี้เราคิดว่าเวลาที่เราแก่ตัวไป เราจะสร้างคอมมูนิตี้เล็กๆ แบบมีที่ดินผืนเล็กๆ คนละ 50 100 ตาราง แล้วก็สร้างบ้านเหมือนมาอยู่ด้วยกันเวลาเกษียณ เราจะได้ไม่ต้องรบกวนลูกเต้าแล้วทีนี้เผอิญว่าเพื่อนก็มีปัญหาเรื่องต้องการใช้เงิน

เราก็เลยงั้นเดี๋ยวไม่เป็นไร ขายไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวค่อยสร้างใหม่ คือไม่มีอะไรเลย ก็คือเป็นบ้านของแอนกับเพื่อนสร้างร่วมกัน ไม่ใช่บ้านของแอนคนเดียว คือช่วยกันสร้าง มันมีหลายห้องนอน แล้วก็มีพื้นที่ข้างๆ เดี๋ยวเราก็จะค่อยๆ สร้างขึ้นมา แอนไปดูโมเดล มันจะมีโมเดลของคุณท่านนึงที่เขาสร้างคอมมูนิตี้อย่างนี้ขึ้นมา สำหรับคนที่เวลาที่เกษียณ เราจะได้ไม่ต้องรบกวนลูก แล้วเราก็ยังมีคนอยู่ด้วยกัน รู้จักกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

บอกสาเหตุที่ยอมลดราคา เพราะเพื่อนต้องการใช้เงินด่วน
“ก็ไม่เป็นไร คือทุกคนจะคิดยังไงก็ได้ แต่ว่าขอบคุณวันนี้ที่ถาม คือเขาต้องการใช้เงินด่วน เราก็เลยบอกโอเค ไม่ใช่เรา แต่เราก็ต้องการใช้นะ เพราะว่าเราทุกคนต้องการใช้หมด ก็ขายเท่าทุนค่ะ จาก 2.99 ล้าน เหลือ 2.59 ล้าน ก็คือเอาไปเลย ถามว่าเสียดายไหม ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหาใหม่ได้ แล้วเราทำใหม่ได้ เพราะว่าแอนเคยเป็นนายหน้าขายที่ดินด้วย แถวนครนายก เราก็จะรู้ว่าตรงนี้ มันมีที่ที่ถูกนะ ไม่ได้แพงนะ เดี๋ยวค่อยซื้อใหม่ ค่อยเก็บเงินใหม่ก็ได้

เพราะว่าความจำเป็นของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน อันนี้คือคุณพ่อคุณแม่เขาไม่สบาย แล้วทีนี้เขาต้องใช้เงินด่วน แอนก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรยูเดี๋ยวเราประกาศขายให้ เพราะว่าเรามีผู้ติดตามอยู่ แต่ว่าตอนนี้ยังขายไม่ได้นะคะ เพราะคนที่ไปดูก็อาจจะดูว่า ประมาณ 100 ตารางวามันน้อยไปไหม แต่จริงๆ มี 3 ห้องนอนนะ เธอก็แบ่งกันอยู่สิ ที่เราลดเยอะเพราะว่าคุยกันแล้วค่ะ อย่างที่บอกว่าเขามีปัญหาจริงๆ เราก็เลยคิดว่าไม่เป็นไร พอมาหารแล้วจริงๆ มันตกคนละไม่กี่บาทเองนะเพราะมันอยู่กันหลายคน มันไม่ได้แบบว่าสองล้านกว่าแล้วมันจะได้ขนาดนั้น หารกันก็ตกคนละไม่เท่าไหร่ค่ะ”

บอกเป็นคนประหยัดอยู่แล้ว งานก็บาลานซ์ลงตัว
“จริงๆ ของแอนอยู่ออนไลน์ซะมากกว่า แอนไม่ได้อยู่ทีวีมาประมาณ 16 ปี เท่าอายุลูกเลย นานๆ ก็จะโผล่ไปรายการโน้นรายการนี้ที เป็นคนที่ตามหาตัวจับยากเหมือนกัน เพราะว่า (หัวเราะ) ไม่ค่อยดีจะออกสื่อหรือไปไหน บางทีก็ไม่ค่อยได้ไปสัมภาษณ์ วันนี้ก็กลับบ้านเลยค่ะ แล้วแอนอยู่ออนไลน์ ทำงานออนไลน์ เป็นแอดมินให้กับเพจต่างๆ ให้กับแบรนด์ต่างๆ คือแอนทำหมด แล้วก็รีวิวสินค้า แล้วก็เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบ้าง แบรนด์ต่างๆ บ้าง และที่สำคัญเลยก็คือเราต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัด เราอยู่ได้ แล้วทำออนไลน์มีความสุขด้วย

รายรับรายจ่ายบาลานซ์ได้ค่ะ แล้วแฮปปี้เพราะว่าเราเป็นคนที่ไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ดังนั้นทุกอย่างมันก็กลมกล่อมได้ ถามว่ามันเหนื่อยไหมที่เราต้องดูแลทุกอย่าง แอนว่าเมื่อก่อนตอนที่แม่ล้ม แอนเหนื่อยกว่านี้มาก ตอนที่แอนเลิกไปทำงานต่างประเทศ แอนว่าช่วงนั้น ช่วงตอนที่ลูก 8 ขวบ แอนว่าช่วงนั้นน่าจะเป็นจุดสุดๆ ของแอนแล้ว งานในวงการมันไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้วแหละ มันไม่มีอยู่แล้ว แล้วตอนนั้นออนไลน์ก็มาใหม่ๆ เราทำไม่เป็นด้วย ก็ตำน้ำพริกอย่างที่ทุกคนเห็น คือเริ่มต้นเบสิกมากๆ

จนวันนึงแอนนา ทีวีพูลบอกว่าพี่ต้องเปิดเพจ แล้วพี่ต้องยอมโดนด่าก่อน (หัวเราะ) คือฟซบุ๊กแอนก็ปิดเป็นส่วนตัว ทุกอย่างแอนเป็นไพรเวตมานานเป็น 10 กว่าปี พี่ต้องยอมนะ แล้วเดี๋ยวงานจะเข้ามาเองนะพี่ เราก็เลยเชื่อเขา แล้วก็เปิดเพจ แรกๆ ก็โดนกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์มาก ก็ไม่เป็นไร แต่เราคิดว่าระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน เราต้องทำตัวเองให้ดี ซึ่งคนด่าเขาก็ด่าไปเรื่อยเปื่อยค่ะ เป็นที่รองรับอารมณ์ของทุกคนอยู่แล้ว เพราะว่าเดี๋ยวนี้โลกโซเชียลคนด่าไว้ก่อน ไม่เป็นไร แอนก็โอเค เวลาแอนอ่าน อันไหนที่เราไม่ชอบเราก็ลบทิ้ง”

ไม่อยากพูดว่าลูกเป็นอภิชาตบุตร แต่คงโชคดีที่ลูกมีบุญติดตัวมาด้วย
“ก็มีนะคะ แอนทำออนไลน์มาปีนี้เข้าปีที่ 6 มีอย่างปี 2023 ทั้งปีไม่มีงานเลย แต่เราก็ประหยัด อันไหนที่เราซอฟต์ได้เราก็ซอฟต์ อันไหนที่เราประหยัดได้เราก็ประหยัด อันไหนที่ลูกพอจะช่วยเราได้ เช่น ในเรื่องของการขอทุนการศึก เช่นไปสอบชิงทุนต่างๆ เราก็ได้มาบ้าง คือขอบคุณน้องฑีมากๆ ที่มาช่วยเสริม ช่วยในระหว่างที่เราขาดรายได้

จะเรียกว่าลูกชายเป็นอภิชาตบุตรได้ไหม ก็ไม่อยากจะใช้คำนั้น แต่พ่อแม่ก็เป็นส่วนหนึ่ง แอนว่าเป็นคำสอนจากตัวเองส่วนหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่งแอนว่ามาจากเด็กด้วยนะ บางทีพ่อแม่สอนให้ตาย ให้ดีแค่ไหน ถ้าเด็กเขาไม่ดี ถ้าเขาไม่เอาด้วยแต่อันนี้คือโชคดีที่เขามีบุญติดตัวมาด้วย แล้วก็เราเองก็ประพฤติปฏิบัติตั้งตนอยู่ในที่ที่ดีด้วย แล้วพอมาอยู่ด้วยกัน มันก็เลยเกิดสิ่งที่ดีๆ”

ปลื้ม “น้องฑีฆายุ” เป็นเด็กไทยคนเดียวที่ไปเรียนเรื่องเทรดเงินกับนักเรียนฮาร์วาร์ด
“ก็จะเป็นเทรดดิ้งนะคะ ก็คือเรียนกับนักเรียนฮาร์วาร์ด จะเป็นการเรียนก่อน 3 เดือน ไม่ใช่ว่าไปแข่งเทรดเลย เรียนเสร็จแล้วปุ๊บ เขาก็ให้เทรดจริงในวอลล์สตรีท เป็นหุ้นจริง เป็นกระดานจริงเลย แล้วพอเทรดไปได้แค่ประมาณอาทิตย์เดียว อเมริกาก็ตู้มอิหร่านเลย ร่วงระนาว ทีนี้ลูกก็ได้เรียนรู้ว่าจากตลาดโลก จริงๆ แล้วมันไม่ได้ดูแค่กราฟนะ คุณต้องอ่านข่าว คุณต้องเรียนรู้เรื่องสถานการณ์รอบโลกด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วหุ้นตัวไหนจะขึ้นจะลง ซึ่งตอนนั้นแอนว่าจริงๆ แล้วน้องเป็นเด็กไทยคนเดียวที่เข้าไปเทรดตรงนี้

ก็ปลื้มใจ แต่ว่าสิ่งที่ปลื้มมากกว่าคือมันเปิดมุมมองใหม่ให้เขา เพราะอย่างที่แอนบอกว่าเขาปักธงเรื่องดิจิทัลมีเดียอาร์ตมาตลอด แล้วทีนี้โลกมันเปลี่ยนไป เพราะ AI มันเข้ามา หลายๆ อย่างมันมาดิสรัปต์หมดเลย ถึงแม้มันจะเป็นความฝันของเขา แต่ว่ามันจะต้องมีอาชีพที่ทำเงินให้เขาเพื่อที่จะมารองรับความฝันเขาอีกทีนึงแล้วทีนี้พอเราได้เปิดเรื่องการเงิน เขามีวิชั่นส์ใหม่เลยนะ เขาเปลี่ยนแนวเลย จากแบบเด็กอาร์ต เป็นแบบ เฮ้ย แม่พูดถูก การเงินมันสำคัญมากเลยนะ ก็เลยบอกว่าถ้าหนูเรียนรู้เรื่องการเงินนะ มันไม่มีสอนในโรงเรียน ถ้ายูรู้เรื่องการเงิน ยูจะก้าวหน้ากว่าคนอื่น 1 ก้าว”

เผยได้ “โน้ส อุดม แต้พานิช” มาให้คำปรึกษา
“ตอนนี้เราคุยกันแล้วค่ะ จริงๆ ถ้าพูดไปแล้วเดี๋ยวกลัวมันจะไม่เป็นจริง (หัวเราะ) ก็คือว่าตอนนี้น้องสนใจ 2 อย่าง เป็น economic (ด้านเศรษฐศาสตร์) เพราะว่าน้องเรียน AP ไป 2 ตัว เป็นเรื่องเกี่ยวกับตราสารเงิน ตราสารต่างประเทศ ตราสารหนี้ แล้วก็เทอมหน้าที่เขาจะเรียนกฎหมายการเงินระหว่างในประเทศ แล้วเทอม 2 จะเป็นเรื่องกฎหมายการเงิน ตราสารเงิน ตราสารต่างประเทศ เรื่องแบงก์กิ้ง เรื่องจัดการการเงินของต่างประเทศ อันนี้เขาลงไว้เอง เพียงแค่การแข่งขันครั้งเดียวที่เราเปิดโลกให้เขาสามารถเปลี่ยนแปลงมายด์เซ็ต

เขาก้าวกระโดดนะ แล้วเขาเลือกเอง คือตอน ม.3 ตอนที่เขาสับสน คือเราเป็นแม่ก็จริง แต่เราไม่ได้รู้ทุกเรื่อง ใครน่าจะเป็นไอดอลที่จะพูดเรื่องนี้ได้ ระหว่างอาร์ตกับระหว่างการทำมาหากินที่จะต้องเอาเงินมาควบ ดูแลความฝัน แล้วพี่โน้ส อุดม เราก็ยกหูหา บอกพี่โน้ส หลานมีความสับสนแล้วพี่โน้สแกก็สร้างรายได้ เพื่อมา cover ความฝันของแกที่แกเป็นนักศิลปะ วาดภาพ พอแกบอกว่าความฝันมันต้องใช้เงินบางครั้ง แอนก็เลยนัดให้เจอกัน แล้วทีนี้แอนว่าตรงนั้นเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งจุด แล้วก็จุดเปลี่ยนที่สองน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่แอนพาเขาไปเปิดโลกเรื่องของ trading เรื่องของ Harvard ค่ะ”

สอนลูกเรื่องความสำคัญของเงิน
“คือแอนว่าเมื่อก่อนเขาจะมีความคิดเหมือนเด็กทั่วๆ ไป ก็คือเวลาแอนพูดเรื่องเงิน เขาจะบอกว่าเงินไม่สำคัญหรอกแม่ ความสุขนี่สำคัญ คนเรามันต้องมีความสุข แอนก็บอกว่า ลูก การมีเงินคือการมีอิสระ มีเงินไม่ได้ผิดนะ เป็นคนรวยไม่ได้ผิดนะ แต่ว่าถ้ายูเลิกกับแฟน คือเขายังไม่มีนะ แต่แอนสมมติให้เขาเข้าใจ ถ้าน้องฑีเลิกกับแฟน นั่งร้องไห้บนรถ Lamborghini กับนั่งร้องไห้บนฟุตปาธ หนูว่านั่งตรงไหนสบายกว่ากัน แม้มันจะต้องเจ็บปวดเท่ากัน

แล้วอีกอย่างหนึ่ง เงินมันซื้อความรักไม่ได้ก็จริง มันซื้อมิตรภาพไม่ได้ก็จริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันโคตรจะจำเป็นเลย เพราะในวันที่คุณไม่มี ซึ่งหนูก็ผ่านมันมากับแม่แล้ว หนูรู้สึกว่ามันไหวไหม แล้วยิ่งเจเนอเรชันยู ยูไหวหรือเปล่า แล้วอีกหน่อย ถ้าสมมติยูต้องไปสร้างครอบครัว ถ้ายูมีแฟน มีภรรยา แต่งงานไป หรือจะเลี้ยงข้าวแฟน แม่ไม่ให้เงินนะ ยูอย่ามาใช้เงินไอ คือยูต้องใช้เงินตัวเองนะ เขาก็เลยมองว่าผมต้องสร้างฐานะจริงๆ เขาพูดอย่างนี้ เขาบอกว่าผมอยากรวย”

บอกตนกับลูกผ่านประสบการณ์อะไรด้วยกันมาหลายอย่าง
“ตอนนี้เขากำลังสร้างบางสิ่งบางอย่างกับเพื่อนเขา เขาบอกว่าเขาต้องเริ่มต้นได้แล้ว แล้วก็เวลาแอนสอนให้คบเพื่อน ที่ผ่านมา เขาก็คบเพื่อนที่มี mindset เดียวกันมาตลอด แอนบอกว่า OQP (Only Quality People) ยูจะคบเพื่อนยังไงก็ได้ ขอให้มี 3 อย่างนี้ Only Quality People คือยูจะคบเพื่อนแบบไหน คบขี้เมา 5 คน ยูจะเป็นคนที่ 6 คบคนรวย 5 คน ยูจะเป็นคนที่ 6 คบคนขี้เกียจ 5 คน ยูจะเป็นคนที่ 6 ยูเลือกเอา เขาก็บอกว่าเจ๋งจัง (หัวเราะ)ก็บอกว่ามันไม่ใช่เจ๋งลูก มันคือเรื่องจริง

ปลื้มใจค่ะ แต่ว่าเราไม่ได้คาดหวังนะ เรามองว่าถ้าเขาคิดได้ขนาดนี้ มันอาจจะเป็นวิชั่นส์ที่เราใส่ให้เขาด้วยแหละ และเป็นประสบการณ์ที่เราสองแม่ลูกค่อยๆ เติบโตมาด้วยกัน ท่ามกลางความยากลำบาก ผ่านความเหน็ดเหนื่อยหลายๆ อย่างมาด้วยกัน แอนว่าชีวิตนึงเกิดมาแล้ว แอนอยากจะ break the cycle ของตัวเอง เราอาจจะเกิดมาไม่เพียบพร้อม เกิดมาไม่ได้ร่ำรวย แต่เราสามารถที่จะสอนให้คนๆ นึง

อย่างบางคนอาจจะคิดว่าถ้าฉันจะจากโลกนี้ไปแล้วฉันต้องเขียนหนังสือเล่มนึงเพื่อไว้เป็นอนุสรณ์สถาน แต่สำหรับแอนคือ แอนอยากปั้นคนๆ นึง ให้เขาได้มีคุณภาพมากที่สุด แล้วก็ให้เขาอยู่ดูแลตัวเองได้ มันยากมากนะคะการที่เราจะต้องเลี้ยงใครสักคนนึงที่เราจะขาดเขาไม่ได้ ให้เขาขาดเราให้ได้ในวันนึง ยากมากนะ”

ลูกบอกขอสเปกผู้หญิงที่เหมือนแม่
“มันก็มีวันนึงที่ไม่หล่อ หัวเหม็นบ้าง มันก็มีนะ ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ แอนว่าเรื่องหน้าตาไม่ได้ให้ลูกไปให้ค่ากับมันมากเท่าไหร่ แต่แอนบอกว่า เอาอย่างนี้ถึงแม้จะไม่ได้ให้ค่าในเรื่องหน้าตา แต่แม่เชื่อว่าโลกจะใจดีกับเรา สักนิดนึง ถ้าเราดูแลตัวเอง ดูสิทุกวันนี้ถึงแม้จะทำดีแค่ไหน คนนี้ทำดีมากเลยผิดนิดเดียว กับอีกคนที่ผิดเยอะมากแต่หน้าตาดีมากเลย ทุกคนให้อภัยคนหน้าตาดีมากกว่าคนหน้าตาไม่ดีซึ่งมันเป็น Beauty Privilege เราก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นแบบนี้ คุณก็ต้องดูแลตัวเองด้วย เดี๋ยวนี้เขาเข้าฟิตเนส ออกกำลังกาย เขาบอกว่าแม่ ผมต้องมีบอดี้ ไหล่ผมต้องดูดี มีสิวต้องทำยังไง เรื่องอาหารอย่ากินน้ำตาลเยอะเกินเดี๋ยวสิวขึ้น ก็ต้องกินโปรตีนให้ถึง

ความรักวัยรุ่นแอนไม่กังวลเลย พอดีว่าเขามีเพื่อนวัยเดียวกัน แล้วเพื่อนเขาก็มีแฟนกันหมดแล้ว ทีนี้เด็กๆ เขาก็แชร์กันบอกว่าฉันพาแฟนไปกินข้าว แล้วโดนไป 2,000 เด็กวัยรุ่นเขาก็เม้าธ์มอยกัน เนี่ยต้องเลี้ยงแฟนนะ พาไปดูหนังโดนไปอีก 700-800 ซึ่งถามว่าเราเป็นห่วงเรื่องผู้หญิง ห่วงลูกไหม ไม่เลย เขาบอกว่าสเปกเขา ขอให้ดีให้ได้ 20 เปอร์เซ็นต์ของแม่ ถ้าเขาเจอ แอนก็ถามว่าทำไมล่ะ แม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันไม่ใช่คนดีนะเธอ ก็เป็นคนธรรมดาคนนึง เขาบอกว่าแม่เข้าใจผมมากเลย แม่จะ 50 แล้ว แม่โคตรวัยรุ่นเลยแม่เข้าใจผมทุกอย่าง เข้าใจเด็กเจนผมด้วย เรารู้หมด เราทันเขาหมด”

เผยลูกชายกำลังจะเริ่ม Start up หารายได้ บอกแม่อย่าเพิ่งตายก่อน
“เขาหมายความว่าขอให้เข้าใจเขาได้สัก 20 เปอร์เซ็นต์ คุยได้ทุกเรื่อง ไม่มาง้องแง้ง งอแง คือแอนค่อนข้างเป็นผู้หญิงแมนๆ แอนเป็นเด็กบ้านนอก แอนมาทำงานในกรุงเทพฯ ไม่เห็นแม่จะว่าอะไรเลย แล้วก็อย่างคนที่เขาอยู่เมืองนอก ลูกเขาก็ออกจากบ้านตั้งแต่ 18 เขาก็ไปใช้ชีวิตกันก็ธรรมดา แอนเชื่อว่าเด็กทุกคนที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ พ่อแม่เขาก็ไม่ได้มานั่งถามว่า เธอคบใครอยู่ตอนนี้ ดีไหมยังไง

เราไม่ต้องถามลูกเลยว่ามีแฟนหรือยัง เขาบอกตลอด เขาบอกว่ายังไม่มี แต่อันนี้คือสเปกผมนะ สเปกเป็นแบบนี้นะแม่ แม่ดูนะ อินสตาแกรมอันนี้สเปกแบบนี้แม่จำไว้เลยนะ เขาเล่าให้เราฟังทุกเรื่อง เพราะว่าเราไม่เคยปิดกั้น เราไม่เคยดุด่า เราไม่เคยบอกว่าอย่าทำ ให้เล่าก่อน ถึงแม้บางเรื่องมันจะไม่ใช่ เราเก็บไว้ก่อนข้างใน ถ้าถามว่าอยากได้ลูกสะใภ้ต้องแบบไหน ก็ขอให้พากันไปได้ดี

ก็แนะนำเขาแค่นี้แหละค่ะ บอกว่าลูกมีแฟนกับเพื่อนเหมือนกันนะ คล้ายๆ กัน ก็คือให้พากันไปได้ดี พากันไปทำเรื่องดีๆ แล้วก็ให้เขาเป็นสุภาพบุรุษ ต้องดูแลเขานะ ยูก็ต้องหาวิธีทำมาหากิน ไม่ใช่มาใช้เงินไอไปเลี้ยงสาวไม่ได้นะ ยูต้องใช้เงินตัวเอง ตอนนี้เขาก็แว็บๆ ของเขาทำในคอมบ์ฯ กับเพื่อน เรียกว่ากำลังจะ Start up คือแอนพูดเยอะก็ไม่ได้ เขาไม่ให้บอกว่าผมกำลัง Start up อยู่นะแม่ แม่ใจเย็นๆ นะ แม่รอผมหน่อยนะ แม่อย่าเพิ่งตายได้ไหม แล้วก็ถามว่าทำไมล่ะลูกทำไมคิดอย่างนี้ เขาก็บอกว่าปีนี้แม่ 46 แล้ว แม่แก่แล้ว เราก็บอกว่าแม่จะรอ”

ปลื้มลูกชายบอกอยากซื้อบ้านให้แม่ ไม่อยากให้แม่เหนื่อยแล้ว
“แอนว่าไม่แปลกสำหรับเด็กสมัยนี้นะ เพราะเด็กสมัยนี้เข้าถึงข้อมูลเยอะไม่แปลกค่ะ ไม่ใช่แค่ลูกแอนหรอก แอนคิดว่าลูกของหลายๆ คน หลายๆ บ้านตอนนี้น่าจะเริ่มแล้วแหละ แล้วทุกคนก็มองเห็นว่าการประสบความสำเร็จหรือว่าการที่เรามองหาลู่ทางอะไรที่มันเร็ว บางคนมีเงินก่อน 14 - 15 ก็สามารถทำอะไรได้แล้ว อายุน้อย ร้อยล้าน (ยกมือไหว้สาธุ) หนูต้องไปกี่วัด (หัวเราะ)

ก็อยู่ที่ Mindset ของเรา แล้วทีนี้เราย้ายบ้านบ่อยมาก เขาก็บอกว่าผมอยากสร้างบ้านให้แม่จังเลย ประสบการณ์สอนเขาเองแหละ มันเป็นชีวิตเราที่เราใช้ในปัจจุบัน แล้วมันทำให้สอนเขาว่าอยากให้แม่มีบ้าน ผมไม่อยากให้แม่ต้องมาคิดเยอะ ไม่อยากให้แม่เหนื่อยแล้ว”

บอกเคล็ดลับการเลี้ยงลูก อย่าเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง
“แต่จริงๆ แอนบอกแล้วไงว่า ฉันจะไปสร้างชุมชนบ้านคนชราของฉัน แต่ทีนี้เขาบอกว่าเขายังอยากอยู่กับแม่อยู่นะ ยังอยากอยู่ใกล้ๆ นะ แล้วถ้าลูกแต่งงานไปล่ะ ลูกก็ต้องไปอยู่บ้านลูกนะ แม่จะไปอยู่บ้านลูกไม่ได้นะ เพราะว่ายูต้องสร้างเป็นครอบครัวของยูเอง ไอจะไปอยู่กับยูไม่ได้ แต่ยูมาเยี่ยมไอได้ แบบนั้นแม่ว่าแฮปปี้มากกว่า เขาก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นเราคนละหลังได้ไหมล่ะ เราก็ช่วยกันหาไหมล่ะ ก็เป็นการคุยกันเล่นๆ สนุกๆ แต่ถ้าวันข้างหน้าอะไรก็เปลี่ยนแปลงได้ อะไรก็ไม่แน่นอน สมมติว่าวันข้างหน้าเขาทำไม่ได้ แล้วเขาไม่ประสบความสำเร็จขึ้นมา ก็ไม่เป็นไร เราพร้อมซัปพอร์ตอยู่ตรงนี้เสมอ

เคล็ดลับหลักคิดในการเลี้ยงลูกของเรา แอนว่าเป็นเรื่องของ relationship ความเข้าอกเข้าใจ เลี้ยงลูกด้วยความเมตตา แล้วก็เลี้ยงลูกอย่างที่ลูกไม่ใช่ของเรา อันนี้ขอยืมคำของแม่ชีศันสนีย์มาใช้ สิ่งที่เขาพูดสิ่งที่เขามาปรึกษาเรา ถ้าเราเลี้ยงลูกอย่างที่เป็นของเรา เราจะแอนตี้ทุกคำพูด เขามาปรึกษาอะไรก็บอกไม่ใช่ เพราะว่าเราคือศูนย์กลาง ฉันเป็นจุดศูนย์กลางของเธอ ฉันถูก ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อน ซึ่งร้อนมากด้วย อาจจะลวกแล้วโดยที่แม่ฉันไม่รู้

แต่เราไม่ได้เป็นแบบนั้น เราเลี้ยงลูกด้วยความเมตตา แล้วเราก็มองเขาว่าเขาไม่ใช่เด็ก เขาเป็นผู้ใหญ่คนนึงที่อยู่ในร่างเด็ก พอเขาโตมาใช้คำพูดธรรมดาอธิบายให้เข้าใจ แอนไม่เคยตีลูกเลย เพราะฉะนั้นการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ไม่มีไม่เกิดขึ้นแน่นอน พอเขารู้ถึงความเมตตาของเราแล้วเราอยู่กันมาแบบนี้ นุ่มนวลกลมกล่อม ให้เวลาเขา เป็นแม่ที่มีอยู่จริงให้กับเขา รับฟังมากกว่าพูดติเตียน แค่นี้แหละ แอนให้ความสำคัญกับลูกมากที่สุด”