“เต๋า ภูศิลป์” ปลื้มได้ร่วมถวายความจงรักภักดีในฐานะประชาชนคนไทย เล่าย้อนเคยทำหน้าที่จิตอาสากับสภากาชาดไทยตั้งแต่ก่อนเข้าวงการ พร้อมยกพระองค์ภาฯ เป็นต้นแบบของการทำความดีแบบปิดทองหลังพระ และเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต
“เต๋า ภูศิลป์ วารินรักษ์” นำทีมศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค และนักแสดงจาก GMMTV ได้แก่ มิ้วส์เชค อรภัสญาน์ สุกใส, กิมกลอย สิริกาญจน์ เจริญวงศ์, ป๊อด ศุภกร ศรีโพธิ์ทอง, ปาแปง พรหมพิริยะ ทองพุทธรักษ์พร้อมด้วยสมาชิกวง Bovini อย่าง เกียรติคุณ ศรีนวล (นักร้องนำ), จิรสิน ดีอ่ำ (มือเบส) และ ธนากร ยาอินทร์ (มือกลอง)ร่วมเป็นจิตอาสาแพ็กและแจกอาหารให้ประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในกิจกรรมของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ บริเวณหน้าโรงเรียนช่างฝีมือในวัง ประตูอุดมสุดารักษ์ พระบรมมหาราชวัง
โดยเต๋าในฐานะตัวแทนศิลปิน ได้เผยความรู้สึกที่ได้มาร่วมเป็นจิตอาสาในวันนี้ (9 ก.ค.) พร้อมเล่าย้อนว่าเคยมีโอกาสทำหน้าที่จิตอาสากับสภากาชาดไทยตั้งแต่ก่อนเข้าวงการ และยกพระองค์ภา เป็นต้นแบบของการทำความดีแบบปิดทองหลังพระ
“ในฐานะตัวแทนศิลปิน วันนี้ได้มีโอกาสมาแสดงความจงรักภักดี โดยมาแพ็กอาหารที่โรงครัวพระราชทาน แล้วก็แจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพ และพระศพของทั้งสองพระองค์ครับ ก็ถือว่าได้มาถวายความจงรักภักดีในฐานะประชาชนคนไทย แม้จะเป็นอีกหนึ่งส่วนที่เล็กมาก เมื่อเทียบกับประชาชนที่เดินทางมา แต่เห็นแล้วก็รู้สึกพูดไม่ออกครับ เพราะว่ามันเห็นถึงความจงรักภักดี ที่พสกนิกรชาวไทยมีต่อทั้งสองพระองค์แล้วเราในฐานะประชาชนคนไทย ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดครับ”
เผยเคยมีโอกาสได้ถวายงานจิตอาสา ทำงานร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
“ตั้งแต่ปี 2555 นะครับ ที่ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการสรรหากุลบุตร-กุลธิดากาชาด ของสภากาชาดไทย ตอนนั้นก่อนที่จะเข้าวงการ ก่อนที่จะเข้าแกรมมี่ ก็ได้มีโอกาสถวายงานในหน้าที่ของจิตอาสา ของอาสาสมัครของสภากาชาดไทยครับ ก็ได้มีโอกาสไปร่วมงานกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตั้งแต่งานกาชาดครับ เมื่อก่อนจัดที่สวนอัมพร ก็จะไปทุกวันเลยครับ แล้วก็ได้มีโอกาสรับเสด็จ ทั้งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ แล้วก็พระองค์ภา ทั้งสองพระองค์ท่านก็ทรงมีความเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทย รวมไปถึงทรงช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับราษฎรที่ยากไร้
เราเป็นคนไทยคนหนึ่ง ตอนนั้นยังเด็กอยู่ ก็ได้มีโอกาสเห็นพระบารมี เห็นสิ่งที่พระองค์ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจต่อพสกนิกรชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ เมื่อสมัยที่พระองค์ท่านลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน โดยที่บางทีสื่ออาจจะไม่ได้เผยแพร่ เพราะว่าท่านก็เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ซึ่งเราเห็นแล้วก็รู้สึกเหมือนท่านเป็นแรงบันดาลใจ ขออนุญาตใช้คำสามัญนะครับ เหมือนเป็นแรงบันดาลใจให้กับเราในการทำความดี หรือทำอะไรก็แล้วแต่ เราไม่จำเป็นจะต้องไปบอกใคร ไปป่าวประกาศอะไร แต่เพียงแค่ว่าเราทำความดี ความดีมันก็อยู่ที่จิตใจเรา แล้วก็จะเกิดความปีติครับผม”
เล่ามีโอกาสได้รับเสด็จตอนเป็นเด็ก รู้สึกปลื้มใจจนพูดไม่ออก
“ก็จำได้ครับ พระองค์ท่านเสด็จมาที่งานกาชาด ท่านก็เสด็จมาที่บูธ ตอนนั้นผมก็ยังเด็กมาก ยังจำความรู้สึกไม่ได้ แค่ได้มีโอกาสช่วยถวายงานกับพี่ๆ น้องๆ กุลบุตร-กุลธิดากาชาด ของสภากาชาดไทยครับ ก็รู้สึกปลื้มใจในฐานะเด็กคนหนึ่ง เป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงาน เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ก็ได้เห็นถึงพระบารมี ก็รู้สึกปลื้มปีติตื้นตันใจ พูดอะไรไม่ออกเลยครับผม”
ยก พระองค์ภา เป็นต้นแบบ ในการทำงานแบบปิดทองหลังพระ
“อย่างที่บอกไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ พระองค์ท่านเป็นต้นแบบในเรื่องของการทำงานแบบปิดทองหลังพระ ไม่ได้ต้องการให้เป็นที่แพร่หลาย คือเหมือนท่านเกรงพระทัยน่ะครับ ท่านอยากไปไหนท่านก็เสด็จเลย ไปช่วยเหลือประชาชน มันก็เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้เรารู้สึกว่าโอเค เราทำความดีเราไม่จำเป็นจะต้องมารอเมื่อพร้อม ไม่จำเป็นจะต้องมัวแต่ประวิงเวลารออะไร แล้วก็ได้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านมีต่อพสกนิกรชาวไทยด้านตรงนี้
แล้วก็ในเรื่องของการศึกษา พระองค์ท่านทรงเป็นคนเก่งมากครับ ทรงขยันมาก ทรงศึกษากฎหมายด้วย ทรงกระโดดร่ม ทรงเล่นกีฬา ทั้งทรงม้า แล้วก็อีกหลากหลายอย่างที่พระองค์ท่านได้ทรงทำนะครับ ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมกลับมาคิด มันทำให้เราเห็นเลยว่าเฮ้ย…เราเป็นคนไทยคนหนึ่งเนี่ย เรายังมีความสามารถไม่หลากหลายเลย เราต้องขยันหมั่นเพียรให้มากกว่านี้ ก็มีพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตครับ”


