จากผู้กำกับระดับ “แตะอะไรก็เป็นทอง” และเคยเป็นขวัญใจสายหนังทั่วโลก มาวันนี้ คริสโตเฟอร์ โนแลน กำลังเจอบททดสอบครั้งใหญ่แบบที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน
หลังภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่ The Odyssey ถูกวิจารณ์หนักตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย ทั้งเรื่องการคัดเลือกนักแสดง ความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ เครื่องแต่งกาย ไปจนถึงบทสนทนาที่ถูกมองว่า “สมัยใหม่เกินไป” สำหรับเรื่องราวจากมหากาพย์กรีกโบราณ
กระแสโจมตีรุนแรงขึ้นเมื่อมีผู้ใช้ X อ้างว่า โนแลนได้ยกเลิกรอบฉายล่วงหน้าสำหรับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์สายหนัง และจะเปิดให้เฉพาะนักวิจารณ์ที่ได้รับอนุมัติเท่านั้นได้ชมก่อน ทำให้หลายคนตีความว่า ทีมงานอาจเริ่มไม่มั่นใจในเสียงตอบรับของหนัง แม้ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าการยกเลิกดังกล่าวเกิดจากเหตุผลใด แต่ก็ยิ่งเติมเชื้อให้กระแสดราม่าลุกลามในโลกออนไลน์
ประเด็นใหญ่ที่สุดที่ถูกพูดถึงคือการคัดเลือก ลูพิตา นยองโก มารับบท เฮเลนแห่งทรอย ตัวละครหญิงผู้เลื่องชื่อจากตำนานกรีก โดยผู้วิจารณ์บางส่วนมองว่าไม่ตรงกับคำบรรยายในต้นฉบับของโฮเมอร์ที่กล่าวถึงลักษณะ “แขนขาว” ของเฮเลน ทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องความเหมาะสมของการตีความตัวละครคลาสสิก ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า The Odyssey เป็นงานดัดแปลง ไม่ใช่สารคดีประวัติศาสตร์ จึงควรเปิดพื้นที่ให้การตีความใหม่ของศิลปิน
ไม่เพียงเท่านั้น การเลือก เอลเลียต เพจ นักแสดงข้ามเพศ มารับบท ซินัส นักรบในเรื่อง ก็กลายเป็นอีกประเด็นร้อน เช่นเดียวกับการดึงแรปเปอร์ชื่อดัง ทราวิส สก็อตต์ มาร่วมแสดงในบทลึกลับที่ยังไม่เปิดเผย หลายเสียงมองว่าเป็นการปรับเปลี่ยนที่ “หลุดโทน” จากมหากาพย์ดั้งเดิม ขณะที่โนแลนเคยอธิบายถึงการเลือกทราวิสว่า เขาต้องการเชื่อมโยงกับแนวคิดของ The Odyssey ในฐานะเรื่องเล่าปากต่อปาก ซึ่งมีความใกล้เคียงกับวัฒนธรรมแรปและการเล่าเรื่องผ่านจังหวะถ้อยคำ
ด้านลูพิตาเองเคยให้สัมภาษณ์ปกป้องหนังเรื่องนี้ว่า เธอสนับสนุนเจตนาของโนแลน และมองว่านักแสดงของเรื่องสะท้อนภาพของโลกยุคปัจจุบัน เธอระบุว่า The Odyssey เป็นเรื่องเล่าขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมหลายโลก หลายมิติ และทีมนักแสดงก็เป็นส่วนหนึ่งของการเล่า “มหากาพย์ในยุคของเรา” พร้อมยืนยันว่าเธอไม่ได้ใช้เวลาไปกับการพยายามแก้ต่าง เพราะคำวิจารณ์ย่อมมีอยู่ไม่ว่าเธอจะตอบโต้หรือไม่ก็ตาม
อีกด้านหนึ่ง แฟนวรรณกรรมและสายประวัติศาสตร์จำนวนไม่น้อยยังโจมตีเรื่องความไม่ถูกต้องของเครื่องแต่งกายและงานออกแบบ โดยเฉพาะชุดเกราะและหมวกของ แมตต์ เดมอน ผู้รับบท โอดิสซีอุส ที่ถูกมองว่าดูคล้ายโรมันมากกว่ากรีก บางคนถึงขั้นวิจารณ์ว่า หนังผสมหลายยุคหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ทั้งเกราะที่ดูเหมือนงานคอมิก เรือที่ให้อารมณ์ไวกิ้ง และองค์ประกอบภาพที่ไม่ยึดตามบริบทของตำนานกรีก
ประเด็นที่ทำให้หลายคนสะดุดอีกอย่างคือบทสนทนา โดยเฉพาะฉากที่ ทอม ฮอลแลนด์ ผู้รับบท เทเลมาคัส ลูกชายของโอดิสซีอุส ใช้คำว่า “dad” เรียกพ่อของตัวเอง ซึ่งผู้ชมบางส่วนมองว่าเป็นภาษาที่ทันสมัยเกินไปสำหรับเรื่องราวจากโลกโบราณ จนเกิดคำถามว่า โนแลนตั้งใจทำให้บทพูดร่วมสมัยเพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงง่าย หรือเป็นการตัดสินใจที่ทำให้เสน่ห์ของต้นฉบับลดลง
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่ร่วมกระแสต่อต้าน ยังมีแฟนหนังจำนวนหนึ่งที่ยืนยันว่าจะไปชม The Odyssey เพราะอยากเห็นว่าโนแลนจะตีความมหากาพย์ของโฮเมอร์ออกมาอย่างไร บางคนมองว่า งานศิลปะทุกชิ้นย่อมเป็นการตีความของศิลปิน และหากโนแลนทำด้วยความจริงใจต่อวัตถุดิบต้นทาง ก็ควรให้โอกาสหนังได้พิสูจน์ตัวเองบนจอใหญ่ก่อนตัดสิน
สำหรับโนแลน เขาเคยพูดถึงการดัดแปลงงานที่ผู้ชมคุ้นเคยอยู่แล้วว่า สิ่งสำคัญคือการพยายามทำให้ยุติธรรมกับต้นฉบับ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นการตีความของผู้สร้างเอง เขาเปรียบประสบการณ์นี้กับตอนทำไตรภาค Batman ว่า ผู้ชมต้องการเห็นความตั้งใจจริงของผู้กำกับในการเคารพวัตถุดิบเดิม แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่มีหนังเรื่องใดสามารถแข่งขันกับจินตนาการส่วนตัวของผู้อ่านได้ทั้งหมด
The Odyssey เวอร์ชันของคริสโตเฟอร์ โนแลน นำแสดงโดย แมตต์ เดมอน รับบทโอดิสซีอุส, แอนน์ แฮทธาเวย์ รับบทเพเนโลพี, ทอม ฮอลแลนด์ รับบทเทเลมาคัส, เซนดายา รับบทอะธีนา, ลูพิตา นยองโก รับบทเฮเลนแห่งทรอย และ ชาร์ลิซ เธอรอน รับบทคาลิปโซ พร้อมทีมนักแสดงระดับแม่เหล็กอีกหลายคน โดยมีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 17 กรกฎาคมนี้
จากผู้กำกับที่เคยถูกอินเทอร์เน็ตยกย่องแทบเป็น “คนทำหนังที่แตะต้องไม่ได้” วันนี้โนแลนกำลังเจอแรงเสียดทานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพ คำถามคือ The Odyssey จะกลายเป็นผลงานตีความใหม่ที่คนดูเข้าใจภายหลัง หรือจะเป็นครั้งแรกที่ชื่อของคริสโตเฟอร์ โนแลน ไม่สามารถแบกกระแสดราม่าไว้ได้ หนังเรื่องนี้อาจไม่ได้ถูกจับตาแค่ในฐานะมหากาพย์กรีกบนจอใหญ่ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่า ความศรัทธาที่คนดูมีต่อโนแลน ยังแข็งแรงพอหรือไม่ในวันที่โลกออนไลน์ไม่ได้อยู่ข้างเขาเหมือนเดิม


