xs
xsm
sm
md
lg

“ทราย สมุทร” หลั่งน้ำตาขอบคุณสังคมโอบอุ้ม ถึงแม่ถอนฟ้อง แต่ชีวิตพัง - ยังไร้บ้าน เดินหน้าเอาผิดพี่ชาย จี้ครอบครัวเปิดโต๊ะเจรจาเร็วที่สุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ทราย สมุทร” หลั่งน้ำตากลางวงสื่อ ขอบคุณสังคมที่โอบอุ้ม หลังแม่ถอนฟ้องคดีลูกเนรคุณ ลั่นทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่จิตสำนึกแต่เป็นความรักของทุกคนที่รับตนมาเลี้ยง ยืนกรานเอาผิดพี่ชายให้ถึงที่สุด พร้อมวอนครอบครัวเร่งเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อให้จบเร็วที่สุด ด้านศาลเตรียมไต่สวนนักวิชาการดัง ข้อหาละเมิดอำนาจศาล

หลังวันนี้ (8 ก.ค.) ศาลแพ่งพระโขนง มีคำสั่งอนุญาตให้ “นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี”ผู้เป็นมารดา ถอนฟ้องลูกชาย “นายสิรณัฐ สก๊อต”หรือ “ทราย สมุทร” ในคดีเพิกถอนการให้ หรือคดีลูกเนรคุณ พร้อมจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และมีคำสั่งตั้งสำนวนไต่สวนนักวิชาการชื่อดัง “นาย ท.” ในข้อหาละเมิดอำนาจศาล เนื่องจากพบพฤติกรรมฝ่าฝืนคำเตือน นำข้อมูลการพิจารณาคดีไปโพสต์ลงโซเชียล

ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณาคดี “ทราย สมุทร”พร้อมด้วย “ทนายเบญจมา อภัยวงศ์”ทนายความส่วนตัว รวมถึง “อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์”, “ทนายปุย อัจฉรา แสงขาว” และ “นายคมสัน โพธิ์คง” ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชน โดยงานนี้ทรายถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เมื่อพูดถึงความรักและกำลังใจจากทุกคน พร้อมยืนยันว่ายังต้องการให้พี่ชาย “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต”ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และหวังให้ครอบครัวนัดพูดคุยกันโดยเร็วที่สุด

อ.ปานเทพ : “วันนี้ 8 กรกฎาคม 2569 คดีความระหว่างคุณจีรานุช ภิรมย์ภักดี กับคุณสิรณัฐ สก๊อต หรือคุณทราย สมุทร วันนี้ศาลท่านได้ออกนั่งพิจารณาคดีเวลา 10.30 น. นัดสืบพยานโจทก์ วันนี้ทนายโจทก์ จำเลย ผู้รับมอบอำนาจจำเลย และทนายจำเลยมาที่ศาล คุณแม่ไม่มา ทนายโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลย ก็คือคุณจีรานุชขอถอนฟ้องคุณทราย โดยอ้างเหตุว่าคุณจีรานุชประสงค์ที่จะประนีประนอมข้อพิพาทของจำเลย ซึ่งเป็นเรื่องครอบครัว เป็นการภายใน ไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับคุณทรายในคดีนี้อีก รายละเอียดก็ปรากฏตามคำร้องของทางคุณจีรานุช เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569

สอบคุณทรายและทนายของคุณทราย แล้วไม่แถลงคัดค้าน นอกจากนี้จึงเห็นสมควรให้ถอนฟ้อง และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ และคืนค่าศาลให้โจทก์เป็นกรณีพิเศษ ศาลตรวจสำนวนแล้ววันนี้ก็มีการขอให้พิจารณาลงโทษบุคคลหนึ่ง ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ ฐานละเมิดอำนาจศาล ศาลเห็นชอบให้ดำเนินการไต่สวน เพราะว่าเราได้ยื่นคำร้องว่ามีการละเมิดตามข้อกำหนดซึ่งสอบทนายฝ่ายโจทก์แล้ว ก็แถลงไม่โต้แย้ง ในเรื่องของคำร้องที่เรายื่นคำร้องวันนี้ และก็ยืนยันตามสิ่งที่ปรากฏตั้งแต่คราวที่แล้ว

ดังนั้นศาลก็จะดำเนินการออกหมายเรียก แล้วก็ดำเนินการไต่สวนต่อไป ในนัดต่อไปนั้นก็จะมีการสอบปากคำต่อหน้าผู้อำนวยการศาลแห่งพระโขนง ศาลแพ่งพระโขนงและเจ้าหน้าที่ตำรวจศาล เพื่อดำเนินการฐานละเมิดอำนาจศาลในการพิจารณาคดีต่อไป ก็ขออนุญาตว่า การที่เรามาพบกันในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นคุณทราย สมุทร ทนายเบญจมา อภัยวงศ์ และสำนักงานและทีมงาน รวมถึงบ้านพระอาทิตย์ สำนักงานอรุณอมรินทร์ เรียนให้ทราบว่าเราเข้ามาเจอกัน เหตุผลเพราะประเด็นหลักก็คือ คุณทราย สมุทร ได้ถูกฟ้องในข้อหาเนรคุณ และทำให้เรานี่มาพบกัน

ขอเรียนให้ทราบว่าเราไม่มีการผิดมารยาททนายความนะครับ เพราะว่าทางสำนักงานของคุณเบญจมา ในฐานะเป็นทนายความหลัก ได้เชิญสำนักงานอรุณอมรินทร์เข้าร่วมงาน แล้วพวกเราก็เข้าร่วมงานในการพูดคุย ในฐานะผมได้รับมอบอำนาจในการเจรจาไกล่เกลี่ย ข้อแรกก่อนก็คือการถอนฟ้องนั้น เราถือเป็นความก้าวหน้าในความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และถือว่าการมาเจอกัน เพราะเหตุแห่งการฟ้องเนรคุณนั้นได้ยุติลงแล้ว เพราะว่าคุณแม่หรือคุณจีรานุชได้ทำการถอนฟ้องไปเอง

แต่เรียนให้ทราบว่ากรณีนี้ เนื่องจากเป็นกรณีที่ฝ่ายจำเลยก็คือคุณทราย และก็พยานทั้งหมด ได้ยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรไปหมดแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ก็แปลว่าฝ่ายโจทก์ได้เห็นหมดแล้วเช่นเดียวกัน ถึงการต่อสู้ทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุความ การมอบให้ที่ดินโดยธรรมจรรยา แล้วก็เหตุแห่งการพูดทั้งหมดว่าเกิดเหตุอย่างไร เรียนให้ทราบว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้เตรียมความพร้อมในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา หรือว่าจะดำเนินคดีความ เพราะมีการซักซ้อมกันอย่างเต็มที่แล้ว

แต่เรียนให้ทราบว่าเมื่อจุดเริ่มต้นของคดีนี้ ได้มีการพยายามไกล่เกลี่ย ประนีประนอมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แล้วก็เตรียมความพร้อมคู่ขนานในเรื่องของคดีความมาโดยตลอด เรายืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ในการเตรียมคดีความ เราเตรียมอย่างมั่นใจและมีความพร้อมอย่างครบถ้วน เป็นประโยชน์ของคุณทรายอย่างแน่นอน

แต่เมื่อทางฝั่งคุณจีรานุช ได้เห็นการต่อสู้ของฝ่ายเราแล้ว ตั้งแต่วันยื่นคำให้การในครั้งแรก ซึ่งเราก็เห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ก็ได้พิจารณาทั้งหมด เห็นว่าควรจะเป็นการเจรจากันภายในครอบครัวจึงทำการถอนคำฟ้องออก ซึ่งคุณจีรานุชเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า”

ทนายเบญจมา : “เราดีใจมาก ที่ได้ยืนท่ามกลางพี่ๆ น้องๆ ตรงนี้นะคะ แล้วขอเรียนเป็นครั้งที่ 250 ว่าวันนี้ที่ทางโจทก์ถอนฟ้อง ไม่ใช่เป็นเพราะว่าพวกเราทีมทนาย ทั้งบ้านพระอาทิตย์ และก็ทีมของพี่อย่างเดียว แต่เป็นเพราะว่าสื่อสารมวลชนทั้งหลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สนใจและให้กำลังใจคุณทราย แล้วก็จ้องอยู่ว่าบ้านเราเนี่ย จะดำเนินการพิจารณาคดีอย่างไร ซึ่งเรามองว่าการที่ทุกท่านโอบอุ้มคุณทราย แล้วก็คอยดูแลเขา คอยให้กำลังใจในภาวะที่ยากลำบากมากแบบนี้ ทำให้เกิดการถอนฟ้องขึ้น

เราขอไม่พูดหรอกว่าเขาถอนฟ้องเพราะอะไร แต่อย่างที่ท่านอาจารย์ปานเทพพูด เราขอยืนยันว่าการที่เรายื่นคำให้การมาสัก 3-4 เดือนที่แล้วอย่างละเอียดและยื่นบันทึกถ้อยคำเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา บันทึกถ้อยคำคราวนี้จะพิเศษตรงที่ว่า เราจะมีบัญชีพยาน 4 คน แต่ละคนมีแต่ละประเด็น พร้อมพยานเอกสารเป็นทั้งคลิป เป็นทั้งการถอดเทป แล้วก็เป็นทั้งเทคโนโลยีทั้งหมดทั้งปวงเราก็ยื่นต่อศาลหมด ยื่นต่อศาล 1 ชุด แล้วก็สำเนาให้ฝ่ายโจทก์ 1 ชุด

ดังนั้นนั่นหมายความว่า วันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทางฝ่ายโจทก์ท่านได้รับเอกสาร คือเรายื่นต่อศาลแล้ว แต่ท่านจะมารับวันไหนไม่ทราบนะคะ เรายื่นวันที่ 30 มิถุนายน ทั้งบัญชีพยาน แล้วก็คำเบิกความของพยานทุกปากอย่างละเอียด ยกตัวอย่างเช่น คุณเอกราช จะเบิกความเกี่ยวกับอายุความของการรับรู้ที่คุณแม่รับทราบ แล้วเจ้าพนักงานที่ดิน จะเบิกความเกี่ยวกับเรื่องการได้มาซึ่งที่ดินทั้งสองแปลงนี้ ส่วนคุณทรายจะเบิกความครอบจักรวาลทั้งหมด ว่าเขาไม่มีพฤติกรรมเนรคุณ

เพราะฉะนั้นนั่นหมายความว่า ทุกอย่างของคดีนี้ ได้ถูกแผ่อยู่บนโต๊ะหมดแล้ว ทางศาลท่านก็ทราบ แล้วทางโจทก์ท่านก็มีสิทธิ์รับไป แล้วเกิดการถอนฟ้องขึ้น ซึ่งเราก็ขอไม่พูดหรอก ว่าถอนฟ้องเพราะอะไร แต่อยากจะบอกท่านว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การถอนฟ้องคราวนี้ถ้าลำพังเราคนเดียว โดยไม่มีบ้านพระอาทิตย์ ไม่มีทีมทนายปุย ไม่มีอาจารย์ปานเทพ ไม่มีอาจารย์คมสัน หรือคุณเอกราช ก็คงจะลำบาก เพราะเราพูดกับใครไม่เป็น เราทำคดีลูกเดียว วันๆ ไม่ได้พูดกับใครเลย ไม่รับโทรศัพท์ใครเลย ไม่พูดกับสื่อไหนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นบางเรื่องบางอย่าง จะทำตัวแบบเราเนี่ย มันก็อาจจะได้สำหรับคดีอื่น แต่สำหรับคดีคุณทรายคงไม่ได้

เพราะฉะนั้นต้องขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ปานเทพ ขอบพระคุณอาจารย์ปุย ขอบพระคุณอาจารย์คมสัน ที่ได้กรุณามาร่วมมือร่วมใจร่วมแรงกันมาช่วยคุณทรายของพี่ จนกระทั่งเรามีวันนี้ แล้วก็ประสบความสำเร็จ แต่นึกสิ่งอื่นใดก็คือขอบพระคุณทุกท่าน สื่อมวลชนทุกท่าน แล้วก็ประชาชน FC ทั้งหลาย ขออนุญาตเรียนแบบปลื้มใจนะคะ ดิฉันทำคดีอยู่หลายคดี ปรากฏว่ามีลูกความโทร.มาเมื่อวาน บอกกับเลขาฯ กับน้องทนายผู้ช่วย ว่าอย่าไปกวนคุณเบญนะ รู้ว่าพรุ่งนี้คุณเบญจะต้องขึ้นศาลคดีคุณทราย คดีของเขาถอยไปก่อน คดีเขาหมื่นล้านนะคะ ไม่ใช่บาทสองบาท แต่เขายอมถอย

แล้วมีอีกหลายๆ คนที่เราไปหาเจ้าพนักงานที่ดิน ท่านก็เมตตาว่า อ๋อ คดีคุณทรายเหรอ ทนายคุณทรายมีอะไรมาเดี๋ยวช่วยดู ซึ่งเรามองว่าคนอย่างคุณทราย เนี่ยใครๆ ก็โอบอุ้ม ถ้าเกิดใครไม่รัก ไม่เอ็นดูเขา ก็ไม่เป็นไร เรารักเอง แล้วก็สำหรับคดี เราขออนุญาตให้เพิ่มเติมนิดหนึ่ง ว่าคดีนี้เมื่อมีการถอนฟ้อง ศาลจะหน่ายคดีออกจากสารบบความ หมายความว่าเรื่องที่มีการถอนฟ้องเนี่ย มันจบกันแค่นี้ แต่มิได้หมายความว่าจะฟ้องใหม่ไม่ได้ภายในอายุความ สำหรับเรื่องเดิมที่เกิดขึ้น

แต่เราไม่กลัว ท่านไม่ต้องกลัวนะคะ และท่านเนี่ยอย่ากังวล คดีนี้หมดอายุความไปแล้วตั้งแต่เขามาฟ้อง เพราะฉะนั้นถ้าจะฟ้องใหม่ได้ภายในอายุความ คดีฟ้องใหม่ไม่ได้โดยเทคนิค เพราะอายุความมันหมดไปแล้ว แต่กฎหมายบอกว่าคดีแบบนี้ ในเมื่อศาลยังไม่ได้ตัดสินประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี ฟ้องใหม่ได้ภายในอายุความ แต่ของเรามันมีความลึกลงไป ก็คือ อายุความมันหมดไปแล้วตั้งแต่เขามาฟ้องคุณทราย เพราะเราสู้เรื่องอายุความด้วย เพราะฉะนั้นทุกท่านไม่ต้องกังวลห่วงคุณทรายนะคะ ว่าจะถูกฟ้องเรื่องนี้อีก แต่เรื่องอนาคตเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 500 นะคะ ว่า ขอบพระคุณจริงๆ ก้าวที่คุณแม่ของคุณทราย ท่านมาถอนฟ้องคุณทรายวันนี้ ทำให้คุณทรายกับครอบครัวได้เปิดประตู เปิดโอกาสจะได้คุยกัน ส่วนเมื่อคุยกันแล้วผลจะเป็นอย่างไร มันอยู่ที่ความจริงใจของทั้งสองฝ่ายความรักเนี่ยมันไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะให้ได้ และมันหายต๋อมเป็นไฟตกน้ำ มันต้องมีการสะท้อนกลับ มันถึงจะสามารถเดินได้ เพราะฉะนั้นก็หวังใจว่า พวกเราพาคุณทรายมาส่งถึงวันนี้ เพื่อให้ครอบครัวได้ตระหนักว่า วันนี้คุณทรายพร้อมจะคุย แต่คุยแล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่อย่างไร อยู่ที่ฝั่งคุณทรายและฝั่งครอบครัวค่ะ”

มีวันนี้ได้เพราะความรักของทุกคน
ทราย : “ก็…(ถอนหายใจ) จริงๆ ทรายก็ไม่อยากพูดถึงคุณแม่นะครับ เพราะว่าทรายคิดว่าวันนี้ สิ่งที่ทรายเห็นชัด คือทรายต้องขอบคุณทุกคนในสังคม แล้วพลเมืองดีทุกคนครับ คือวันนี้ทรายมีแม่ๆ ทรายมีพ่อ ทรายมีพี่น้องทั่วประเทศครับ ขอบคุณที่เอาทรายเข้าไปอยู่ในใจในทุกๆ ช่วงของวันครับ ขอบคุณที่รับทรายมาเลี้ยงนะครับ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เพราะว่าทุกคนครับ มันไม่ใช่จิตสำนึกหรือมันเป็นการเปลี่ยนของหัวใจหรอกครับ แต่มันเพราะความรักของทุกคนที่รับทรายมาเลี้ยงมันทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ เรื่องนี้มันนานมากครับ แต่สิ่งที่มันเปลี่ยน ปัจจัยที่มันเปลี่ยนคือสังคมครับ”

ไม่กล้าใช้คำว่ามีชัยชนะ เพราะเรื่องนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นอยู่แล้ว
ทราย : “ทรายไม่กล้าใช้ว่าวันนี้เราเรามีชัยชนะ คือเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพราะทรายไม่เคยเป็นคนที่เนรคุณครับ ทรายเป็นคนที่กตัญญูต่อคนอื่น ต่อประเทศ ต่องานสิ่งแวดล้อมทรายเสมอ มันเป็นการคุกคามที่มันเพิ่มเติมครับ ซึ่งตอนนี้การที่เขาถอนฟ้อง มันก็หมายความว่าเขาไม่ได้ทำร้ายเราเพิ่ม แต่เรื่องอื่นๆ ที่พาเรามาถึงจุดนี้มันยังอยู่ครับ คือแม้ว่าเขาถอนฟ้อง ชีวิตทรายก็พังอยู่ดีตอนนี้ ทรายยังไม่มีบ้านนะครับ ทรายยังไม่มีความแน่นอนหรือมั่นคงในชีวิตตัวเอง

ซึ่งเราไม่มีปัญหาที่จะหาเงินเลี้ยงตัวเองนะ เพราะทรายทำได้ ทรายทำมาเสมอ แต่มันไม่ใช่ชีวิตที่มันยุติธรรมต่อสิ่งที่คุณตาคงหวังไว้ให้กับทราย หรือสิ่งที่คนคนหนึ่งควรได้รับ คือหลังจากทรายเดินออกจากตรงนี้ ทรายไม่ใช่แค่คนที่จะไปใช้ชีวิตของตัวเอง แต่ทรายเป็นคนที่ต้องรับน้ำหนัก ของสิ่งที่มันเกิดขึ้นทั้งชีวิตของทรายครับ ณ ตอนนี้ไม่ได้มีการเยียวยา ไม่มีความยุติธรรมในเรื่องนี้เลย การถอนฟ้องมันไม่ได้แก้ปัญหาของทรายครับ”

ทางตระกูลยังไม่ได้นัดวันพูดคุยที่ชัดเจน ทราบเรื่องการถอนฟ้องจากสื่อ
ทราย : “ตอนนี้ยังไม่มีวันที่นัดชัดเจนครับ จริงๆ ทรายไม่ได้รู้ว่าเขาถอนฟ้องผ่านช่องทางใดๆ นอกจากสื่อครับ ไม่ได้มีการติดต่ออะไรมา ทรายรู้จากสื่อครับ (เรื่องมรดกหลังจากนี้ ทางคุณแม่มีความชัดเจนไหม ว่าถอนฟ้องแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ?) ไม่ครับ อย่างที่ทรายพูด สิ่งที่ได้เราได้ความชัดเจน เพราะว่าแรงสังคมในวันนี้คือเรื่องของคดีครับ คดีที่มันไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรกครับ

ทรายคิดว่าเรื่องมรดก มันเป็นแค่หนึ่งอย่างของความไม่ยุติธรรม เรื่องหลักที่ใหญ่ที่สุดก็คือเรื่องพายล่ะครับ เขาต้องถูกดำเนินคดีครับ แล้วถ้าเกิดคนในครอบครัวเขาอ้างว่าเขารักเราจริง เขาก็ต้องเป็นพยานในเรื่องนี้ เพราะเขารู้ก่อนคนอื่นครับไม่งั้นสิ่งที่เขาพูดมันเป็นแค่คำลอยๆ ครับ เรื่องของชีวิตทราย มันไม่สามารถเอามาสรุปในคำแถลงการณ์จากฝ่ายนั้นได้อย่างเดียวครับ เพราะว่าทรายเห็นมาแล้วไง ถ้าเกิดสังคมไม่ได้มารับรู้เรื่องของทราย ชีวิตทรายมันจะพินาศขนาดไหนครับ”

เรื่องคดีอาญา กำลังเตรียมทุกอย่างให้พร้อมอยู่
ทราย : “ตอนนี้ก็กำลังเตรียมทุกอย่างให้พร้อมครับ”

อ.ปานเทพ : “(จะใช้สิทธิ์ในการแจ้งความหรือฟ้องต่อไหม?) อันนี้เดี๋ยวแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ”

ทราย : “แต่ตอนนี้สิ่งที่ทรายอยากทำ คือทรายอยากไปดูบ้านหัวหิน เพราะว่าทรายไม่ได้ไปนานแล้ว ทรายมีหมาที่ทรายทิ้งไว้ที่นั่น ซึ่งทรายก็อยากไปดูว่าบ้านเป็นยังไงบ้างครับ”

ฝากถึงตระกูลช่วยนัดให้เร็วที่สุด สู้มาเดือน 2 เต็ม อยากรีบจบเรื่องนี้
ทราย : “ก็ถ้าเกิดตระกูลอยากนัดก็ขอให้นัดเร็วๆ นี้ครับ เสาร์อาทิตย์นี้ก็ยิ่งดี คือเอาจริงๆ นะครับ เรื่องนี้มันยาวมาก ทรายออกมาสู้สงครามแบบนี้มา 2 เดือนเต็มๆ แล้วนะ ตั้งแต่ที่ทรายเปิดข้อมูลช่วงแรก มันไม่ใช่การใช้ชีวิตที่มันคู่ควรกับมนุษย์คนหนึ่งเลย คือทรายไม่อยากให้สังคม ไปคิดว่าการที่เขาออกแถลงการณ์หรืออะไรแบบนี้ มันหมายความว่าเขาจะช่วยเราได้หรือยังไงแบบนั้นน่ะครับ คือยังไงทรายก็ถูกปล่อยให้มารับมือกับเรื่องนี้มา 2 เดือนเต็มๆ กับความไม่แน่นอน ทรายโดนคนในองค์กรโจมตี หาว่าทรายทำร้ายองค์กร คือทรายเจอมาเยอะมากสำหรับผู้ชายคนหนึ่งครับ ทรายอาจจะดูเข้มแข็ง แต่มันไม่ได้หมายความว่ามันไม่ได้ยากลำบากสำหรับทรายที่จะต้องรับเรื่องแบบนี้ แล้วแม้ว่าหลังจากเรื่องนี้จะจบ ซึ่งเรายังไม่เห็นว่ามันจะจบหรือเปล่า เพราะว่าสิ่งที่มันเห็นมาคือคำพูด แต่การกระทำมันยังไม่เห็นครับ มันคือแผลติดตัวเรา ซึ่งทรายก็อยากให้มันรีบจบครับ”

การที่ตระกูลตั้งสภาครอบครัวขึ้นมา จะมีผลดีหรือผลเสียอย่างไร จะตอบได้ก็ต่อเมื่อได้นั่งประชุมกัน
ทราย : “มันจะเป็นผลดีหรือผลเสียยังไง ทรายก็จะออกมาเล่าให้ทุกคนฟัง เมื่อเราจะได้นั่งประชุมกันครับ ตอนนี้ทรายยังบอกไม่ได้ว่ามันดีหรือไม่ดี แต่ทรายรู้ว่าทรายอยากแยกตัว อยากใช้ชีวิตของตัวเองครับ (คำว่าแยกตัวคือไม่เกี่ยวข้องกันเลย?) คือมันยากที่เราจะวางความหวัง ความเชื่อมั่นในคำพูดหรือคำสัญญาของคน อย่างที่ทรายเขียนครับ ว่าความรักมันไม่ใช่คำสัญญา มันคือความรู้สึกที่เราได้มาจากการกระทำของคน ตอนนี้ทรายยังไม่ได้ความรู้สึกตรงนั้นมาเลยครับ สิ่งที่ทุกคนในสังคมทำให้ทราย มันยิ่งย้ำให้ทรายเข้าใจ ว่าความรักมันมาจากการกระทำ ณ วันนี้ทุกคนในสังคมที่เขานึกถึงทราย มันก็มากกว่าสิ่งที่ทรายได้รับมาตลอด 20 ปีแล้วครับ ทรายคิดว่ามันถึงเวลา ถ้าเกิดเขาอยากแสดงความจริงใจให้กับสังคม เขาก็ควรมาแบกน้ำหนักตรงนี้บ้างครับ”

อยากถามตระกูลว่า “ทำไมไม่เคยทำอะไร?”
ทราย : “อยากถามว่า ทำไมไม่เคยทำอะไร คำว่าสายโน้นสายนี้ มันเป็นข้ออ้างของการแสดงออกความเป็นมนุษย์นะครับ เพราะว่าถ้าเกิดคนเราแบ่งแยกเรื่องสายเลือดหรืออะไรแบบนั้น แล้วคนในสังคมเขา เขาเอเลี่ยนหรือ ที่เขามาดูแลทรายได้ทำไมคนที่ไม่เคยรู้จักทราย ยังเข้าใจเรื่องนี้เร็วทันทีเลย เขายังเทกแอ็กชั่นออกมาเป็นเสียงให้ทรายได้เลย แล้วทำไมคนในตระกูลเราพิเศษยังไง ที่เขาจะทำเรื่องนี้ไม่ได้ครับ ทรายเลยอยากถามว่าทำไม

แล้วถ้าเกิดมันเป็นอย่างที่เขาพูด ว่าเขาฟังจากแค่ฝ่ายเดียว ทรายก็อยากถามว่าแล้วทำไมคุณไม่เคยพิจารณาที่จะขอดูหลักฐาน หรือฟังอีกฝ่ายหนึ่งเลยเหรอ มันเป็นโลกที่ทรายไม่เข้าใจครับ เพราะทรายเป็นคนที่แบบไม่ว่าจะเป็นชีวิตใดชีวิตหนึ่ง ชีวิตสัตว์หรือคน ทรายก็พร้อมที่จะเรียกร้องให้เขาเสมอ มันเป็นความเป็นมนุษย์ของเราไงครับ แล้วทรายไม่เข้าใจว่าการที่คุณรู้ เขาอาจจะไม่รู้ทั้งหมด แต่แค่การที่คุณรู้มา 2 เดือน แล้วมันยังไม่มีอะไร มันก็น่าจะเป็นสัญญาณที่มันไม่ค่อยดี แล้วมันชัดเจนครับ”

จะไม่จินตนาการไปเอง ว่าจะได้รับความยุติธรรมอย่างไรจากครอบครัว
ทราย : “ณ ตอนนี้ ทรายจะไม่จินตนาการแทนการกระทำของเขา ตอนนี้มันก็ยังไม่ได้เจอกัน เรายังไม่ได้เห็นวี่แววความยุติธรรมเรื่องพาย เรื่องชีวิตที่เราคู่ควร ไม่มีเรื่องตรงนั้นเลยครับ (มีธงในใจเรื่องพายยังไงบ้าง?) ทรายคิดว่าทุกคนก็รู้ว่ามันต้องเกิดอะไรขึ้น คนที่เป็นพิษภัยต่อสังคม อาจจะเป็นพิษภัยต่อเด็กคนอื่นๆ คำตอบน่าจะชัดเจนอยู่ครับ”

ทนายเบญจมา : “ด้วยเหตุที่วันนี้เป็นโอกาสที่เปิดออกให้คุณทรายกับครอบครัวได้คุยกัน แล้วตอนนี้ทำกันต่อหน้าสื่อมวลชนทุกท่าน แล้วก็กระจายไปคนนับล้านๆ คน เราคิดว่าถ้าเกิดว่าคุณทรายได้มีโอกาสคุยกับครอบครัว ความบาดหมางมันอาจจะได้ตื้นเขินลงบ้าง แม้ว่าจะไม่หมดไป แต่มันคงค่อยๆ ดีขึ้น เราว่ามันก็เป็นสิ่งที่ดีกับสังคมนะ แล้วเราก็คิดว่าเป็นความต้องการของคุณทรายและทุกคนเช่นกัน เพียงแต่ว่าขอให้ทุกคนพยายามที่จะทำ ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างยืนจุดตัวเอง แล้วก็ไม่ไม่พยายามโน้มเข้ามาหากัน ถ้าเป็นเช่นนั้นมันไม่มีทางจะสำเร็จได้

และยิ่งไปกว่านั้น ขีดเส้น 500 เส้นเลย ปัญหาจะลุกลามมากขึ้น ในเรื่องต่างๆ ที่พวกเรายังไม่ได้เล่าให้ทุกท่านฟัง เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ อยากจะขอร้อง อ้อนวอน เพื่อจะให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ควรจะนัดคุยกับคุณทรายให้เร็วที่สุด ทำความเข้าใจกันซะว่าอะไรได้อะไรไม่ได้ แล้วจะดูแลคุณทรายยังไง เพราะมิเช่นนั้นแล้วเนี่ย เรื่องไม่จบแค่นี้ค่ะ”

ร้องไห้ระบายความรู้สึก เผยสิ่งที่ควรขอบคุณและกตัญญูที่สุด คือทุกคนในสังคม เพราะว่าทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
ทราย : “มันโหว่ครับ เพราะเรามีความรู้สึกว่าเราอยู่ในสงครามครับ แล้วมันเป็นเรื่องที่ยาก ที่ทุกวันเราตื่นมาด้วยความไม่แน่นอน ว่าวันนี้คนเขาจะเห็นความสำคัญของความเป็นมนุษย์ของเราหรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่มันยาก ทุกวันใน 2 เดือนที่ผ่านมา มันคือการตั้งคำถาม ว่าเราจะต้องสู้เพื่อความเป็นมนุษย์ของเรากี่ครั้งตอนแรกเราก็พูดออกมาแล้ว ฝั่งโน้นเขาก็ปล่อยเทปปฏิเสธ นั่นคือการตัดความเป็นมนุษย์ของเรา เราออกมาพูดในรายการโหนกระแส พนักงานองค์กรก็ออกมาว่าเรา คือทุกวันทรายต้องสู้เพื่อความเป็นมนุษย์ของตัวเอง เพื่อจะเป็นมนุษย์คนธรรมดาเหมือนทุกคนในสังคม

ต้นทุนของทราย ทรายอาจจะโชคดีในเรื่องศักยภาพความสามารถ แต่ความเป็นมนุษย์ของทราย มันอยู่ในนรกมาตลอดครับ มันยากครับ แล้วถ้าเกิดเรื่องนี้จบ ทรายก็คงต้องใช้เวลาอีกนานที่จะบำบัดตัวเองเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ครับ คงต้องไปสู้เรื่องทับลาน เรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ ให้มันฮีลใจตัวเองหน่อยครับ แต่ทรายอยากขอบคุณทุกคน ไม่ว่าพรุ่งนี้ทรายจะเป็นอะไร หรือทรายตายไปหรือยังไงนะครับ วันนี้ทุกคนในสังคมให้ทรายในสิ่งที่แบบ… มันมากกว่าสิ่งที่เด็กคนหนึ่งจะขอได้ครับ (เสียงสั่น) ก็คือว่าเรารู้สึกว่าทุกที่ที่เราไป เรามีคนที่ยิ้มให้เรา เรามีป้าๆ หรือเรามีแม่ เรามีพี่น้องที่ถามว่าเราเป็นอะไร เขาต้องการเราครับ (เสียงสั่น)

ตอนทรายไปวิทยากรให้น้องๆ ที่โรงเรียน ทุกคนเขาก็ส่งกำลังใจให้เรา ตอนทรายเดินบนถนน ก็มีคนที่มีอายุที่ให้กำลังใจเรา (ร้องไห้) นี่คือสิ่งที่ทรายอยากได้มาตลอด ก็คือความเป็นครอบครัวครับ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไงต่อจากนี้ คนที่ทรายควรขอบคุณ แล้วก็กตัญญูที่สุดก็คือทุกคนในสังคมครับ เพราะว่าทุกคนทำให้ทรายมีชีวิตที่ดีครับครับ แล้วทรายหวังว่ามันจะดีกว่านี้ครับ

ก็ฝากเรื่องทับลานด้วยครับ มันยังมีเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกตั้งหลายอย่างที่ทรายยังไม่ได้ทำตอนนี้ เพราะเรื่องนี้ ทั้งเรื่องแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) เรื่องทับลาน เรื่องการย้ายช้างต่างๆ ขอให้ทรายจบเรื่องนี้ กรมอุทยานทรายลุยต่อครับ”