“ทนายตุ๋ย” ลั่นสายเกินไปที่ “ปู มัณฑนา” จะมาเสนอเงื่อนไขแลกเปลี่ยนให้ “หนุ่ม กรรชัย” ยกฟ้อง ลั่นคำพูดปูฆ่าตัวเอง “อย่ายกฟ้องนะ ถ้ายกฟ้องเป็นหมา” มองจนถึงวันนี้ยังไม่แสดงความจริงใจอยากจะยุติเรื่องราว ยังทำตัวสะโสสู้มืออยู่ ซึ่งมันไม่มีอะไรดีหากจะแลกอิสรภาพด้วยความสะใจ ย้ำขัดเกลาด้วยใจแก้ไขด้วยการกระทำ แต่ถ้ายังทำไม่ได้ก็ต้องแก้ไขด้วยคำพิพากษา
หลังจากจบการไกล่เกลี่ย ในคดีหมิ่นประมาท โดยมีการเจรจาระหว่าง “ดร.กริช พลเดชวิสัย” ทีมไกล่เกลี่ยของ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” และ “มาดามสามพี” เป็นคนสนิทและเป็นหนึ่งในทีมไกล่เกลี่ย กับ “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์” ทนายความของ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ซึ่ง หนุ่ม กรรชัย ฟ้อง ปู มัณฑนา อยู่ 6 คดี ด้านทนายตุ๋ย ตัวแทนของ หนุ่ม กรรชัย ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า….
“วันนี้ในวิธีปฎิบัติต้องเป็นนัดตรวจพยานและสอบคำให้การ จากนัดที่แล้วที่เลื่อนมาจากวันที่ 29 มิ.ย. ศาลท่านพยายามไกล่เกลี่ยคู่ความ แต่พอดีผมติดศาลเลยขอเลื่อนมาเป็นวันนี้ ก็มาคุยกันในเรื่องของการไกล่เกลี่ย สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ หมิ่นประมาทในข้อความเดิมๆ ซึ่งคดีนี้ 17 กรรม เป็นข้อความที่โพสต์ว่าคุณหนุ่มทั้งในรายการและส่วนตัว ส่วนใหญ่เน้นไปทางส่วนตัว
ที่ไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จเพราะคุณหนุ่มเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมายังไม่ได้มีการกระทำอะไรที่เห็นได้ว่าคนกระทำจะรู้สึกสำนึก ส่วนตัวผมมองว่าการที่คุณหนุ่มจะต้องยอมอะไร เห็นในเรื่องของการถอยในลักษณะของคดี… ผมไม่อยากจะพูด ผมแค่มองว่าถ้าคนเรา เป็นผู้กระทำจะมาทำตัวยะโสโอหังกับผู้ถูกกระทำ มันไม่ได้ สิ่งนั้นเขายังไม่ได้แสดงออกให้คุณหนุ่มเห็นเลย แต่เขาก็ได้แถลงศาลไว้ว่าจากนี้เขาจะทำอะไร สิ่งที่เขายื่นแถลงต่อศาล 3 ข้อผมได้เรียนให้คุณหนุ่มทราบแล้ว แกไม่ได้พูดอะไรกับผมมา ก็ตอบไม่ได้เพราะผมก็ไม่อยากตัดสินใจแทน ต้องให้คุณหนุ่มตัดสินใจและพิจารณาเอง”
ตอบแทน “หนุ่ม กรรชัย” ไม่ได้ว่ายอมรับข้อเสนอของ “ปู มัณฑนา” ไหม แต่คำพูดของปูที่ว่าถอนฟ้องเป็นหมามันรุนแรงเกินไปที่จะทำแบบนั้น
“ผมตอบแทนคุณหนุ่มไม่ได้ แต่ถ้าเป็นส่วนตัวผม ผมไม่ คือตัวเขาต้องกระทำก่อนให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้วคุณหนุ่มคงจะค่อยพิจารณาอีกครั้ง แต่จะมาวันนี้ให้รับเงื่อนไขเลย คุณหนุ่มคงยัง แกคงต้องรอเวลา รอดูในหลายๆ อย่าง ต้องดูนะครับเกือบปีที่คุณหนุ่มโดนว่าอยู่ทุกวี่วัน พฤติกรรมของคนกระทำยังยะโสอยู่เลย ยังสู้มือ คุณหนุ่มคงไม่มองว่าถ้าเขาถอยแล้วจะต้องยอมรับอะไร คนเราเจตนาจริงใจที่จะทำอะไร มันต้องขึ้นอยู่ที่การกระทำก่อน
เราเป็นฝ่ายถูกกระทำเราคงไม่ได้ยื่นข้อเสนออะไร มันขึ้นอยู่กับผู้กระทำที่คิดจะกระทำอะไรที่ดูแล้วเราควรจะรับในเงื่อนไขเขามากกว่า คุณหนุ่มก็ไม่ได้บอกไว้ด้วยว่าแกต้องการอะไร จากที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ ถ้าคุณหนุ่มถอนฟ้องเป็นหมาแล้วคิดว่าคุณหนุ่มจะถอนเหรอครับ มันแรงมากเกินไปกว่าที่จะต้องทำแบบนั้นและในวิธีการถอนฟ้องมันก็ไม่ได้ง่ายด้วย เพราะทุกอย่างที่คุณทำมามันยากเกินกว่าที่มันจะง่าย”
มองทนายอีกฝ่ายเข้าใจผิดว่า ”หนุ่ม กรรชัย“ ส่งสัญญาณดีให้ หาก “ปู มัณฑนา” ขอโทษด้วยความจริงใจ ชี้บางเรื่องไม่ควรพูดออกมา และปูยังทำยังยะโส ย้ำขัดเกลาด้วยใจแก้ไขด้วยการกระทำ แต่ถ้ายังทำไม่ได้ก็ต้องแก้ไขด้วยคำพิพากษา
“ผมว่าเขาอาจจะเข้าใจไปเอง ในการเจรจาไกล่เกลี่ยสิ่งที่ท่านไกล่เกลี่ยท่านจับแยกคุยนะ ไม่ได้คุยรวมกัน กับมาดามสามพีเขาจะคุยกับคุณหนุ่มหรือไม่ได้คุยบางเรื่องไม่ต้องพูด เพราะมันไม่ใช่เรื่องดี การเอามาพูดแบบนี้โอเคว่ามาดามสามพีเขาหวังดี แต่บางเรื่องผมว่ามันพูดไม่ได้ บางเรื่องไม่ควรพูด เข้าใจในเจตนาที่เขาหวังดีจะช่วย แต่ในชั้นศาลมันก็มีวิธี มีกระบวนความ แสดงความจริงใจไม่ใช่ยะโสโอหัง
ผมอยากจะฝากบอกเลยนะครับ ขัดเกลาด้วยใจแก้ไขด้วยการกระทำ แต่ถ้ายังทำไม่ได้ก็ต้องแก้ไขด้วยคำพิพากษา ตัวคุณหนุ่มไม่มีเงื่อนไข แต่ต้องเป็นเรื่องของผู้กระทำต้องแสดงความจริงใจ มันเป็นหลักธรรมดาในประเทศไทย”
ไม่ก้าวล่วงการตัดสินใจของ “หนุ่ม กรรชัย” กับการที่ “ปู มัณฑนา” จะมายื่นขอเสนออะไรเพื่อแลกเปลี่ยนกับอิสรภาพ
“ประการแรกเขาต้องกระทำด้วยความจริงใจก่อนที่จะไปขั้นที่ 2-3 สำหรับผมข้อที่ 2-3 ส่วนตัวผมผมว่าไม่เกิด จะมีต่อเมื่อคุณแสดงความจริงใจแล้วเวลาผ่านไปแล้วแล้วจะเกิด 2-3 ค่อยว่ากัน ผมมองว่ามันคือการแลกเปลี่ยน คุณหนุ่มจะขอโทษคุณปูไหมก็ให้แกไปพิจารณาและตัดสินใจเอาเองว่าสิ่งที่แกทำรายการโหนกระแสมาปีนี้เข้าปีที่10 ผมเชื่อว่าแกเข้าใจในบริบทของรายการดี
แล้วจริงๆ ก็ไม่ต้องนัดทานข้าวหรอก รู้ไม่ใช่เหรอว่าคุณหนุ่มอยู่ไหน ถ้าจริงใจไปก็ไปรอสิครับ เขาไม่ให้พบก็ไปรอ ไปจนกว่าเขาจะยอมให้พบหรือว่าใจอ่อน นี่ต่างหากคือพฤติกรรมที่แสดงความจริงใจที่ยอมรับผิด แต่ถ้ามีเงื่อนไข เอาที่ตัวผมนะ ผมพูดถึงตัวผม ผมคงไม่ และต้องแสดงความเสียใจด้วยนะครับที่เขาพูดว่าเงื่อนไขในการไปทานข้าวกับคุณหนุ่มผมต้องไม่ไปด้วย ก็ต้องแสดงความเสียใจด้วยเพราะไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ถ้าคุณหนุ่มบอกว่าทนายตุ๋ยไม่ต้องไปอันนี้ผมยินดี แต่ถ้าอยู่ดีๆ จะมาสั่งไม่ให้ไป ขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆ ทุกอย่างให้คุณหนุ่มเป็นคนตัดสินใจผมไม่ก้าวล่วงการตัดสินใจของคุณหนุ่ม ผมแค่ทำหน้าที่ทนาย”
เผยเหตุผลที่ ”ปู มัณฑนา“ ไม่อยากให้ตนเข้าไปยุ่งเกี่ยวการเจรจาเพราะว่าเกลียดตน มองว่าตนอยู่เบื้องหลังในการฟ้องร้อง เชื่อปูยังไม่คิดถอย ซึ่งมันไม่มีอะไรดีหากจะแลกอิสรภาพด้วยความสะใจ คำพูดของเขามันฆ่าตัวเขาเอง
“เขาเกลียดผมจะตาย ผมก็ไม่รู้ว่าเขาเกลียดผมทำไม ไม่ทราบ ไม่เข้าใจ เขาคงคิดว่าผมเป็นคนขวางเขา สิ่งที่คุณโพสต์ 7-8 เดือน คุณคิดเองเออเอง แล้วคิดว่าผมอยู่เบื้องหลัง ไปกีดกัน มันขึ้นอยู่กับตัวคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม ที่เขานิ่งในระดับนึงมันก็ดีแล้ว ผมยังยืนยันว่าเขาหยุดมันดีแล้ว มัน ไม่มีอะไรดี มันไม่ควรจะแลกอะไรด้วยอิสรภาพของตนเองกับความสะใจของตัวเขา
เหมือนคุณเอาเงิน 10 บาทไปแลกกับเงิน 1 บาทคุณยอมแลกไหม ถ้าเขาคิดว่าสิ่งที่คุณหนุ่มไปร้องทุกข์มันผิดเขาเดินต่อได้เลย มันเป็นเรื่องของการพิสูจน์ ตอนนี้การไกล่เกลี่ยมันก็เป็นประโยชน์ต่อตัวคุณปูเอง เขาต้องแสดงความจริงใจจริงๆออกมากับ 1 ปีที่เขาด่าว่าคุณหนุ่มเกือบทุกวันด้วยถ้อยคำหยาบคาย รุนแรง สำหรับผมที่มองเขาอยู่ก็คิดว่าเขายังไม่ถอย แต่เขาเย็นลงไหมเขาเย็นลง มุมของเขากับมุมของผมมันต่างกัน
เรื่องจะจบมันขึ้นอยู่กับตัวเขา ถ้าเขาเปลี่ยนไปหลังจากนี้ ขัดเกลาด้วยใจ แก้ไขด้วยการกระทำ ผมยังยืนยัน ถ้าเขาทำด้วยความจริงใจทุกอย่างจะดีขึ้น ผมมั่นใจครับ เสียดายโอกาสที่เขามี ที่ศาลท่านกรุณาและเมตตาจะไกล่เกลี่ยให้ แต่เขากลับทำลายโอกาสนั้นด้วยตัวเอง คำพูดที่เขาพูดกับคุณหนุ่มว่ามึงอย่าถอนฟ้องนะ ถอนฟ้องมึงเป็นหมา มันทำร้ายตัวเขาเอง ผมเป็นทนายผมยังรู้สึกเลย แกก็คงรู้สึกเพียงแต่แกไม่พูดออกมา ผมก็ตอบไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะมีการถอนฟ้องเกิดขึ้นไหม คำพูดของเขามันฆ่าตัวเขาเอง”
สายเกินไปที่จะยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยน ต้องแสดงความจริงใจเท่านั้น
“บางเรื่องคุณปูต้องถอยด้วย ไม่ใช่อยากจะได้ในหลายๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ผมว่ามันเลยเวลานั้นมาแล้ว ถ้าเป็นช่วงแรกๆ เขาหยุดมันก็ไม่แน่ มันเลยไปมากๆ มันสายเกินไปในเรื่องของความรู้สึกกับการแลกเปลี่ยน แต่ในกระบวนการของกฎหมายการทำอย่างไรก็ได้ที่ให้คดีจบไปด้วยการที่คุณปูไม่ต้องอยู่ในเรือนจำต่างหากคือความยาก ตัวเขาต้องอดทนให้มากกว่านี้ ถ้าคิดว่าทนไม่ได้นั่งสมาธิอย่างจริงยังครับ จากนี้ไม่มีอะไรดีแน่ๆ ถ้าไม่หยุด การป่วยของเขาไม่ได้เป็นผลกับคดี”


