เดินหน้าขยายผลสู่ความสำเร็จ ราษฎรพบแนวทางสร้างอนาคตที่มั่นคงจากการน้อมนำองค์ความรู้ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไปประยุกต์ใช้จนเกิดผลเป็นรูปธรรม ต่อยอดสู่การผลิต การแปรรูป และการจำหน่าย สร้างรายได้อย่างมั่นคง วางรากฐานคุณภาพชีวิตที่มั่นคงในวัยเกษียณ ขณะที่องคมนตรีลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า พบว่าประชาชนได้รับประโยชน์จากการขยายผลในหลายมิติ
นายอนุรักษ์ บัวคลี่คลาย ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้การต้อนรับ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วย พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ นายวัชระ หัศภาค ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา สำนักงาน กปร. และคณะอนุกรรมการฯ ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาฯ ว่า คณะได้ประชุมติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมสำคัญของศูนย์ อาทิ สวนพฤกษศาสตร์เขาหินซ้อน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมพรรณพืชสมุนไพรสำหรับศึกษาวิจัยทางวิชาการ เผยแพร่การใช้ประโยชน์ และเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ
นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมโรงสีข้าวพระราชทาน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร. พระราชทานให้จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการตามหลักการสหกรณ์ และให้บริการสีข้าวแก่เกษตรกรทั่วไป รวมถึงงานประมงที่ผลิตพันธุ์ปลาน้ำจืด ทั้งปลากินพืช ปลากินเนื้อ ปลาสวยงาม และการเพาะเลี้ยงกบในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเลี้ยงในบ่อดิน การเลี้ยงกบคอนโดโดยใช้วงล้อรถยนต์เก่า เป็นต้น
นายอนุรักษ์ บัวคลี่คลาย ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันศูนย์ฯ ได้นำผลผลิตสมุนไพร ทั้งที่เพาะปลูกภายในศูนย์ฯ และที่ส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนโดยรอบเพาะปลูก มาต่อยอดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ สบู่ โลชั่นบำรุงผิว แชมพู และครีมนวดผม โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 12 ชนิด ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการจดแจ้งเพิ่มเติมอีก 3 ชนิด ซึ่งโครงการนี้นอกจากจะช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานแล้วยังสร้างมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย ซึ่งก็จะช่วยให้สร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย
จากนั้น องคมนตรีและคณะได้เดินทางไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมิตรสัมพันธ์ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ของนางสาวเครือวรรณ จันทศรี ซึ่งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางดำรงชีวิต สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ตนเองและสมาชิกในกลุ่ม มีการปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ส่งเสริมสมาชิกปลูกพืชและนำผลผลิตมาแปรรูป จัดฝึกอบรมอาชีพ และนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การทำปุ๋ยหมัก เป็นต้น
นางสาววันวิสา บริบูรณ์พานิช สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมิตรสัมพันธ์ กล่าวว่า ตนมีรายได้ประจำจากการเป็นพนักงานบริษัท และได้เข้ารับการอบรมอาชีพเสริมจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ในด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุเหลือใช้ในครัวเรือน เพื่อลดต้นทุนการเพาะปลูกข้าว ก่อนนำความรู้มาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง
"รายได้จากการแปรรูปผลผลิตถือเป็นรายได้เสริมที่ดีมาก และสิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังเกษียณก็ยังมีอาชีพรองรับ ทำให้มีรายได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีรายได้เสริมเฉลี่ยประมาณ 200,000 บาทต่อปี ที่สำคัญคือการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ ทำให้มีความมั่นคง มีภูมิคุ้มกันในการประกอบอาชีพ ไม่ลงทุนเกินกำลังของตนเอง ยึดหลัก 'กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน และเหลือจึงนำไปขาย' จึงช่วยลดรายจ่าย มีผักรับประทานตลอดปี เลี้ยงไก่ไว้เก็บไข่ มีบ่อเลี้ยงปลาไว้บริโภค ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง" นางสาววันวิสา กล่าว


