xs
xsm
sm
md
lg

KeyEast แพ้คดี ชดใช้ผู้สร้าง River Where the Moon Rises ราว 19 ล้านบาท ปม “จีซู” ถอนตัวกลางคัน หลังดราม่าบูลลี่ในโรงเรียน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



KeyEast แพ้คดีชดใช้ผู้สร้าง River Where the Moon Rises ราว 19 ล้านบาท ปิดฉากดราม่า “จีซู” ถอนตัวกลางคัน หลังคดีบูลลี่ในโรงเรียน

KeyEast อดีตต้นสังกัดของนักแสดงหนุ่ม จีซู ผู้ถอนตัวจากซีรีส์ River Where the Moon Rises หลังเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องความรุนแรงในโรงเรียน ถูกศาลสั่งให้จ่ายค่าเสียหายแก่บริษัทผู้ผลิตซีรีส์เป็นเงิน 880 ล้านวอน หรือประมาณ 19 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ตามรายงานจากแหล่งข่าวในแวดวงกฎหมาย ระบุว่า KeyEast ได้ยื่นถอนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนก 3 ซึ่งมีผู้พิพากษาโอซอกจุนเป็นประธาน เมื่อวันที่ 24 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้คำตัดสินของศาลชั้นอุทธรณ์ที่สั่งให้ KeyEast จ่ายเงินชดเชยแก่ CANVAS N หรือชื่อเดิม Victory Contents จำนวน 880 ล้านวอน พร้อมดอกเบี้ย ถือเป็นที่สิ้นสุด

ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม 2021 จีซู ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ภายใต้สังกัด KeyEast ถูกโยงเข้ากับข้อกล่าวหาเรื่องความรุนแรงในโรงเรียน โดยตอนนั้นเขากำลังรับบทพระเอก “อนดัล” ในซีรีส์วันจันทร์-อังคารของช่อง KBS 2TV เรื่อง River Where the Moon Rises และออกอากาศไปแล้วถึงตอนที่ 6 ก่อนที่ฝ่ายจีซูจะยอมรับบางส่วนของข้อกล่าวหา และตัดสินใจถอนตัวจากผลงานเรื่องนี้โดยสมัครใจ

สถานการณ์ในตอนนั้นสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กองถ่ายอย่างหนัก เพราะซีรีส์ถ่ายทำไปแล้วถึงตอนที่ 18 จากทั้งหมด 20 ตอน ทีมผู้สร้างจึงต้องเร่งหานักแสดงใหม่มาแทน โดยได้ นาอินอู เข้ามารับบทพระเอกแทนจีซู และเดินหน้าถ่ายซ่อมอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่ตอนที่ 7 เป็นต้นไป นาอินอูจึงปรากฏตัวในฐานะพระเอกคนใหม่ ก่อนที่ภายหลังเมื่อกระแสการออกอากาศเริ่มนิ่งขึ้น ทีมงานยังให้เขากลับไปถ่ายซ่อมตอนที่ 1-6 ซึ่งเดิมมีจีซูแสดงอยู่ และนำไปปรับแก้ในเวอร์ชัน VOD ด้วย

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว Victory Contents ในฐานะบริษัทผู้ผลิต River Where the Moon Rises ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก KeyEast ซึ่งเป็นต้นสังกัดของจีซูในขณะนั้น โดยเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการถ่ายทำใหม่เป็นเงิน 3 พันล้านวอน หรือประมาณ 64.7 ล้านบาท

ในศาลชั้นต้น KeyEast ถูกสั่งให้จ่ายค่าเสียหายราว 1.42 พันล้านวอน หรือประมาณ 30.6 ล้านบาท ก่อนที่ในชั้นอุทธรณ์ วงเงินชดเชยจะถูกปรับลดลงเหลือ 880 ล้านวอน หรือประมาณ 19 ล้านบาท และล่าสุดเมื่อ KeyEast ถอนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คำตัดสินดังกล่าวจึงมีผลสิ้นสุดอย่างเป็นทางการ