“ณเดชน์” รีวิวชีวิตหลังแต่งงาน คิดถึงกันตลอดเวลา โหยหา “ญาญ่า” มากขึ้น ชมภรรยาสวยที่สุดทุกครั้งที่เห็นในชุดเจ้าสาว จำขึ้นใจคาถาบูชาเมีย ขำๆ จะสลักหินไว้ท่องก่อนนอน เคลียร์ดรามาไรเดอร์ถ่ายคลิป ไม่คิดฟ้อง เพราะมองว่าเป็นความผิดพลาดของทั้งสองฝ่าย
ใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของงานฉลองวิวาห์รอบที่ 3 แล้ว สำหรับพระเอกหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และภรรยาสาว “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” ที่เตรียมจัดงานฉลองมงคลสมรสส่งท้ายที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ หลังสร้างโมเมนต์สุดประทับใจมาแล้วทั้งที่ขอนแก่นและประเทศนอร์เวย์ ล่าสุดวันนี้ (6 ก.ค.) ได้เจอณเดชน์ในงานเปิดตัวแคมเปญ CC DOUBLE O “THE NEW BASIC – Impossible to Ignore” เจ้าตัวก็ออกมาอัปเดตความพร้อมของงานที่คืบหน้าไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ พร้อมรีวิวชีวิตหลังแต่งงานที่ยอมรับว่าโหยหากันมากขึ้น รวมถึงเปิดใจถึงประเด็นไรเดอร์ถ่ายคลิปตั้งแต่รับงานจนถึงหน้าบ้าน โดยยืนยันว่าไม่คิดฟ้อง เพราะมองว่าเป็นความผิดพลาดของทั้งสองฝ่าย
“เตรียมพร้อมหมดเกือบทุกอย่างแล้วครับ แต่ด้วยความที่ว่ามันค่อนข้างที่จะกระชั้นชิดกับงานของนอร์เวย์มากๆ เพราะฉะนั้นเราเลยค่อนข้างที่จะรีบเร่งมากๆ จริงๆ ต้องขอประทานโทษหลายๆ ท่านด้วย ที่ไม่ได้มีโอกาสไปมอบการ์ดด้วยตัวของผมและน้องเอง ก็ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วย แต่ว่าเราก็พยายามที่จะเชิญทุกคน มาร่วมเป็นความทรงจำในวันสำคัญครั้งที่สามของชีวิตเรา”
คนชมการ์ดแต่งงาน ดีเทลสวยงามเก็บครบทุกโมเมนต์สำคัญ
“จริงๆ โชคดี งานกรุงเทพฯ เราได้ทีม Miidear ที่มาทำการ์ดให้ เขารังสรรค์จินตนาการของผมกับน้องออกมาได้แบบเป็นรูปเป็นร่าง เป็นเป็นรูปธรรมจริงๆ เอาลายเส้นของการวาดไทย มาผสมกับความความเป็นสากล มันเป็นเสน่ห์เรื่องหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเราใส่ในดีเทลตรงนี้ด้วย”
เผยเป็นไอเดียที่ช่วยกันคิดขึ้นมา
“ใช่ครับ จริงๆ มันมาจากการเรื่องเล่า เราเล่าเรื่องตั้งแต่งานแต่งขอนแก่น งานแต่งนอร์เวย์ แล้วก็มีภาพตอนไปถ่ายพรีเวดดิ้ง แล้วก็มีบรรยากาศที่ผมไปของน้องญาญ่า อยู่ในการ์ดเดียวกัน ส่วนบุคคลทุกท่านที่ได้รับเชิญมาที่งานกรุงเทพฯ ก็จะมาอยู่ในแชปเตอร์ต่อไปของชีวิตเรา ประมาณนั้น”
รีเควสได้ อยากเห็นอะไรในงาน
“อยากเห็นล่ะอะไรครับ รีเควสได้ (หัวเราะ) แต่เรื่องธีมสีเนี่ย เดี๋ยวจะมีส่งให้ครับ จริงๆ แล้วไม่มีอะไรซีเรียสเลยครับ เป็นตัวของตัวเองได้เลยครับ งานจะเน้นอะไรที่มันเป็นโทนขาว เรียบง่าย”
งานแต่งรอบที่ 3 รู้สึกตัดสินใจได้เก่งขึ้น
“ไม่ยากครับ รู้สึกว่าเราเก่งขึ้น เราตัดสินใจได้เก่งขึ้น เราชัดเจนมากขึ้น เราจะไม่คิดหน้าคิดหลัง ว่าอุ้ยแบบไหนดีนะ คือฟันธงไปเลย อันไหนมันรู้สึกชอบตั้งแต่แรกคือตัดสินใจไปเลย”
เล่าความประทับใจงานแต่งแต่ละที่ ขอนแก่นเป็นงานสนุกสนาน ส่วนนอร์เวย์จะเป็นทางการมากกว่า
“สำหรับผมกับน้องแล้ว เรารู้สึกว่างานที่ขอนแก่นเป็นงานที่สนุกล่ะกัน มันเป็นงานสนุกสนาน และบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของคนอีสานได้ค่อนข้างดีมากๆ แม้กระทั่งสีชุดแต่งงานเองก็แบบตะโกนแล้ว บรรยากาศงานด้วย ส่วนงานนอร์เวย์จะรู้สึกว่ามันมีความเป็นงานแต่งงาน เรารู้สึกว่ามันคืองานแต่งงานจริงๆ มันคืองานแต่งงานของณเดชน์และญาญ่า สองคนที่ผ่านการเดินทาง ผ่านเรื่องราวต่างๆ มาด้วยกัน จนวันนี้เราได้เริ่มต้นอีกหนึ่งช่วงเวลาในชีวิต เป็นการเดินทางครั้งใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่สวยงามมากๆ ส่วนงานกรุงเทพฯ จะเป็นอีกหนึ่งงาน ที่เรารู้สึกว่าเป็นงานเฉลิมฉลอง เป็นงานฉลองความสุขและความรักของเรากับคนที่เรารักด้วย”
งานแต่งที่ขอนแก่นกลายเป็นไวรัล หลังให้คำมั่นสัญญาเป็นภาษาอีสาน
“มันมากเลยนะ เพื่อนๆ อะบอกว่า มึงต้องพูดๆ… กูพูดก็ได้ (หัวเราะ) คือถ้าไม่พูดก็ไม่ผ่านไง ยัดเงินก็ไม่ได้ คือจริงๆ แล้วมันจำขึ้นใจอยู่นะครับ ไปดูเลยไอจี ชัดเจนมาก ทั้งกลอนเลย ตอนนั้นคือไม่รู้เรื่องเลย ไปถึงหน้างานแล้วเขาก็อะ…ด่านสุดท้ายต้องอ่าน แรกๆ ก็เริ่มสนุก หลังๆ เริ่มเครียดแล้ว (หัวเราะ)
(ญาญ่าบอกว่าจะใส่แผ่นเอาไว้ฟังก่อนนอนทุกวัน?) ไม่เป็นไรครับ แบบแผ่นเดี๋ยวแผ่นเสียแผ่นหาย เดี๋ยวผมไปให้ช่างสลักหินนะครับ แล้วไปติดไว้ที่หัวนอน แล้วก่อนนอนก็ท่อง (หัวเราะ)”
“ญาญ่า” ชอบมากกับคาถาบูชาเมีย ทุกวันนี้ยังก้องอยู่ในใจ
“ผมรู้สึกว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งคำมั่นสัญญา ที่วัยรุ่นเถื่อนๆ เขาพูดกัน มันโคตรผู้ช้ายผู้ชาย แต่ผมรู้สึกว่ามันน่ารักดีนะ เสียงวันนั้นที่เราพูดไปมันยังก้องอยู่ในใจอยู่ (ญาญ่าบอกว่าชอบมาก?) ชอบ ปกติเขาจะต้องอยู่ข้างใน แต่นี่ยืนดูตบมือ ทีหลังมีปัญหาอะไรกับนาง เขาก็จะพูดจำได้ไหมๆ วันนั้นพูดว่าอะไรบ้าง”
เชื่ออากาศร้อนแต่ยังหน้าแน่น เหงื่อไม่ไหล เพราะมีความสุขมาก
“ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน คืออาจจะเป็นเพราะว่าเรามีความสุขมากมั้งครับ เหงื่อมันเลยไม่ค่อยไหล คือข้างในครับมันไหลครับ ตรงหลังตรงอะไรมันมี แต่ว่าหน้ามันไม่ค่อยมี อาจจะมีเพราะว่ามันมีลมตลอดเวลาด้วยมั้งครับ ก็เลยโชคดีไป เรารู้สึกว่ามันโล่ง มันเย็น ส่วนที่นอร์เวย์จริงๆ น่ากลัวมาก เพราะว่าเป็นช่วงพายุเข้าครับ แล้วก่อนหน้าก็ฝนตก แล้วสุดท้ายคือวันนั้นโชคดีมากๆ เลยที่ฟ้าเปิด คือเรายอมที่จะโดนแดดร้อนๆ ให้หน้าไหม้ ดีกว่าที่จะต้องฝนตกแล้วงานเลอะ จริงๆ เราก็มีฝากคนแบบไหว้ให้หน่อยนะ มีพี่ที่กองของน้องญาญ่าเขาแบบ เออเดี๋ยวพี่จะไหว้ให้นะ จะส่งกำลังใจให้”
ใจฟูถ้วนหน้า โมเมนต์พ่อตาลูกเขย ยกเป็นตัวแทนของคุณพ่อ
“คุณพ่อผมไม่มีโอกาสได้เดินทางไป คุณพ่อญาญ่าก็เลยเป็นเหมือนอีกหนึ่งตัวแทนของคุณพ่อผมละกันครับ ก็ผูกพันกับแกมากๆ ครับ (ให้คำสัญญาอะไรกับคุณพ่อ?) ทุกอย่างเลยครับ คุณพ่อเช็กลิสต์หมดเลยครับ ติ๊กถูกผ่านทุกข้อครับ คุณพ่อบอกว่าการเดินทางในชีวิตคู่ มันคือการที่เราสองคนเรียนรู้ที่จะมีความประนีประนอม ถ้าสมมติว่ามีอะไรที่เรามีความรู้สึกว่าเราไม่พอใจ ไม่สบายใจ ไม่ชอบใจ สิ่งแรกที่เราควรจะทำที่สุดก็คือการเปิดอกและพูดคุยกัน ไม่งั้นมันจะถูกเก็บแล้วก็เป็นพังผืดในใจ แล้วสักวันหนึ่งมันจะกลายเป็นว่าเราจะไม่มีความสุขในชีวิตคู่ เพราะว่า เราคือการรวมเอาคนสองคนเข้ามาอยู่ในชีวิต การตัดสินใจทุกอย่างต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมกับน้องก็โชคดีมากๆ เราไม่ค่อยมีปัญหา ไม่ใช่ว่าผมยอมน้องอย่างเดียวนะครับ หมายถึงว่าน้องเขาก็เปิดใจแล้วก็ยอมรับ ในความคิดการตัดสินใจของผมด้วยเหมือนกัน มันก็เลยเป็นอะไรที่เรารู้สึกว่าเราโชคดีมากๆ เลยที่เราได้มีคู่ชีวิตแบบญาญ่า คือเราพยายามที่จะบอกตัวเองเสมอ ว่าถ้าทะเลาะกันแล้วอย่าหันหลังให้กัน มันต้องคุย มันต้องเคลียร์ให้จบ”
งานแต่งที่กรุงเทพฯ 18 ก.ค. นี้ สำเร็จไป 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว
“90 เปอร์เซ็นต์ เหลือจ่ายเงินอีก 10 เปอร์เซ็นต์ (หัวเราะ) ส่วนชุดก็มีหลายชุดพอสมควร มีชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ชุดแถลงข่าว แล้วก็ชุดงานพิธี”
เตรียมจุ๊บโชว์แบบฉ่ำๆ
“เดี๋ยวจุ๊บให้ดูๆ (ยิ้ม)”
ชมเจ้าสาวสองงาน สวยคนละแบบ
“สวยคนละแบบ คือผมมองเขาในชุดแต่งงานที่ขอนแก่นกับนอร์เวย์ ความรู้สึกแตกต่าง นอร์เวย์คือตื่นเต้นแบบสั่นมากๆ ตอนแรกรู้สึกเฉยๆ มากเลยนะ แต่พอไปยืนเตรียมตัว แล้วก็ต้องยืนรอเขา โหตื่นเต้นมากๆ เลย ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก แต่ไม่ได้ร้องไห้ ผมพยายามที่จะฮึบไว้ (ญาญ่าบอกว่า เราก็หล่อมากเหมือนกัน?) ผมต้องหล่อ เพราะว่าผมแต่งงานกับคนที่สวยที่สุด คือผมก็ต้องให้คุณค่าของผมมันเทียบเท่าเขาหน่อย”
วันที่ 18 ก.ค. นี้ จะไม่มีใครสวยเกินเจ้าสาวแน่นอน
“ไม่มีๆ จริงๆ วันที่นอร์เวย์นั้นคือแบบสวยมาก ชุดแบบว่าอลังการ ซึ่งเราไม่ได้เห็นมาก่อนเลย เห็นวันนั้นเลย ตอนที่เดินลงมาเลย รู้แค่เขาบอกว่าชุดมันยาวมาก ถามว่าตอนเห็นเรารู้สึกยังไง มันอิ่มมากกว่าครับ มันอิ่มใจบอกไม่ถูก มีความสุขมากๆ”
รีวิวชีวิตหลังแต่งงาน 2 เดือน คือโหยหากันมากขึ้น คิดถึงตลอดเวลา
“ในการใช้ชีวิตก็เหมือนเดิมปกติ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกระหว่างกันต่างหาก มันโหยหากันมากขึ้น คิดถึงกันตลอดเวลาเลย มันเป็นประตูของการที่เราจะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ด้วยเหตุผลประการใดก็ไม่รู้ ซึ่งเราทั้งสองคนก็คุยเรื่องนี้เหมือนกัน แล้วคำตอบก็เป็นแบบเดียวกัน มันเปลี่ยนไป”
สรรพนามเรียนกันยังเหมือนเดิม มีเพิ่มเติมคือ My wife กับ Husband
“ก็เรียกเหมือนเดิมนะ บางทีก็แบบ My wife แล้วแต่โอกาส ถ้าพูดบ่อยๆ มันรู้สึกลิเกไปนิดหนึ่ง (หัวเราะ) ส่วนเขาก็เรียกว่า Husband อะไรแบบนี้”
รับสงสารไรเดอร์โดนกระแสสังคมหนัก หลังลงคลิปไปส่งถึงบ้าน แบบไม่ได้ขอนุญาตก่อน
“จริงๆ ก็สงสารพี่เขาเหมือนกันนะ เพราะว่ากระแสสังคมก็ค่อนข้างที่จะไปกระทบกับพี่เขา ต้องขออภัยพี่เขาด้วย แต่ว่าเราเองก็ปกป้องพื้นที่ของเราด้วยเหมือนกัน เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ จริงๆ แล้วผมเชื่อว่าพี่ๆ ไรเดอร์ทุกคนเนี่ย คงดีใจที่ได้มีโอกาสได้เจอเรา แต่ว่ามันไม่มีกฎหมายหรือไม่มีขอบเขต ที่ทำให้แม้กระทั่งผมหรือตัวพี่เขาเอง เข้าใจว่าอะไรคือข้อจำกัดหรือขอบเขต ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูกครับ คือเราต่างคนต่างไม่ได้ปกป้องกันและกันเอง
เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่เราเลือกที่จะทำแบบนั้น โดยการที่ให้ผู้จัดการไปบอก เพราะเราต้องการที่จะเป็นบทเรียนให้กับตัวเราเอง แล้วก็กับพี่ๆ ไรเดอร์ แล้วก็คนอื่นๆ อีกหลายๆ คน นะครับ จริงๆ ทุกวันนี้เวลาผมเดินทางไปไหน พี่ๆ เขาก็ยังถ่ายได้ แต่ว่าอาจจะเป็นความผิดพลาดจริงๆ ที่พี่เขาดันไปลงคลิป ที่ยาวจนไปตั้งแต่รับจนไปถึงบ้าน ซึ่งมันก็มีความไม่ปลอดภัยกับตัวผม และคนที่อยู่ในบ้านของผมด้วยแค่นั้นเอง เลยรู้สึกว่ามันค่อนข้างเซนซิทีฟ
แต่จริงๆ แล้วเรื่องของการมีกล้องติดรถ มันเป็นเรื่องปกตินะครับ แต่ผมเชื่อว่าการที่เราแจ้งให้กับลูกค้าทราบก่อน น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นทางออกที่ดีที่สุด หรือว่าเขาอาจจะถามผมก่อนก็ได้ ว่าขอเอาไปลงได้ไหม หรือว่าเขาจะไปลงแบบไหน ผมว่าการที่เรามีโอกาสได้ชี้แจงกันตรงนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในตอนนี้”
ยกเป็นบทเรียนของทั้งคู่ ไม่มีใครผิดใครถูก สังคมได้เรียนรู้ไปพร้อนๆ กัน
“คือตอนนั้นเราก็เห็นว่าพี่เขามีกล้องติดอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไร เพราะส่วนใหญ่คนที่เขาจะถ่าย เขาก็ถ่ายภาพนิ่งกัน จากประสบการณ์ผม แต่จริงๆ วิดีโอกับไรเดอร์นี่เขาต้องมี เพราะเขาต้องปกป้องตัวเขาด้วย อุบัติเหตุเอย ลูกค้าเหวี่ยง ลูกค้าวีนเอย คือเหตุการณ์นี้มันไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก มันเป็นบทเรียนให้เราทั้งคู่ แล้วสังคมก็ได้เรียนรู้พร้อมๆ กัน”
ขอบคุณทุกความเป็นห่วง แต่เป็นความไม่รู้ของทั้งสองฝ่าย
“ก็ขอบคุณครับที่เป็นห่วงตรงนี้ แต่ว่ามันคือความไม่รู้ของทั้งสองคนครับ จริงๆ ถ้าผมเห็นกล้อง ผมอาจจะคิดในใจว่าพี่ครับ นี่ถ่ายวิดีโอจะไปลงหรือเปล่า ถ้าลงนี่ฝากอย่าให้เห็นบ้านผมนะ อะไรอย่างนี้ ผมก็ต้องมีไหวพริบตรงนี้ด้วยเหมือนกัน แต่ผมดันรู้สึกว่าเราอาจจะเคยชินมากๆ มั้งครับ เราเลยรู้สึกว่าเราไม่ได้ปกป้องตัวเองด้วย (เข็ดไหมโดนแอบถ่ายไปลงแบบนี้?) ไม่ๆ เรารู้สึกเลยว่าต่อไปนี้คนน่าจะกลัวเราแน่ๆ คนไม่กล้าถ่ายรูป ไม่กล้าเจอเรา”
มีไรเดอร์ขอถ่ายรูปประจำ เพราะนั่งมอเตอร์ไซค์บ่อย
“ใช่ครับ ผมอดใจไม่ไหวกับการขับรถในกรุงเทพฯ มากขนาดนั้น ผมอยู่แถวสุขุมวิทรถติดมากครับ เลยรู้สึกว่าการที่เดิน หรือว่านั่งวินมอเตอร์ไซค์ มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดของเรา ก็จะเจอพี่ไรเดอร์ประจำ บางทีไม่ได้มารับ ก็จอดถ่ายรูป”
แนะบริษัทอาจจะต้องตระหนักถึงเรื่องนี้มากขึ้น เพราะทุกคนไม่ได้มีความรู้เรื่องกฎหมาย
“ผมว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ก็คงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่บริษัทไรเดอร์ทุกๆ ที่ อาจจะต้องมีการตระหนักถึงตรงนี้ กับพี่ๆ ไรเดอร์หลายๆ ท่านด้วย คือแต่ละคนเขาก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องกฎหมาย ตัวผมเองก็ไม่รู้หรอกครับ เพราะฉะนั้นการ acknowledge ในเรื่องกฎหมายมาตราต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งหนึ่งที่บริษัทควรที่จะทำให้กับบุคลากรของตัวเองด้วย”
ตัดสินใจจัดการเรื่องนี้เอง ไม่ต้องถึง “ญาญ่า”
“โอ้ ไม่เลยครับ ผมตัดสินใจแทนทุกอย่างเลยครับ ไม่ให้ไปถึงน้อง ต้องตัดสินใจเลยครับ”
ยันไม่ฟ้องไรเดอร์ที่เป็นประเด็น เพราะเป็นความผิดพลาดของทั้งคู่
“ไม่ๆ ไม่ฟ้อง ไม่มีทางครับ ผมไม่มีทางจะฟ้องร้องในความผิดพลาดของเราทั้งคู่ครับ มันคือความผิดพลาดของเราทั้งคู่ครับ มันไม่ใช่ความผิดพลาดของคนใดคนหนึ่ง มันเป็นการที่เราทั้งสองคนไม่รู้เลย ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะไปฟ้องร้องเขา ไม่จำเป็นต้องฟ้องร้องเลยซ้ำ”
มองเป็นเรื่องที่ดี เป็นเคสที่ช่วยเซฟคนอื่นด้วย
“เป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะว่าผมเป็นผู้ชาย มีอะไรผมยังชกต่อย ถีบได้ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงอันตรายนะครับ สมมติว่าผู้หญิงไปใช้บริการ แล้วมันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น อาจจะไม่ปลอดภัยจริงๆ”
ถ้าบอกให้ทราบก่อนลงคลิป คงไม่มีปัญหา
“ใช่ครับ เพราะว่าอย่างหนึ่งคือเวลาเราชี้แจงแล้วเรารู้สึกว่าเราสบายใจ ได้รับฟังข้อมูลแล้วรู้สึกว่าเราสบายใจ กำแพงหรือความรู้สึกกลัวอะไรอย่างนี้มันจะน้อยลง (หลังจากนี้คนที่เจอเรา จะสามารถถ่ายเราได้แค่ไหน?) ผมว่าเรากลับมาสู่ความเป็นปกติเหมือนเดิมครับ คืออย่าไปจริงจังอะไรกับเรื่องนี้มากขนาดนั้นเลย ผมเชื่อว่าบทเรียนครั้งนี้น่าจะกระจายไปในทุกๆ พื้นที่ในสังคมแล้ว เราก็กลับมาใช้ชีวิตกันปกติ แบบที่ไม่ต้องแบบพะวงหน้าพะวงหลัง คุณเจอผมได้ ผมก็เจอคุณได้ มีความสุขกันแค่นั้นเองครับ เป็นเพื่อนร่วมทางกัน แนะนำพูดคุยเรื่องสิ่งดีๆ ด้วยกันได้ครับ”


