“เปิ้ล นาคร-จูน กษมา” ร่วมเป็นจิตอาสาเปิดโรงครัวพระราชทานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ด้าน “เปิ้ล” เผยเป็นอาสาสมัครที่มูลนิธิมานาน 14 ปี ผูกพันกับพระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ และพระองค์ภา เคยเป็นครูฝึกสอนเจ็ตสกีถวาย พร้อมสืบสานสิ่งที่พระองค์ภาทรงริเริ่มไว้ คือการทำความดี
สายวันนี้ (4 ก.ค. 69) “เปิ้ล นาคร ศิลาชัย” พร้อมภรรยา “จูน กษมา ศิลาชัย” และมูลนิธิไทยนาคา ร่วมเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เปิดเต็นท์อาหารโรงครัวพระราชทาน ณ สนามหลวง เพื่อให้บริการประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระบรมมหาราชวัง
เมนูวันนี้เป็นข้าวเหนียวไก่ทอด โดยใช้ไก่หมักสูตรของพระองค์โสม พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โดย “จูน กษมา” อาสาทอดไก่ ส่วน “เปิ้ล นาคร” เป็นผู้แจกอาหารให้แก่ประชาชนที่เดินทางมา ทั้งนี้ เปิ้ลเล่าว่าตนเองเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มาเป็นเวลากว่า 14 ปีแล้ว
เปิ้ล : “ก่อนหน้านี้ผมทำงานอาสามา 14 ปี จริงๆ แล้วผมเป็นเหมือนแรงงานให้กับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใด เวลาที่มูลนิธิออกไปแจกถุงยังชีพ ผมก็จะเป็นยานพาหนะนำถุงยังชีพไปส่งถึงมือชาวบ้านอยู่ตลอด ทำแบบนี้มาหลายปีมาก ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งในชีวิตของผม”
จูน : “พร้อมรับไม้ต่อค่ะ มีความสุขมากค่ะ จูนอาจช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ขอแค่ได้ช่วยเท่านี้ก็ดีใจแล้ว”
เปิ้ล : “บรรยากาศในวันนี้เห็นแล้วก็ชื่นใจมากๆ ที่ได้เห็นพสกนิกรผู้มีความจงรักภักดีและคิดถึงพระองค์ท่าน เดินทางมาร่วมงาน เหมือนเราเป็นญาติกัน คนไทยทุกคนต่างเสียใจ วันนี้คนไทยจากทั่วประเทศได้เดินทางมาร่วมถวายอาลัย พวกเราทำได้เพียงดูแลความพร้อมและอำนวยความสะดวกให้กับทุกคนที่เดินทางมา ก็รู้สึกอิ่มใจที่ได้ทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุด”
นำแบบอย่างการทรงเป็นนักกีฬาและผู้นำของพระองค์ภามาปรับใช้กับครอบครัว
จูน : “ถ้าเห็นชัดที่สุดก็คือเรื่องกีฬา จูนพยายามนำแบบอย่างด้านกีฬาของท่านมาปรับใช้กับครอบครัว เพราะบ้านเราเป็นครอบครัวนักกีฬา ทรงเป็นผู้นำที่ดี เราก็นำแบบอย่างของท่านมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะในฐานะผู้หญิงที่เป็นผู้นำ”
เปิ้ล : “สิ่งหนึ่งที่ครอบครัวเราพยายามทำตามท่านคือการดูแลผู้ที่ลำบากและยากไร้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดมูลนิธิไทยนาคาขึ้นมา เพราะเราเห็นถึงความเสียสละของพระองค์ท่าน รวมถึงระบบการช่วยเหลือที่เข้าถึงทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เล็กหรือเหตุการณ์ใหญ่ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จะอยู่ในพื้นที่เสมอ พอวันหนึ่งเราได้ตั้งมูลนิธิ แม้จะเป็นองค์กรเล็ก ๆ แต่ก็ขอทำตามเจตนารมณ์ที่พระองค์ท่านทรงวางรากฐานไว้”
เผยเคยเป็นครูฝึกสอนเจ็ตสกีถวายพระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ โดยมี “พระองค์ภา” ร่วมทรงฝึกด้วย ทรงน่ารัก ทรงเรียบง่าย และทรงเป็นกันเอง เผยเมื่อพบกันนอกงาน พระองค์ยังทรงยกพระหัตถ์ไหว้ก่อนด้วยซ้ำ
เปิ้ล : “เมื่อก่อนผมเคยมีโอกาสรับใช้งานท่าน เป็นครูฝึกสอนเจ็ตสกีถวายพระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ส่วนพระองค์ภาก็เสด็จมาทรงเจ็ตสกีด้วยกัน จนกระทั่งต่อมาผมเรียนอยู่ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็มีโอกาสได้เป็นพี่รหัสของท่านหญิงด้วย
อยู่กับท่านแล้วมีความสุขมาก ทรงน่ารัก ทรงมีพระอัธยาศัยเรียบง่ายและเป็นกันเอง ผมรู้สึกผูกพันมาก ถือเป็นบุญของชีวิตที่มีโอกาสได้รับใช้ท่านในหลายโอกาส ท่านรับสั่งกับผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันว่า ไม่ต้องทำอย่างนั้น ไม่ต้องทำอย่างนี้ ไม่ต้องนั่งคุกเข่า เวลาเจอกันนอกงาน พระองค์ยังทรงยกพระหัตถ์ไหว้ผมก่อนด้วยซ้ำ ทรงมีพระอัธยาศัยเรียบง่ายมาก
ถ้านึกถึงพระองค์ภา ผมจะนึกถึงความเก่งของท่าน ผมมีโอกาสรู้จักท่านตั้งแต่ครั้งยังทรงศึกษาอยู่ที่โรงเรียนราชินี ตอนนั้นก็ยังทรงใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปกับเพื่อนๆ ไม่คิดว่าเมื่อทรงเติบโตขึ้น จะทรงเป็นอัยการ เป็นนักกีฬาที่มีความสามารถ และทรงทุ่มเทกับทุกงานที่ได้รับมอบหมาย จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่ทรงลงมือทำสิ่งใด ก็ทรงทำอย่างเต็มกำลังเสมอ”
หลังจากนี้พร้อมสืบสานสิ่งที่พระองค์ภาทรงริเริ่มไว้ คือการทำความดี
เปิ้ล : “หลังจากที่พระองค์ท่านจากพวกเราไปแล้ว หน้าที่ของพวกเราคือสานต่อสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำไว้ นั่นคือการทำความดี โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อน
ผมเชื่อว่าหลายคนที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ต่างรับรู้ถึงพระเมตตาของพระองค์ท่าน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พวกเราควรสานต่อและเดินตามรอยพระองค์ ไม่ว่ามูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จะลงพื้นที่ที่ใด มูลนิธิไทยนาคาก็พร้อมไปร่วมปฏิบัติงานและช่วยเหลือประชาชนเช่นกัน”
“ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์” กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เผยอยากเห็นอาสาสมัครคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมทำงานเพื่อสังคม
“อยากให้เด็กรุ่นใหม่หันมาช่วยสังคม นอกจากการใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ลองหันมามองคนรอบข้างบ้าง จะสังเกตได้ว่าปัจจุบันผู้ที่มาร่วมทำงานจิตอาสาส่วนใหญ่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ทั้งวัย 50 ปี 60 ปี 70 ปี และ 80 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่อาจให้เวลากับเรื่องของตัวเองมากกว่า
อยากให้ทุกคนหันมาศึกษางานของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ซึ่งพระองค์ภาทรงมีพระประสงค์ที่จะช่วยเหลือประชาชนมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ จนนำมาสู่การก่อตั้งโครงการในปี พ.ศ. 2538 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระเมตตาและวิสัยทัศน์ที่ทรงมีตั้งแต่ทรงพระเยาว์ได้แสดงให้เห็นผ่านการทำงานอย่างต่อเนื่อง
พระองค์ทรงมีพระอัธยาศัยเรียบง่าย ทรงเข้าถึงประชาชนทุกคน และทรงใส่พระทัยในทุกรายละเอียดของการทำงานเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังทรงช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้รับความเป็นธรรม
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ยังจัดให้มีเต็นท์รับเรื่องร้องทุกข์และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ซึ่งพระองค์ทรงมีพระเมตตาในการพระราชทานความช่วยเหลือมาโดยตลอด โดยมิได้ทรงประกาศให้เป็นที่รับรู้ และทรงปฏิบัติเช่นนี้อย่างต่อเนื่องยาวนาน”


