“หนิง ปัทมา” เผย “ธัญญ่า” แชตส่วนตัวมาขอโทษ ซึ่งตนไม่ติดใจเอาความ สะเทือนใจถูกสังคมมองผิดคิดว่าตนเป็นเมียน้อย “เป็ก สัณณ์ชัย” ลั่นตนก็มีพ่อมีแม่ ทำงานเป็นเสาหลักของบ้านมาทั้งชีวิต ไม่เคยแม้แต่จะรับงานกินข้าวกับใคร หลังจากมีข่าวก็พยายามถอยออกมา เพราะไม่อยากมีปัญหาแบบนี้ ชี้เป็กตอบกำกวมทำให้คนอาจจะเข้าใจผิดตนได้
ล้มป่วยเพราะเครียดจากกระแสข่าวเป็นมือที่ 3 ครอบครัว “เป็ก สัณณ์ชัย เองตระกูล” และ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล” ทำ “หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ล้มหมดสติต้องหามส่งโรงพยาบาล เมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ด้วยสปิริตที่หนิงนัดแฟนคลับไว้แล้ว จึงติดเครื่องวัดหัวใจมาทำงาน NING PATTHAMA FIRST FAN CON “STAGE ONE” เชื่อที่ล้มป่วยไม่ได้มาจากความเครียดแต่เป็นเพราะซ้อมหนัก พักผ่อนน้อย
“ก็เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ซ้อมหนัก พักผ่อนน้อย มีความดันที่ต่ำมาก ก็มีอาการวูบไป อันนี้เกิดเป็นครั้งที่ 2 แล้ว คือไม่รู้ตัว แม่เข้าไปเห็น เลยหามส่งโรงพยาบาล เกิดขึ้นที่บ้าน คุณหมอบอกว่าพักผ่อนน้อยมาก เพราะว่าวันหนึ่งหนิงนอนแค่ 2-3 ชั่วโมงเอง
คุณหมอบอกจำเป็นมากที่จะต้องพักผ่อนให้เยอะขึ้น แต่เป็นคนที่ชอบทำงาน ก็จะพยายามดูแลตัวเองให้มากขึ้นกว่านี้ แฟนๆ ก็ส่งกำลังใจให้วันนี้ก็นัดแฟนๆ ไว้แล้ว เทไม่ได้ ก็พร้อมค่ะ ร่างกายไม่ไหว แต่ว่าใจเกิน 100 วันนี้ความสามารถเรามีอะไรก็งัดออกมาโชว์กันแฟนๆ หมดเลย
แล้วคือวันนี้ก็ติดเครื่องวัดหัวใจ ติดไว้ 7 วัน แล้วก็ไปอัปเดตกับคุณหมออีกทีหนึ่ง เพราะหมออยากเช็กว่าในระหว่างที่เรานอนหลับ มันมีอาการที่เราหยุดหายใจไปด้วยหรือเปล่า คือเคยเกิดแบบนี้ครั้งแรก ตอนนั้นวูบไป ไม่รู้สาเหตุเหมือนกัน ล้มแล้วคิ้วแตก ต้องเย็บไป เป็นเรื่องข่าว ใครๆ ก็ต้องเครียด แต่ถามตัวหนิงคิดว่าซ้อมหนักมากกว่า ไม่ได้อยากจะไปโฟกัสกับตรงนั้นเยอะ”
แจงไทม์ไลน์เชียงใหม่ เจอ “เป็ก” ครั้งแรกที่หน้างาน
“กลับไปที่เชียงใหม่ก่อน หนิงก็ยังยืนยันว่าไม่ได้ไปเชียงใหม่ด้วยกัน แต่ว่าเจอกันที่ร้านวอร์มอัปซึ่งหนิงไปไล่ไทม์ไลน์ตัวเองมาแล้ว หนิงเดินทางไปกับนักดนตรีชื่อว่าวงปัทมาแบนด์ ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ไฟลต์การบิน VG103 สามารถเช็กได้ บินไปทั้งหมด 10 ท่าน ซึ่งรวมตัวหนิงอยู่ในนั้นแล้ว ก็มีนักดนตรีรวมทั้งหมด 9 คน และหนิงเป็นคนที่ 10
พอเดินทางไปถึง หนิงจะมีการไปสแตนด์บายก่อนขึ้นบนเวที 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นเจ้าของร้านเดินเข้ามาพูดว่าจะมีศิลปิน 2 ท่านขึ้นมาแจม และหนึ่งในนั้นก็คือพี่เป็ก และอีกท่านหนึ่งก็จะเป็นศิลปินอีกท่านหนึ่ง หนิงก็บอกว่าได้ค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรเลย แล้วหลังจากนั้นหนิงเพิ่งได้ทราบว่าพี่เป็กมาร้านวอร์มอัป คือหลังจากที่หนิงไปสแตนด์บาย 1 ชั่วโมง คือไม่รู้มาก่อนว่าจะมา เพราะว่าไม่ได้มีการนัดกันว่า พี่เป็ก วันนี้เราจะเจอกันที่นี่นะ แต่หนิงไม่เข้าใจว่าทำไมพี่เป็กถึงพูดว่าหนูไปเชียงใหม่กับพี่เป็ก”
ช่วงที่ “ธัญญ่า” โพสต์ถาม “เป็ก” ไปเชียงใหม่กับใคร เป็นช่วงที่เป็กไม่ได้ว่าจ้างตน
“และหลังจากนั้นเดือนพฤศจิกายน พี่ญ่าได้โพสต์ถามว่าไปเชียงใหม่กับใคร ซึ่งระหว่างพฤษภาคมจนถึงพฤศจิกายน หนิงไม่เคยมีการเดินทางไปส่วนตัว หรือไปทำงานในพาร์ตของการโดนพี่เป็กว่าจ้างเลยนะคะ ไม่ได้เดินทางไปเชียงใหม่ด้วยกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว คือการไปเชียงใหม่คือการไปเจอกันที่ร้านวอร์มอัป”
แจงภาพที่สนามบินเป็นสนามบินบุรีรัมย์ ไม่ใช่เชียงใหม่
“อันนั้นคือสนามบินบุรีรัมย์ค่ะ ไม่ใช่เชียงใหม่ สนามบินบุรีรัมย์คือน่าจะเป็นพี่เป็กแนะนำหางานมาให้ร้านในย่านหนึ่งของบุรีรัมย์ และหนิงก็ได้เดินทางไปกับผู้จัดการส่วนตัว โดยการถูกจองตั๋วโดยฝั่งเจ้าภาพ ก็คือเราไม่ได้จองเอง ขาไปไม่ได้เดินทางพร้อมกัน แต่ขากลับมันมีไฟลต์น้อย มันเลยจำเป็นจะต้องกลับพร้อมกัน แต่ในระหว่างการทำงาน พี่เป็กไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยว หรือว่าหลังจบงานแล้วเราไปทานข้าวกัน ไม่มีค่ะ ส่วนที่ไปบุรีรัมย์เกิดขึ้นในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ค่ะ ซึ่งก็เป็นก่อนที่เราจะสัมภาษณ์”
ไม่รู้สึกตกใจกับภาพหลุดที่ออกมา เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะ และตนบริสุทธิ์ใจจึงกล้าสาบาน
“ไม่ตกใจค่ะ เพราะว่ามีความรู้สึกว่าเราไปในพื้นที่สาธารณะ เราไม่ได้ไปกันแบบแอบๆ ไม่ได้อยู่โรงแรมในห้อง เพราะว่าหนิงก็ค่อนข้างชัดเจนกับสิ่งที่หนิงพูดไป ซึ่งตอนนี้ทุกคนเอามาล้อหนิงหมดเลยว่าหนิงสาบาน หนิงสาบาน คือนั่นคือสิ่งที่หนิงสาบานจริงๆ ว่าหนิงไม่ได้ไป แต่พี่เป็กจะไปกับใคร อันนั้นไม่รู้”
เผยไปร่วมงานจ้าง “เป็ก” ในเมืองไทย 3 ครั้ง และอเมริกา 1 ครั้ง 3 ที่
“ที่หนิงพอจะจำได้ มีบุรีรัมย์ พิษณุโลก ภาคใต้น่าจะเป็นหาดใหญ่ จำได้หลักๆ ก็จะประมาณนี้ แล้วอเมริกาไปจริง แต่ไปเป็นพาร์ตของการทำงาน หนิงโดนว่าจ้างไปร้องเพลง 3 ที่ LA 2 และลาสเวกัส 1 ในช่วงของการพักเบรก หนิงได้เที่ยวกับผู้จัดการหนิงตลอดทริป ก็คือได้ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ และอีกที่หนึ่งคือไปดูโรงละครภาพยนตร์ของ Sphere (สเฟียร์) ที่ลาสเวกัส และได้เดินเที่ยวกันหลายห้าง แต่ถ้าถามว่าได้ไปเจอพี่เป็ก ได้ไปเที่ยวกับพี่เป็กส่วนตัวไหม ไม่เคย นอกจากจะเจอกันในตอนทำงาน แล้วก็รับประทานอาหารร่วมกันกับพาร์ตเนอร์หลายๆ คน พี่เป็กหางานมาให้ ทุกครั้งที่ไปผู้จัดการก็อยู่กับหนิงตลอด
(ข้อมูลคลาดเคลื่อนกันเรื่องการไปเจอเป็ก ณวัฒน์บอกเราไปครั้งเดียว แต่เราบอกไปหลายครั้ง?) หนิงไม่ค่อยได้คุยกับบอสเท่าไหร่ จริงๆ ไป 3-4 ครั้งมันก็ไม่ได้เยอะ ส่วนมากที่ไปก็ไปเรื่องการทำงาน ไม่เคยไปเที่ยวส่วนตัวกันด้วยซ้ำ ทุกครั้งที่ไปก็จะไปเป็นกรุ๊ป จะไปหนิงต้องมีผู้จัดการหนิงติดตัวไปด้วยตลอด”
สะเทือนใจถูกสังคมมองผิดคิดว่าตนเป็นเมียน้อย ลั่นตนก็มีพ่อมีแม่ ทำงานเป็นเสาหลักของบ้านมาทั้งชีวิต
“หนิงว่าพี่เป็กเขาก็ได้พูดมาแล้วว่าตัวเขาเองก็เปลี่ยนนิสัยตรงนี้ไม่ได้จริงๆ (เสียงเครือ) หนิงอยากจะบอกว่า หลายๆ คนกำลังมองหนิงผิดไป เพราะว่าการที่จะว่าใครเป็นเมียน้อยคนหนึ่ง มันค่อนข้างแรงเหมือนกันกับผู้หญิงคนหนึ่ง หนิงก็เป็นลูกที่มีพ่อมีแม่ หนิงทำงานมาทั้งชีวิตนะคะ หาเลี้ยงตัวเอง เป็นเสาหลักของบ้าน ไม่เคยเลยที่จะไปรับจ้างกินข้าว หรือจะต้องไปเป็นเมียน้อยใคร หรือว่าจะต้องไปเป็นมือที่ 3 หรือจะต้องไปแย่งสามีใครมา
คือพี่เป็กเขาก็ยอมรับอยู่แล้วว่าเขาก็เป็นคนแบบนี้ สไตล์แบบนี้ แล้วใครก็รู้ว่า เป็ก สัณณ์ชัย เป็นคนเจ้าชู้อยู่แล้ว พี่เป็กเขาก็คุยเล่น คุยหยอกเป็นเรื่องปกติ แล้วหนูก็รู้อยู่แล้วว่านี่คือสไตล์พี่เป็ก หนูก็จะบอกแกตลอดว่าเราพี่น้องกันนะ”
หลังจากมีข่าวก็พยายามถอยออกมา เพราะไม่อยากมีปัญหา ชี้ “เป็ก” ตอบกำกวมทำให้คนอาจจะเข้าใจผิดตนได้ ย้ำไม่เคยคิดอะไรเกินเลย
“คือตั้งแต่เริ่มมีข่าว หนิงก็ถอยออกมาเยอะมาก เพราะว่าหนิงไม่อยากจะเกิดมีปัญหากับพี่ธัญญ่าด้วย ก็เลยไม่ค่อยคุยกับแกเลยค่ะ (ที่ผ่านมา เป็กไม่เคยไปล้ำเส้น จีบเรา?) เอาเป็นว่าเป็นสไตล์แกแล้วกัน ไม่อยากไปพาดพิงแกเยอะ แกก็โทษนิสัยตัวแกเองแล้ว หนิงก็ไม่อยากไปพูดเยอะ แต่สำหรับคำตอบที่แกบอกว่าแล้วแต่จะคิดก็รู้สึกว่าพี่เป็กค่อนข้างพูดกำกวมไปนิดนึง อ้าว ถ้าพูดอย่างนี้คนนั้นก็จะไปคิดอย่างนั้น คนนี้ก็จะไปคิดอย่างนี้ หนิงก็พร้อมออกมายืนยันว่าหนิงไม่เคยคิดเกินเลยกับพี่เป็กหรือจะเข้าไปเป็นมือที่ 3 ของใครเลย”
เคลียร์กับ “ธัญญ่า” แล้ว อีกฝ่ายส่งข้อความส่วนตัวมาขอโทษ
“หนิงได้อธิบายไปบ้างแล้ว ได้คุยกับพี่ญ่าแล้ว ก็เข้าใจในสิ่งที่พี่ญ่าเป็น พี่ญ่าก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ก็คิดว่าเป็นการคอมเมนต์กันเฉยๆ ก็คุยกับพี่ญ่าดี เป็นปกติเลย หนิงไม่ได้ถือโทษโกรธพี่ญ่า ไม่คิดว่ามันจะเป็นข่าวใหญ่ขนาดนี้ (ธัญญ่ามาขอโทษเรา?) แกไดเร็กต์ไอจีมาค่ะ แกทักมาเอง ก็เคลียร์กันแล้ว”
ไม่สงสัยภาพที่สนามบิน เหมือนมีขบวนการดิสเครดิตแอบตามถ่ายเรา จากนี้ไม่กล้าทำงานกับ “เป็ก” อีกแล้ว
“ไม่สงสัย หนิงคิดว่าหนิงไปในที่สาธารณะ ก็มีสิทธิ์ที่ใครจะถ่ายเราก็ได้ พี่เป็กเขาก็ซูเปอร์สตาร์ ใครก็ต้องรู้จักเขา มันไม่แปลก ถ้าหนิงมีความลับหนิงคงไม่ไป หนิงก็ไปแบบเปิดเผย (ยังกล้าทำงานกับเป๊กอีก?) ไม่ได้รับแล้ว ไม่ได้รับนานมากแล้ว ไม่อยากมีปัญหาค่ะ งานก็เคลียร์กันหมดแล้ว ถ้าเขาจ้างอีกก็ไม่เอาแล้วค่ะ หนิงกับพี่เป็กก็ยังเป็นพี่ที่เคารพเหมือนเดิม ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นมือที่ 3 ของพี่เป็กพี่ญ่าได้ ไม่สามารถเป็นเมียน้อยของพี่เป็กได้จริงๆค่ะ รวมถึงพี่ญ่าด้วยหนิงก็เคารพพี่ญ่าเหมือนเดิม”
สำหรับคนเสพข่าวเข้าใจดีว่าอินเกิน ตนพลาดเองที่โลภอยากได้งานเยอะๆ ไม่คิดหน้าคิดหนังให้ดี
“หนิงเข้าใจนะว่าบางทีมันอินเกิน แต่ถ้าเรื่องราวแบบนี้มันไปเกิดขึ้นกับครอบครัวของคุณบ้าง หรือลูกหลานของคุณบ้าง คุณอาจจะต้องรู้สึกในสักวันนึง ถามว่ามันกระทบกับหนิงมากไหม คือหนิงเป็นเสาหลักของบ้าน ก็ค่อนข้างหนัก พ่อแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ มันจุกมาก จริงๆ ต้วหนิงคิดว่าวันนึงก็จะรู้เอง บางทีเราไม่จำเป็นต้องไปอธิบายให้ทุกคนมาเข้าใจเรามากๆ ก็ได้ ปกติก็จะไม่ค่อยได้พูดอะไรกับที่บ้าน นอกเสียจากว่ากราบเท้าท่านอวยพรให้ลูกผ่านทุกอย่างไปได้ด้วยดี
อยากจะขอโทษทุกๆ คนที่ทำให้ข่าวออกมาไม่ดี หนิงอาจจะโลภมากเกินไปที่อยากจะได้งานเยอะๆ ไม่คิดหน้าคิดหนังให้ดี อยากขอโทษบอสด้วยที่ทำให้ทุกอย่าง ปวดหัว วุ่นวาย อยากขอโทษสังคมอยากให้เคสหนิงเป็นเคสตัวอย่างสุดท้ายที่มันจะเกิดเรื่องแบบนี้ ถ้ามันไปเกิดกับครอบครัวของใครก็คงจะไม่มีใครโอเค รวมถึงข่าวกระทบกับหนิงมากๆ จะได้ไปประกวดอินเตอร์ไหมก็อยู่ที่การตัดสินใจของบอสเลย”
ส่วนความสัมพันธ์อดีตแฟน “โย” ที่ตัดสินใจเดินหน้าฟ้องเพราะขี้เกียจจะทนแล้ว ลั่นอดทนมามากพอแล้ว ส่วนใครที่อยู่เบื้องหลังการคืนเงินอีกฝ่ายหรือไม่นั้นตนยังพูดมากไม่ได้
“หนิงเคยคบหาดูใจกับเขาเมื่อปี 2565 แล้วมันไม่สามารถสานสัมพันธ์กันต่อไปได้ในปี 2567 มันพูดมากไม่ได้เพราะอยู่ในรูปคดีแล้ว ในข้อหากรรโชกทรัพย์ 6.7 แสนบาท ที่ตัดสินใจไปฟ้องเพราะหนิงขี้เกียจที่จะต้องไปตกอยู่ใต้อำนาจของใครสักคนแล้ว เราอดทนมามากพอแล้ว เขาข่มขู่เรามาตลอดถ้าทำให้เขาไม่พอใจก็จะเปิดเผย
(เขาได้โอนเงินมาคืนเราแล้ว และเหมือนมีใครอยู่เบื้องหลังการให้เงินมาคืนของเขา?) ไม่ทราบค่ะ ยังพูดมากไม่ได้ ไม่คุยค่ะ หนิงเป็นเหยื่อมาโดยตลอดอยู่แล้ว ใครๆ จะมองว่าเขาเป็นคนดี แต่ไม่มีใครรู้ว่าตอนทึ่เขาอยู่กับเราเขาทำอะไรกับเราไว้บ้าง หนิงก็อดทนเยอะค่ะ ร้องไห้จนเป็นเรื่องปกติ ก็ไปสู้กันที่ชั้นศาลเท่านั้น”


