เหยื่อหรือผู้ร่วมขบวนการ? ป.ป.ส.ชี้พิรุธคดีแอร์ฯ สาวขนเฮโรอีน อดีตเหยื่อแชร์อุทาหรณ์สู้คดีหมดตัวเกือบล้าน ด้านกรรชัยวอนคนส่งของมอบตัวด่วน หวั่นถูกฆ่าตัดตอน
กรณี “มีนา” แอร์โอสเตสสายการบินดัง ถูกจับกุมคาสนามบินออสเตรเลีย พร้อมของกลางเฮโรอีน ล่าสุดรายการโหนกระแส วันที่ 2 ก.ค. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยเจาะลึกว่าเคสนี้ มีนา คือเหยื่อผู้บริสุทธิ์หรือผู้ร่วมขบวนการกันแน่?
โดยสัมภาษณ์ อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส.และโฆษก ป.ป.ส. , ซินดี้ อดีตผู้เสียหายที่เคยถูกจับคดีกัญชาที่ฮ่องกง ติดคุกปีกว่า เหตุมีคนแชร์กระเป๋าเดินทาง ซึ่งสามารถพิสูจน์ความจริงและกลับมาได้ , ปูเป้ เพื่อนซินดี้ที่ให้ความช่วยเหลือระหว่างอยู่เรือนจำ และ ทนายบุญ นภัทร สกุลชินวงศ์
คดีความน้องมีนาตอนนี้ไปถึงไหน?
อารีภักดิ์ : ค่อนข้างงวดลงแล้วค่ะ ทางออสเตรเลียมีชื่อของผู้รับ รู้แล้วว่าใครจะเป็นผู้รับ นัดกันอย่างไร ไปที่ไหน เขากำลังอยู่ระหว่างไปจับตัวแล้ว ทราบทุกอย่างขาออกเป็นอย่างไร
เป็นคนไทยหรือต่างชาติ?
อารีภักดิ์ : เป็นคนเอเชียแต่ใช้ชื่อเป็นฝรั่ง ที่เมื่องานคุยไว้ว่าเราเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาอังกฤษไป แต่จริงๆ เปลี่ยนอีกแล้ว เขาเปลี่ยนคนไปเรื่อยๆ เปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ คนที่จะมารับสินค้า เขามีจุดนัดหมายรับเรียบร้อย
พูดง่ายๆ ทางการออสเตรเลียจะถึงตัวเขาแล้ว?
อารีภักดิ์ : ใกล้แล้วค่ะ
เขาจะไม่ไหวตัวเหรอ?
อารีภักดิ์ : เราไม่ได้เอ่ยนามว่าใคร แก๊งไม่ได้มีแก๊งเดียว มีหลายแก๊ง ต้องสะเทือนกันหน่อยค่ะ ต้องพูดให้สะเทือนกันหน่อย มีหลายแก๊งที่เขาจับตาอยู่แล้ว
นั่นคือปลายทาง แล้วต้นทางของไทยไปถึงไหนแล้ว?
อารีภักดิ์ : จริงๆ แล้วที่เป็นข่าวอยู่ ท่านเลขา ป.ป.ส. พูดเมื่อวานว่า 1-2 วัน ก็ 1-2 วันจริงๆ เจ้าหน้าที่ป.ป.ส. ทำเรื่องนี้ไม่ได้หลับไม่ได้นอนแต่ไม่ใช่เพิ่งทำ เราทำเรื่องนี้มา 2 ปี ต้นปี 68 เพราะมันเป็นแก๊งใหญ่ ไม่ใช่อาชญากรรมในประเทศ เป็นแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ มีองค์ประกอบหลายชาติรวมกัน แล้วไม่ได้ไปปลายทางออสเตรเลียประเทศเดียว มีกระจายยาเสพติดไปที่ประเทศอื่นด้วย
ป.ป.ส. เคยเจอเคสแบบนี้มั้ย จ้างวานบุคคลนั้นบุคคลนี้ขนข้ามชาติ?
อารีภักดิ์ : เราเจอตลอดค่ะ ตั้งแต่ปลายปี 68 ถึงปัจจุบัน ออสเตรเลียเป็นประเทศอันดับหนึ่งเลยที่เป็นปลายทาง จับได้ 10 กว่าคดี เพียงแต่ว่ามันไม่เป็นข่าว ไม่ว่าตัวคนก็ดี หรือพัสดุก็ดีที่โหลดใต้ท้องเครื่องไป
แต่ครั้งนี้เป็นแอร์ฯ เป็นลูกเรือ เลยยิ่งดังเข้าไปใหญ่
อารีภักดิ์ : ใช่ค่ะ ก่อนหน้านั้นสักต้นปีเราก็เคยจับ ที่เป็นลูกเรือเหมือนกันที่ประเทศไทย มีเฮโรอีนอยู่ในครอบครองเหมือนกันแล้วก็ขยายผล ไปที่บ้านเกิดเขา ก็จับกุมได้ ตอนนี้ก็อยู่ในเรือนจำทั้งทีมเลย
วิธีที่เราเห็นอยู่นี้ถือว่าเป็นวิธีที่ใหม่เลยใช่มั้ย?
อารีภักดิ์ : ไม่ใหม่ค่ะ เพียงแต่ว่ารูปแบบเปลี่ยนไป สิ่งห่อหุ้มเมื่อก่อนเป็นรองเท้า เหมือนบรรจุไปในผลิตภัณฑ์ที่จะเอาไปด้วย ติดตัวไป ก็อาจเป็นตะเข็บเสื้อผ้า ก็เปลี่ยนแค่สิ่งของหุ้มภายนอก แต่จริงๆ แล้วเขาแค่เปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ ดูว่าตรงไหนเป็นช่องว่าง จังหวะไหนเป็นช่องว่าง เช่นเขารู้อยู่แล้วว่าลูกเรือกว่าจะกลับมามีชีวิตได้ก็ถูกโควิดไปตั้งหลายปี การบินกลับเข้ามาอู้ฟู่ใหม่ ช่วงนี้เป็นช่วงรับลูกเรือใหม่ อาจมีช่องทาง เขาก็หว่านแหไปเรื่อยๆ เผื่อใครงับเหงื่อ ก็เป็นไปได้ หรือตกเป็นกลุ่มเป้าหมายของเขาเพราะเป็นรายได้พิเศษ อันนี้ก็สำคัญค่ะ
ได้ตรวจสอบน้องมีนา มีอะไรน่าสงสัย หรือมีเส้นทางการเงิน หรือเหตุปัจจัยทำให้เชื่อได้มั้ยว่าเธอเองเป็นผู้ร่วมขบวนการนี้หรือเปล่า?
อารีภักดิ์ : อย่างที่บอกว่าเรามีความเอ๊ะอยู่ เอ๊ะที่หนึ่ง น้องเคยทำหน้าที่ลูกเรือมา สายการบินอื่นก่อน แล้วมาอยู่การบินไทยสองปี อย่างน้อยๆ น้องต้องมีความเข้าใจแล้วว่า กฎกติกามารยาทต้องไม่รับหิ้ว ห้ามหิ้วของ สองเรารู้กันอยู่ว่าต้องหิ้ว เพราะมันเป็นรายได้
ความจนมันน่ากลัว?
อารีภักดิ์ : แต่ทีนี้หิ้วก็ต้องมีสติหน่อย เช่น กรณีนี้ ชื่อผู้ส่งก็ไม่มี คุณไปรับมาทางออนไลน์ใครก็ไม่รู้ ต้นทางไม่มี อย่างน้อยๆ คุณต้องรู้จักต้นทางสักนิดนึงมั้ย ความเสี่ยงมันจะได้ลดลง แต่นี่เสี่ยงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่คือเอ๊ะที่สองว่าทำไมกล้ารับของออนไลน์ พอคุยบอกว่าไม่รับหรอกอวตาร แต่ก็เปลี่ยนใจง่ายเกินไป สามเรื่องน้ำหนัก ถุงเบามากนะ น้ำหนักไม่น่าถึง 100 กรัมด้วยซ้ำ เบามาก พอใส่เข้าไปมันน่าจะมีความรู้สึกว่าทำไมมันแข็ง ไม่ยู่ ทำไมมีน้ำหนัก จะไม่สงสัยเลยเหรอ
เท่าที่ทราบ เขาเปิดไม่มีอะไร ก็วางทับๆ กันแล้วยก?
อารีภักดิ์ : แต่มันหนักนะคะ 900 กรัม
ทนายบุญ : การพิสูจน์เจตนาก็ยากค่ะ ต้องดูกันไป ซ่อนอะไรก็ยากที่จะเจอ สุ่มเอา
อารีภักดิ์ : แต่ต้องรู้สึกว่ามันแปลกจากเดิม เพราะจากที่ทราบคือ 2 ใน 12 ใบ เจอสองใบ
เขาเป็นตัวผงเคลือบไปกับแผ่นสำลีหรือแผ่นผ้าใช่มั้ย?
อารีภักดิ์ : เฮโรอีน เป็นผงละเอียด การอัดให้แบนไม่ยาก อัดให้แน่น แล้วอาจเอาพลาสติกบางๆ เคลือบไว้ไม่ให้มันฟุ้ง แล้วเอาไปวางกับตัวตะเข็บข้างใน พอตร.กรีดตรงนี้ถึงได้เจอเลย
สองสามวันมีความสับสนว่าตร.จับชายคนนึงได้ จากนั้นชายคนนั้นซัดทอดว่ารับยาเสพติดจากหญิงไทยคนนึงทำงานเป็นแอร์ฯ การบินไทย ตร.เลยเอาหมาไปดมกระเป๋าแล้วเจอ?
อารีภักดิ์ : ตอนแรกข่าวอาจสับสนนิดนึงเพราะข่าวมาหลายกระแส เราไม่ได้คุยกับตร. โดยตรง ก็เป็นการส่งข้อมูลมา ค่อนข้างสับสนนิดนึง แต่เมื่อวานเราได้คุยกับตร.ออสเตรเลียแล้ว ได้พบรายละเอียดชัดเจนว่า น้องเขาลงมา จะเข้าประเทศ ก็ปกติแล้วถ้าเราสังเกตได้สนามบินขาเข้าทั่วโลก ใครเดินทางจะมีช่องให้ดีแคร์ สำแดงสินค้า คุณมีอะไรคุณเดินไปเลย มีอะไรให้สำแดง ตามปกติแล้ว เขาจะถามว่ามีใครจะสำแดงมั้ย เห็นว่าน้องสมัครใจสำแดง
น้องมีนาสมัครใจเดินเข้าช่องแดง เพื่อสำแดงว่าฉันมีของเอามาด้วย?
อารีภักดิ์ : ใช่ เขาถามว่าอะไร ก็บอกว่าเป็นกระเป๋าโอท็อปจากประเทศไทย 12 ใบ นี่คือข่าวล่าสุดที่ออสเตรเลียแจ้งเรามา
น้องไม่ได้ให้ปากคำ แต่แจ้งจากฐานข้อมูลหน้างาน?
อารีภักดิ์ : ใช่ค่ะ แต่คนตอบเราตรงนี้คือผู้แทนตร.ออสเตรเลย กับผู้แทนบอเดอร์ออสเตรเลีย สองหน่วยนี้ อยู่ในประเทศไทย เขาก็โคกับทางโน้นเอาข้อมูลให้เรา
แสดงว่าน้องมีเจตนาเดินเข้าช่องสำแดง เพื่อไปสำแดงของไปนี่แหละ แบบนี้ใช้เป็นข้อต่อสู้ทางกฎหมายได้มั้ย?
ทนายบุญ : ได้นะคะ เราก็อธิบายว่าตรงนี้คือข้อเท็จจริง ก็อาจมีส่วนช่วยได้นะคะ เหมือนการแสดงความบริสุทธิ์ว่าเขาเกี่ยวข้องหรือเปล่า แต่จริงๆ เรื่องแบบนี้มันมีมาตลอดแหละ แต่พอเป็นแอร์โฮสเตสเรื่องเลยบูมขึ้นมา
เราจะมองได้มั้ยว่าถ้ามียาเสพติดมาด้วย มันคงไม่กล้าสำแดงหรอก เดินช่องเขียวผ่านไปเลยก็ได้นี่?
อารีภักดิ์ : ได้ทุกมุมค่ะ แต่ว่าองค์ประกอบอื่นๆ นอกเหนือจากคำตอบนี้ มีคำตอบอื่นๆ มั้ย
เช่น อาจจะลักไก่ก็ได้ว่ามีของว่ะ ถ้าเดินไปช่องเขียวเดี๋ยวจับได้ ลองเสี่ยงเดินทางนี้ดีกว่า แต่ก็ต้องเจอนะเข้าช่องแดง?
อารีภักดิ์ : แต่เอาเรื่องนี้เรื่องเดียวเป็นคำตอบไม่ได้ มีองค์ประกอบหลายอย่างมาเป็นคำตอบให้เขาได้ด้วย เพราะระหว่างนี้อยู่ระหว่างสืบสวน ตัวคุณมีนาเองที่อยู่ ณ ตรงนั้นต้องตอบคำถามเจ้าหน้าที่ให้ครบถ้วน รวมถึงการไล่โทรศัพท์ เป็นรายละเอียดที่เขาต้องไปทำ ตอนนี้โทรศัพท์อยู่กับตร.ออสเตรเลีย เขาต้องเช็กทั้งหมดเลย ฟุตปริ้นท์มันมี เทคโนโลยีเขาหาได้ว่าเป็นอย่างไร
ย้อนมาในประเทศไทย เมื่อวานมีข่าวตอนกลางคืนว่าฝั่งป.ป.ส. ลงพื้นที่แล้วทราบเป้าหมาย ข้อเท็จจริงเป็นยังไง?
อารีภักดิ์ : อย่างที่บอกเราดำเนินการเรื่องเครือข่ายใหญ่เฮโรอีนข้ามชาติ เราทำกันตั้งแต่ปี 68 ป.ป.ส.ทำกันอยู่ มีสายลับ มีอะไรต่างๆ ตามวิธีการของเจ้าหน้าที่ พอถึงเวลาประจวบเหมาะว่าเราต้องเข้าชาร์ตแล้ว เพราะสายลับส่งสัญญาณมา เราก็เข้าไป ไม่ได้เข้าจุดเดียว เข้าหลายจุดทั่วประเทศ ป.ป.ส.ทำงานสองคืนแล้วยังไม่ได้นอน วันนี้ก็มีต่างจังหวัดอยู่ เดี๋ยวบ่ายโมงครึ่งท่านเลขาฯ จะแถลงสรุปว่าเครือข่ายที่เราจับเฮโรอีนจะเป็นกลุ่มเดียวกันมาเกี่ยวข้องกับคดีมีนาหรือเปล่า ก็ให้ท่านแถลงดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจืด
น้องซินดี้ ฟังประวัติมาแล้ว น่าสงสารมาก เธอถูกจับที่ฮ่องกงปีกว่า ตอนนั้นถ้าสู้ไม่ได้ ถ้าต้องคดีอยู่ที่โน่นเธอจะไปจากโลกนี้เลย?
ซินดี้ : ค่ะ
กรณีน้องมีนา จากนี้จะเป็นยังไงต่อไป มุมนึงถ้าน้องเขาเป็นเหยื่อจริงๆ ไม่รู้จริงๆ ว่าคือเฮโรอีนก็ไม่เป็นธรรมกับเขาเท่าไหร่ ผิดมั้ยผิดแน่ มีสองขยักผิดแรกคือผิดกับบริษัทแน่ๆ สายการบินเขาไม่ให้พนักงานรับหิ้วของอยู่แล้ว อันนี้ไปว่ากันตามกฎบริษัท ผิดที่สองผิดอาญาหรือเปล่า เพราะมีการขนยาข้ามชาติไป เขารู้หรือไม่รู้ แต่มุมคนอาจมองว่าก็เนี่ยน้า หาเรื่อง แต่เรื่องจากวันนี้จะทำยังไงกันต่อไป?
อารีภักดิ์ : ต้องเรียนก่อนว่าเราอย่าเพิ่งไปปรักปรำชี้นิ้ว ต้องแยกความสงสารกับความสงสัยออกจากกัน เราสงสารใช่เพราะเป็นสิ่งที่เรากังวลว่าน้องเขาใช่หรือไม่ใช่ ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่กรณีนี้ความเอ๊ะทั้งหลายต้องหาสิ่งมาตอบความเอ๊ะตรงนี้ และคนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือตัวน้องที่จะตอบข้อสงสัยเจ้าหน้าที่ให้ดี ถ้าคุณตอบข้อสงสัยให้ดี ทางฝั่งเราก็พยายามหาข้อมูลที่จะตอบได้เช่นเดียวกัน เช่นเราหาว่าใครเป็นคนมาส่ง คนที่ส่งเราก็จะได้ย้อนกลับไปว่ามาจากกระบวนการไหน ใช่กลุ่มที่เราจะจับกุมหรือเปล่า ต้องเอามาต่อเชื่อมโยงกัน ถึงเป็นประโยชน์กับคุณมีนาในการต่อสู้คดี ถึงจะช่วยได้
ทนายบุญมองยังไง ถ้าจำเป็นต้องต่อสู้จริงๆ สมมติมีนาเป็นเหยื่อจริงๆ ไม่รู้จริงๆ?
ทนายบุญ : ส่วนตัวนะคะ บุญรู้สึกว่าเคสพี่ซินดี้และคุณมีนาคล้ายๆ กัน ตัดกันที่ข้อเท็จจริง ความยากของเคสคุณมีนา คือต้องดูเรื่องการพิสูจน์เจตนา มันค่อนข้างจะยาก ถ้าคุณมีนาให้ความร่วมมือในการบอกเล่าดีเทลทั้งหมดว่าใครเป็นคนนำของมา ใครเป็นคนแพ็กของ ซึ่งเขาเป็นคนแพ็กของ แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าเขาให้ความร่วมมือตรงนี้จะแสดงความบริสุทธิ์ของเขา ไม่มากก็น้อย มีประโยชน์ทางคดีอยู่แล้วค่ะ
กฎหมายออสเตรเลียกับไทยเหมือนกันมั้ย?
อารีภักดิ์ : ต่างกันค่ะ อย่างความผิดฐานยาเสพติดแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เพราะการระบุว่าตัวไหนเป็นยาเสพติดที่ผิดกฎหมายของแต่ละประเทศ มันขึ้นอยู่ที่แต่ละประเทศนั้นๆ อย่างประเทศไทยเราบอกว่าตัวนี้เป็นยาเสพติด เราก็ต้องไปผ่านอย. อย.ก็ต้องไปเสนอในยูเอ็นว่าเราขอเสนอตัวนี้เป็นยาเสพติดให้ครอบคลุมกี่ประเทศ มันมีขั้นตอนของมัน ไม่ใช่อยู่ดีๆ ไปบอกว่าเป็นยาฝั่งเรา ฝั่งเขาไม่ใช่ก็มี ยกตัวอย่างสมัยก่อนที่เราบอกว่ากัญชาไม่ผิด แต่ประเทศอื่นผิด ออกจากประเทศไทยไปแล้วผิด เมื่อก่อนคนไทยไปยุโรป ยุโรปใช้กัญชาทางแพทย์ไม่ผิด มีขนมติดกัญชา ถูกตร.ไทยจับ ก็เป็นอย่างนี้เป็นต้น ต้องรู้ว่ากฎหมายแต่ละประเทศความแตกต่างของโทษหรือความผิดของยาเสพติดมันไม่เหมือนกันเลย ต้องฟังหรือต้องดู ศึกษาประเทศนั้นๆ
น้องโดน 2 คดี แต่เขากำหนดโทษ เขาเลือกแค่ 1 โทษคือ 25 ปี?
อารีภักดิ์ : ใช่ค่ะ อันไหนสูงสุดก็อันนั้น
ข้อหานำเข้ายาเสพติดและครอบครอง แต่สุดท้ายเขานับแค่ 25 ปี จะมีการลดโทษหรือเปล่า?
อารีภักดิ์ : เขามีตามขั้นตอนของเขาค่ะ จริงๆ นำเข้ายาเสพติด มี 3 เลเวล คือเอามาเสพ เลเวลเชิงพาณิชย์กับเลเวลการขายใหญ่ ของเราเลเวลระดับกลาง
ถ้าป.ป.ส.ไทยเองไปจับกุมคนส่งมาให้ หรือจับฝั่งโรส ตอนนี้ทราบหรือยังว่าเป็นใคร?
อารีภักดิ์ : มันเปลี่ยนชื่อ มันปิดโรสโรสไปแล้ว แต่เราพบว่ามันมีตัวตนอยู่ออสเตรเลียแต่ใช่หรือเปล่าไม่รู้นะ แต่มีคนนึงอยู่ออสเตรเลียคอยประสานงานต่างๆ ทุกอย่างไม่ทำด้วยคนๆ เดียว มีแบ่งหน้าที่ของมันเป็นช่วงๆ แต่ละช่วงอาจไม่รู้จักกัน มีการทำงานเอาตัวยาข้ามประเทศมา ตัวยาไม่ได้ผลิตในประเทศไทย เฮโรอีนอยู่สามเหลี่ยมทองคำ จะเข้าทางเหนือ อีสาน ตะวันตกเราไม่รู้ ต้องสืบว่ายานี้มาจากไหน คือดูจากผลิตภัณฑ์ที่บรรจุ ถูกบรรจุสองแหล่ง ไม่เหนือก็อีสาน ก็ต้องไปดูกัน
โรสโรสอาจจะอยู่ออสเตรเลีย แสดงว่าเป็นคนไทยแน่ๆ เพราะคำพูดคำจาดูเป็นคนไทย?
อารีภักดิ์ : แล้วโรสโรสกับแป้งเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า เรายังไม่รู้ ต้องเชื่อม เพราะเขาเปลี่ยนชื่อตลอดเวลา หน้าตาเอาใครมาใส่ก็ได้
เขาคุยกับโรสโรสเมื่อไหร่?
อารีภักดิ์ : ต้นเดือนมิ.ย.
น้องโดน 25 มิ.ย. ถ้าไล่ต้นสายปลายเหตุ แล้วป.ป.ส.จับตัวมาได้ จะเป็นประโยชน์กับทางมีนามั้ยถ้าเขาไม่ได้ทำจริงๆ?
อารีภักดิ์ : เราต้องเอาตัวมาเค้นสอบค่ะ ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มั้ย เราแยกเป็นสองคดีอยู่แล้ว เป็นสองเรื่อง แต่เราจับกุมเครือข่ายที่เราเตรียมตั้งแต่ต้นปี 68 วันนี้เราไล่จับกุม เอามาเชื่อมว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือเปล่า เราต้องไล่เลาะกันเรื่อยๆ เอาข้อมูลออกมาให้ได้ ทางออสเตรเลียก็ตอบเราว่าเขาจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยเหลือคุณมีนาออกมาให้ได้ ถ้าไม่ผิดจริง เขาจะดูแล
คดีนี้ใครเป็นเจ้าภาพ?
อารีภักดิ์ : ออสเตรเลียก่อนค่ะ เพราะจับกุมที่โน่น
ถ้ามีนาเป็นเหยื่อจริงๆ ใครจะเป็นเจ้าภาพนำตัวเขาออกมา?
อารีภักดิ์ : ป.ป.ส.กระทรวงต่างประเทศค่ะ ท่านกงสุลที่โน่นท่านทราบเรื่องแล้ว กงสุลไทยที่เมลเบิร์น ช่วยเหลือคนไทยเยอะมากค่ะ ดูแลเป็นอย่างดี
ทางการไทยเตรียมทนายให้ด้วย?
อารีภักดิ์ : มีทนายค่ะ เพราะเขาร้องขอได้สิทธิ์ในการร้องขอทนาย ส่วนใหญ่ต้องใช้ทนายของเขา เพราะความเข้าใจเรื่องกฎหมายน่าจะถนัดกว่า ของเราอาจไม่เก่งกฎหมายออสเตรเลีย อาจมีแต่ยากหน่อย
ทนายบุญ : คือบุญรู้สึกว่าเรื่องเกิดที่โน่นก็ต้องดำเนินคดีที่ออสเตรเลียค่ะ แต่ว่าไทยกับออสเตรเลียก็มีสนธิสัญญาอยู่แล้ว เราให้ความร่วมมือกันดีอยู่แล้ว ทีนี้บุญรู้สึกว่าถ้าจับตัวผู้กระทำความผิดได้จริงๆ มันก็จะดีกับรูปคดีอยู่แล้ว เหมือนกับเคสพี่ซินดี้ค่ะ คดีก็จะพลิก ข้อเท็จจริงก็จะเปลี่ยน ตรงนี้จะดีกว่าค่ะ
น้องซินดี้ เหตุการณ์ของน้องเกิดเมื่อไหร่?
ซินดี้ : เมื่อ ม.ค. 67 ค่ะ สองปีที่แล้วค่ะ วันนั้นหนูไปเที่ยวฮ่องกงกับเพื่อนของเพื่อนซึ่งเรารู้จักกันก่อนหน้านี้ หนูไปกันแค่สองคน แล้วไม่ใช่เพื่อนเราด้วยค่ะ เขาเป็นเกย์ค่ะ ด้วยความเขาโปรไฟล์ดีมาก หนูก็เชื่อเขา เขาก็แชตมาชวนหนูให้ไปด้วยกันค่ะ ตอนแรกหนูโพสต์สตอรี่ว่าหนูจะไปกับแม่ แต่เขาก็แท็กมา ว่าไปด้วยกันมั้ย เขาออกอุบายว่าเขาเป็นคนขายตั๋วราคาถูก บริษัททัวร์ เราก็เชื่อเขา หนูโอนเงินค่าตั๋วค่าที่พักให้เขาจัดการให้ค่ะ
เท่าไหร่ตอนนั้น?
ซินดี้ : หนูจำไม่ได้เท่าไหร่ค่ะ
จากนั้นนัดเจอกันวันเดินทาง วันที่เท่าไหร่?
ซินดี้ : 19 ม.ค.67 เขาก็ให้หนูรอที่สนามบิน เพราะเขามาช้ามากๆ เกตใกล้จะปิดแล้วเขาก็มา มันจวนเวลาแล้ว หนูก็โทรตามว่าเมื่อไหร่เขาจะมาสักที พอเขามาหนูก็เดินไป
เขามีกระเป๋ามาเยอะเหลือเกิน ไปกี่วันเนี่ย?
ซินดี้ : ของหนูมีแค่ใบเดียว คือสีส้ม เขาบอกว่าเขาน้ำหนักเกินนะ เขาเลยมาถามหนู ขอดูของหนูว่าน้ำหนักเท่าไหร่
เขาเอาของซินดี้ชั่งเช็กว่าเท่าไหร่?
ซินดี้ : เขาบอกเธอยังเหลือน้ำหนักอยู่ใช่มั้ย หนูก็ไม่เคยทำเนอะ โหลกระเป๋าเอง ก็มางงอยู่ตรงนี้ หนูสแกนหลายครั้งมากไม่ได้ซะที สแกนบรอดดิ้งพาส เวลาโหลดกระเป๋า หนูก็ไม่รู้จะทำยังไง
เขาหยิบของออกมาทิ้งเหรอ?
ซินดี้ : เหมือนจัดกระเป๋า น่าจะเป็นน้ำหนักเขา
ทนายบุญ : เหมือนพยายามจัดเพื่อให้น้ำหนักมันได้ค่ะ
กล่องขาวๆ สองกล่องคือกล่องโกโก้ที่มีกัญชา ห่อฟรอยด์เรียบร้อย?
ซินดี้ : หนูก็ไม่ได้สนใจอะไร หนูโหลดกระเป๋าอยู่ พอโหลดของหนูเสร็จ เขาก็จัดการของเขาต่อ แล้วขอบรอดดิ้งพาสของหนูไปสแกนแล้วเพิ่มกระเป๋าอีกหนึ่งใบภายใต้ชื่อหนู กลายเป็นของหนูมีกระเป๋าสองใบ
กระเป๋าสีดำมีกัญชา เขาห่อกันกระแทกเอาไว้ เขาโหลดชื่อหนู กระเป๋าสีส้มน้องเหลือน้ำหนัก เลยเอากระเป๋าอีกใบมาแชร์?
ซินดี้ : ค่ะ ความจริงที่หนูเชื่อเขา ปกติเวลาไปต่างประเทศ หนูแชร์น้ำหนักกับเพื่อน กับแม่อยู่แล้ว การแชร์เราก็ยังมีกระเป๋าชื่อเราแค่ใบเดียว แต่นี่เขาทำภายใต้ชื่อหนู ทำให้หนูมีกระเป๋าสองใบ
นี่คือหนึ่งในวิธีการ ไม่ใช่เหตุบังเอิญ เป็นความตั้งใจ คนร้ายรายนี้เขารู้ว่าซินดี้จะเดินทางไปฮ่องกง แล้วแผนของเขาคือจะเอากัญชาไปฮ่องกง พอเห็นว่าซินดี้จะไปฮ่องกง เขาติดต่อมาเลยว่าเฮ้ย ไปด้วยกันมั้ย ซื้อตั๋วจากเราได้ ตั๋วเราถูก เราเป็นคนดูแลตั๋ว จากนั้นน่าจะใช้วิธีชั่งน้ำหนักตัวเองมาก่อนว่าเท่าไหร่ สีดำเท่าไหร่ ให้รู้ว่าแต่ละใบเท่าไหร่ แล้วแอบมาชั่งหน้าเคาน์เตอร์อีกที พอน้ำหนักเกินก็บอกว่าซินดี้ น้ำหนักเธอเกินมั้ย ถ้าไม่เกินฝากไว้ด้วย ถ้าสมมติกระเป๋าซินดี้เกินด้วย แล้วเขาจะทำยังไง?
อารีภักดิ์ : เขากำหนดวันว่าไปกี่วัน
ซินดี้ : ประมาณ 4 วันค่ะ
ก่อนหน้านั้นได้ถามมั้ยว่าเอาของไปเยอะหรือเปล่า?
ซินดี้ : ถามว่าเอากระเป๋าไปกี่ใบค่ะ หนูบอกเอาไปแค่ใบเดียว
มันก็กะได้ว่าไปกี่วัน?
อารีภักดิ์ : ดูจากภาพไม่ต้องใส่โค้ชหนาๆ ด้วย
ถ้าเป็นตอนนั้นจริงๆ แล้วกระเป๋าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย?
อารีภักดิ์ : เวลาเราไปเป็นแพ็กเกจเดียวกัน เดินทางด้วยกัน ชื่อเขาก็ชื่อเขา เพียงแต่แชร์น้ำหนักกัน เพราะซื้อตั๋วพร้อมกัน แต่กรณีนี้เหมือนตั้งใจ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วนะคะเขาห้ามแล้ว ของใครของมันเลย
ตอนนี้ไม่ได้แล้ว แต่สมัยปี 66 67 ยังได้อยู่ อันนี้เหมือนจงใจว่าทำไมต้องเปลี่ยนเป็นชื่อเรา ทั้งที่มันแชร์กันได้เลย คุณไม่รู้เรื่องอะไรเลย กระเป๋าโดนโหลดไป คุณก็บิน ตอนนั้นบินไปไหน?
ซินดี้ : คาเธ่ย์ค่ะ
คาที่เลย ไปถึงเป็นไง?
ซินดี้ : เขาเรียกหนูเข้าห้องเย็นค่ะ เขาสอบปกติค่ะ เขาถามว่ามากับใคร มากี่วัน หนูตอบคำถามแล้วเขาให้หนูนั่งรอแป๊บนึง แล้วให้ไปเอากระเป๋าเลย เหมือนจะส่งกลับค่ะ จากนั้นเขาพาไปเอากระเป๋าของหนู พอเดินไปเอากระเป๋า มีกระเป๋าหนูแค่ใบเดียว แล้วเขาดูว่าอีกใบไปไหน หนูบอกว่าอีกใบเป็นของเพื่อนหนู แต่เขาผ่านไป สามารถไปเที่ยวได้ครั้งนี้ แต่หนูเที่ยวไม่ได้ เขาบอกให้หนูนั่งรอแล้วรื้อกระเป๋าหนู รื้อ 3 รอบ รอประมาณ 50 นาที จากนั้นก็มีตร.เต็มเลยค่ะ ไปรวบตัวเขามา หนูว่ารวบมาจากข้างในสนามบิน พอหนูเข้าห้องเย็น หนูก็โทรติดต่อเขาไม่ได้เลย เขาน่าจะรวบกระเป๋าหลายใบของเขาไปรอทางออกค่ะ
จากนั้น?
ซินดี้ : ที่หนูอ่านในใบศาลที่ตร.ทำงานกัน เขาบอกเห็นคนน่าสงสัย มีกระเป๋า 5 ใบ เลยขอเข้าไปตรวจ จากนั้นเลยรวบคนนี้มา ปรากฏว่าเปิดมาเจอกัญชา
หนึ่งในกระเป๋าสีดำเป็นชื่อคุณ แล้วเขาทำยังไง?
ซินดี้ : ผู้ชายคนนี้บอกว่าเขาไม่รู้ค่ะ เขาชื่อเก็ตค่ะ เขาบอกว่าไม่รู้กระเป๋านี้เป็นของใคร แต่เขาเป็นคนถือไป
ทนายบุญ : มันเลยย้อนแย้งตั้งแต่แรก
จากนั้นตร.ทำไง?
ซินดี้ : เขาจับแยกค่ะแล้วก็ขังแยกด้วย แล้วเอาไปสอบสวนค่ะ เขาสอบสวนที่มากระเป๋า มาด้วยกันสองคนใช่มั้ย รู้มั้ยข้างในเป็นกัญชาหรือเปล่า มันเป็นกัญชานะ แล้วมันเป็นชื่อคุณ เขาก็เอาตัวหนูกับคู่กรณีมานั่ง ค้นของทั้งหมด ในกระเป๋าเขามีกัญชาด้วย กระเป๋าใต้ชื่อหนูสีดำก็เป็นกัญชา
ซวย 2 กิโล แล้วเขาทำไงต่อ?
ซินดี้ : เขาฝากขังแป๊บนึง แล้วส่งหนูไปที่สถานีตำรวจค่ะ แล้วไปขึ้นศาล พอขึ้นศาลเสร็จเขาแค่แจ้งข้อหาแล้วให้หนูไปเรือนจำเลย เขาแจ้งข้อหาว่านำเข้าสิ่งเสพติดและขายค่ะ แต่หนูไม่แน่ใจมันเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
เขาบอกติดคุกกี่ปี?
ซินดี้ : ตอนนั้นยังไม่บอกค่ะ เอาไปฝากขังก่อน พอหนูเข้าเรือนจำแล้ว ก็มีพวกผู้คุมเขาบอกว่าโทษของเธอน่าจะ 10-15 ปี
ทนายบุญ : เป็นคดียาเสพติด ต่างประเทศแรงอยู่แล้ว ยิ่งเป็นกัญชา ฮ่องกงแรงอยู่แล้วค่ะ สูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิตเลยก็ได้ค่ะ
ตอนนั้นร้องเลยมั้ย?
ซินดี้ : ร้องค่ะ ร้องทุกคืนเลย ร้องทุกวัน ไม่มีวันไหนที่ไม่ร้องค่ะ
อันนี้คล้ายๆ คดีน้องมีนามั้ย?
ทนายบุญ : คล้ายค่ะ
อารีภักดิ์ : คล้ายในการหิ้วไป แต่พิสูจน์ทราบถูกหลอก เพราะกระเป๋าเป็นของน้องเขาเอง บรรจุเอง แตกต่างจากซินดี้ เพราะฝากกระเป๋า แต่ข้ามประเทศเหมือนกัน
สู้กันยังไง?
ซินดี้ : เขานัดขึ้นศาลเรื่อยๆ เลยค่ะ ตอนแรกเข้าสู่กระบวนการ เจียระไนหาค่าบริสุทธิ์ของกัญชาค่ะ
ปูเป้ : เพราะมันมีผลต่อโทษค่ะ ตอนแรกเลยที่เขาโดนจับที่สนามบิน แม่ซินดี้ติดต่อมาหาหนู ว่าซินดี้โดนจับ ทางสนามบินบอกว่าซินดี้ต้องมีทนายเลยเดี๋ยวนั้น เพราะว่าในการเข้าสู่กระบวนการเบื้องต้น ซินดี้ต้องมีทนายอยู่ด้วย ทางโน้นเหมือนจัดหาทนายให้ แล้วทางเราโอนค่าทนายไป อันนั้นคือวันที่ 20 วันถัดมา เขาบอกว่าจะเอาซินดี้ไปฝากขังที่สถานีตร.เพื่อรอขึ้นศาล พอขึ้นศาลจะใช้เป็นทนายอาสาของศาล หลังขึ้นศาลเสร็จนำซินดี้ไปฝากขังที่เรือนจำ หลังจากวันนั้นติดต่อกับซินดี้ไม่ได้แล้ว เขาเข้าไปอยู่ข้างในแล้ว หนูก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็เสิร์จหากูเกิ้ลเอา ว่าถ้าโดนจับในต่างประเทศเราจะทำยังไงได้บ้าง ช่วงนั้นตรงกับเสาร์-อาทิตย์ด้วย หนูเลยทำอะไรได้ไม่มาก หนูเขียนอีเมลแล้วยื่นคำร้องผ่านทางอีเมลไปที่กองคุ้มครองดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างแดน แต่ก็ไม่มีฟีดแบ็กกลับมา ทีนี้มีเพื่อนซินดี้คนนึง เขานำเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับซินดี้ไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก มีคนแชร์ออกไปเยอะมาก ทำให้มีสื่อสนใจติดต่อมาขอสัมภาษณ์ ทางสื่อก็แนะนำหนูให้หนูลองติดต่อหาคุณเอกภพ จากสายไหมต้องรอด หนูก็ติดต่อคุณเอกภพไป คุณเอกภพขอหลักฐาน หนูก็ส่งหลักฐานให้คุณเอกภพไป ซึ่งมันเป็นกล้องวงจรปิดที่สุวรรณภูมิค่ะ ซึ่งหลักฐานตัวนี้ได้มาจากหนูไปแจ้งความที่สน.สุวรรณภูมิ แล้วนำใบแจ้งความไปขอกล้องวงจรปิดช่วงนั้นค่ะ พอมาอีกวันนึง คุณเอกภพก็พาไปพบท่านธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์เพื่อยื่นคำร้องต่อท่านนายกฯ ให้เข้ามาช่วยดูแลเคสนี้ค่ะ พอยื่นเรื่องเสร็จจากนั้นมีเจ้าหน้าที่กงสุลเข้าไปหาซินดี้ในเรือนจำ เข้าไปดูว่าซินดี้ขาดเหลืออะไรมั้ย อยู่ยังไงบ้าง จากนั้นสักหนึ่งอาทิตย์หนูกับคุณแม่ซินดี้ก็เข้าไปเยี่ยมเขาในเรือนจำครั้งแรก สอบถามเขาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นคืออะไร แต่เราก็คุยกันได้ไม่นาน คุยได้ประมาณ 30 นาที จากนั้นหนูพยายามหาว่าคนชื่อเก็ตที่มาที่ไปเขาคืออะไร อยู่ดีๆ ก็เหมือนพลเมืองดีเขาสร้างกลุ่มขึ้นมา พอคดีซินดี้เป็นข่าว ก็มีคนสร้างกลุ่มรวบรวมผู้เสียหายจากเก็ต พอสืบไปเรื่อยๆ พบว่าเขามีคดีติดตัวอยู่ในไทยเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นคดีฉ้อโกง เขามีการเปลี่ยนชื่อจริงตัวเองมาแล้ว 3-4 ครั้งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วยหลักฐานทุกอย่างที่ได้จากที่ไทย ทั้งหลักฐานจากพลเมืองดี ส่งเข้ามาทางเพจ ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด แล้วก็ข้อมูลต่างๆ ที่หนูหามาได้ หนูก็ส่งให้ทนายทางโน้นเพื่อให้เขายืนยันว่าเก็ตไม่ใช่คนดี ตอนหลังเหมือนเขาเอาโทรศัพท์ไปตรวจค้น แล้วมันมีแชตที่เก็ตคุยกับคนที่ฝากของมา ซึ่งมีรูปกล่องโกโก้กล่องนั้นอยู่พอดีเลย
มันเลยพิสูจน์ได้ว่าอันนั้นคือของเก็ต ไม่ใช่ของซินดี้?
ปูเป้ : ใช่ค่ะ
เราจ้างทนายความฝั่งโน้น?
ปูเป้ : ใช่ค่ะ จ้างทนายความที่ฮ่องกง
ตอนนั้นเห็นบอกว่าคุณอยู่ในนั้น คุณบอกถ้าต้องคดีจริงๆ จะไม่กลับมาอีกแล้ว?
ซินดี้ : เพราะพวกเขาบอก 10-15 ปีค่ะ หนูก็คิดไว้ แต่พอเจอแม่ เจอเพื่อนมาเยี่ยมก็ต้องสู้เพื่อครอบครัวค่ะ มีวันติดก็มีวันออกค่ะคิดแบบนี้เลยค่ะ พอขึ้นศาลรอบต่อไป กัญชา 1.980 กิโลกรัมเป็นโทษเบาขั้นสุดของยาเสพติดฮ่องกง ก็เลยเหลือแค่ประมาณ 18 - 24 เดือนค่ะ
หนูติดกี่เดือน?
ซินดี้ : 13 เดือนค่ะ เพราะหนูรอขึ้นศาลแขวงประมาณ 6 เดือน แล้วเขาก็ให้หนูขึ้นศาลครั้งถัดไปอีก 6 เดือนค่ะ
พิพากษาว่าไง?
ซินดี้ : ยกฟ้องค่ะ
ปูเป้ : อัยการยกฟ้องค่ะ เพราะพิสูจน์ลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่โยงหาเขาเลย
ซินดี้ : ไม่มีอะไรเอาผิดหนูได้ หนูเป็นคนบริสุทธิ์จริงๆ
เพราะหนูไม่ได้จับกระเป๋าใบนั้นเลยด้วยซ้ำ ซึ่งต่างจากตัวมีนา เพราะมีนาเขาถือกระเป๋าไปเลย ยากตรงนี้แหละ?
ทนายบุญ : คุณมี.ค.แพ็กเอง ไปเอง แต่ว่าของพี่ซินดี้ไม่ใช่
กระบวนการต่อสู้อาจคล้ายกัน?
อารีภักดิ์ : สิ่งสำคัญคือการหาหลักฐานอย่างที่น้องทำต้องมีหลักฐาน มีความพร้อมที่จะส่งไปให้เขาให้ทนายเขาแก้ต่างให้ ไม่งั้นถ้าไม่มีหลักฐานอะไรไปเลย จากวาจาคนๆ เดียวไม่มีอะไรประกอบ มันไม่ได้
ทนายบุญ : หลักฐานต้องแน่นค่ะ ไม่งั้นอัยการไม่ยกฟ้อง การยกฟ้องคือตั้งแต่ต้นคดีไม่มีมูลอยู่แล้ว พี่ซินดี้ไม่มีความผิด ก็เป็นเหยื่อ ต้องสู้คดีถูกแล้วค่ะ
ต้องรักเขามากๆ นะคนนี้ ทำไมช่วยเขา?
ปูเป้ : หนูเป็นเพื่อนเขาตั้งแต่อนุบาล 1 ค่ะ เหมือนเพื่อนตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก แล้วโดนอยู่ต่างประเทศ เราพอพูดภาษาอังกฤษได้เราก็ช่วยเขา พ่อแม่เขาเวลาไปเยี่ยม หนูก็ไปด้วย เราเห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ หนูมีกลุ่มเพื่อนที่อยู่กันมาตั้งแต่อนุบาล 1 ค่ะ
เพื่อนอนุบาล 1 ผมเซย์กู๊ดบายไปหลายคนแล้ว?
อารีภักดิ์ : (หัวเราะ) ที่สำคัญเขาเชื่อมั่นในตัวเพื่อนเขาด้วย มั่นใจว่าเพื่อนเขาไม่เกี่ยวแน่ สำคัญเลยค่ะ
ทนายบุญ : สำคัญว่าต้องเชื่อก่อนว่าเพื่อนคือเหยื่อแล้วจะได้สู้ต่อได้ อันนี้ดีมากๆ ค่ะ
น่าชื่นชมมาก คุณสู้สองคนเหรอ?
ปูเป้ : มีเพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่บางทีช่วยเรื่องเงินบ้าง แต่หนูเป็นตัวประสานงาน
ใช้เงินเยอะมั้ย ต่อสู้คดีต่างประเทศ?
ปูเป้ : เกือบล้านค่ะ ค่าทนาย
ซินดี้ : ถ้าหนูไม่ได้ออกมารอบนี้ ที่บ้านพ่อแม่หนูบอกว่าต้องขายบ้านแล้วค่ะ เพราะไม่มีเงินแล้ว
ทนายบุญ : ต้องล็อกกระเป๋า ไม่รับหิ้ว ไม่ให้ใครมายุ่งกับกระเป๋าเรา
เก็ตล่ะ?
ซินดี้ : เขาออกมาแล้วค่ะ แต่ขอลี้ภัยที่ฮ่องกง เขาพ้นโทษค่ะ เขารับสารภาพผิด
ปูเป้ : เลยลดโทษเหลือ 1 ใน 3
อย่าไปคบมันนะ ตอนขึ้นศาลมันยังโยนให้เรา?
ซินดี้ : ทุกครั้งที่ขึ้นศาล เขาจะบอกว่าเขาไม่รู้เรื่อง เขาแค่รับหิ้วเฉยๆ แต่เวลาอ่านเอกสารในศาล โทษหนูทุกอย่าง ว่าเป็นของหนูทั้งหมด
ทนายบุญ : ตอนนี้เขารู้หรือยังคะว่าเขาผิด
ซินดี้ : หนูว่าน่าจะยังไม่รู้ ขนาดเจอกันในศาลหนูก็ไม่อยากพูดอะไร เราเห็นเอกสารทั้งหมดว่าเขาวางแผนมา แต่เขาบอกว่าไม่รู้เรื่อง เจอในศาลถามหนูว่าเป็นยังไงบ้าง
หนูตอบว่าไง ไอ้สัxว์ บ้าหรือเปล่า มาถามอะไรกู ฟังแล้วแค้นแทน ไม่ไหว?
ซินดี้ : กล้าถามมาก แต่หนูไม่มีอารมณ์ ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่าแล้ว แย่มาก
ไม่กลับไทย ลี้ภัยอยู่โน่น กลับมาคงโดน?
ปูเป้ : คดีเยอะค่ะ
ล่าสุดอยากได้ตัวบุคคลคนนึง เป็นใคร?
อารีภักดิ์ : คนที่ขับรถโตโยต้ามาส่งกล่องที่ใส่กระเป๋าผ้า เพราะว่าน้องไรเดอร์ที่มาเมื่อวานเขามาแสดงตัวว่าเขาไม่เกี่ยวข้อง แต่คนบริสุทธิ์เขาก็พร้อมแสดงตัว คนนี้เขาบริสุทธิ์จริง เราประกาศหลายรอบแล้วว่าให้ช่วยมาเถอะ
ไรเดอร์คนนั้นไม่ใช่ เพราะมาวันที่ 23 ไปส่งของขี่มอเตอร์ไซค์ไป แต่เราต้องการคนที่ไปวันที่ 22 ขับรถไป สังเกตว่าชายคนนี้ใส่เสื้อมีฮู้ด เอาฮู้ดคลุมหัว ลักษณะเจตนาปิดบังตัวตน เอาไปวางที่จุดรับของนิติบุคคลของน้องมีนา เขาใส่ฮู้ดทำไม?
อารีภักดิ์ : ป.ป.ส.ให้โอกาสเขาแล้ว เราประกาศไปหลายรอบแล้วว่าถ้าบริสุทธิ์ใจมาแสดงตนที่ป.ป.ส.ได้เลย บอกว่าผมเอง ผมไปส่ง ผมไม่รู้เรื่อง
สังเกตว่าไม่ได้ปิดฝากระโปรงรถด้วย มันรีบขนาดนั้นเลยเหรอ ผิดวิสัย ยกออกมาแล้วรีบร้อนโดยไม่ปิดฝากระโปรงหลัง?
อารีภักดิ์ : ห่วงของมากกว่าห่วงรถ
ปิดบังใบหน้าหมดเลย หน้ากากอนามัยก็ใส่ด้วย?
อารีภักดิ์ : คนนี้เจตนาจอดรถอยู่ข้างนอก แล้วอุ้มลังนี้มา ใส่ฮู้ดปิดบังตัวเอง ไม่มีชื่อผู้ส่ง องค์ประกอบชัดเจนมากว่าผิดปกติ
เหมือนมาส่งที่นี่ แล้วมาวางตรงนี้ ลายมือคือลายมือคนเอาเฮโรอีนใส่นั่นแหละ?
อารีภักดิ์ : คนที่อยู่ในกระบวนการ เราถึงบอกว่ามันค่อนข้างชัดเจน กล่องไม่ต้องสนใจเพราะไปซื้อกล่องที่ไหนก็ได้ แต่รปภ.ลงชื่อแกร็บ แต่มาแบบนี้ไม่ใช่แกร็บ เพราะไม่ได้ใส่เสื้อบริษัทแม้แต่นิดเดียว บ่งบอกว่าคุณไม่ใช่คนส่งของ คุณคือคนส่งยา
ไม่ได้ปรักปรำนะ แต่มาแบบนี้ไม่ใช่แล้ว รถสามารถไล่ได้มั้ยว่าทะเบียนอะไร?
อารีภักดิ์ : กรุงเทพฯ กล้องเยอะมากนะคะ ถ้าคุณไม่มามอบตัว เดี๋ยวเราจะไปหาตัวให้ค่ะ เราไม่ได้ขู่นะคะ เรามีแล้ว ไม่ต้องห่วง ให้โอกาสแล้วไม่มา เดี๋ยวเจอกัน
ขนาดรถมีการเฉี่ยวชนกัน เขาไล่ตามจนเจอ ถ้าดูรายการอยู่ ไปเลย แสดงความบริสุทธิ์ใจ สารภาพก็ได้ หนักจะได้เป็นเบา กระเป๋าผ้า 12 ใบ จะมีน้ำหนักขนาดนั้นได้ไง?
อารีภักดิ์ : ต่อให้ยก 12 ใบมาพร้อมกัน ก็ต้องรู้สึกได้ นี่คือสิ่งที่เอ๊ะ ต้องมีข้อมาหักล้าง อย่างน้องซินดี้ เขามีข้อหักล้างหมดเลย ว่าเขาไม่เคยแตะต้อง ภาพวงจรปิดมีว่าเขาไม่เคยสัมผัส ทุกอย่างมีเหตุผลเชิงประจักษ์มาเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งมันตอบได้ อันนี้คือสิ่งสำคัญมาก เพราะทางออสเตรเลียต้องการสิ่งเหล่านี้
ฝากบอกคนๆ นี้หน่อย คุณมีทางเลือกไม่กี่ทาง ไม่รู้คุณรู้หรือเปล่าว่าสิ่งที่คุณมาส่งคืออะไร แต่ที่แน่ๆ เขาตามหาตัวคุณเจอแน่ เพราะกล้องเต็มกรุงเทพฯ ไปหมด คุณเองควรมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทางเลือกที่สอง คุณรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายป.ป.ส.เจอตัวคุณแม่ ถ้าคุณไม่อยากถูกตัดตอน คุณมาเถอะครับ ผมเชื่อว่าเขาตัดตอนคุณแน่ๆ ปิดปากคุณแน่ๆ เพราะเรื่องชี้ไปที่คุณ ถ้าไม่อยากถูกตัดตอน คุณเลือกเอา จะเอายังไง คุณจะหนีไปทั้งชีวิต หรือเอาตัวเองมาป.ป.ส.เพื่อให้ชีวิตตัวเองมีที่พึ่ง เดี๋ยวเขาทำคุ้มครองพยานให้?
อารีภักดิ์ : ที่สำคัญนะคะ ป.ป.ส.คุยกับรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม จะเอาคดีคุณมีนาเข้าดีเอสไอเป็นคดีพิเศษ ทีนี้วุ่นวายเลยค่ะ คดีจะถูกเลาะสถานหนัก ถ้ารีบมาได้ก็รีบมา
สุดท้ายแล้วไม่คุ้ม คุณหนีป.ป.ส.ได้ แต่คุณหนีคนให้คุณเป็นเจ้าของยาไม่ได้ คุณโดนตัดตอนแน่ ผมบอกเลย ผมมั่นใจ ผมไม่ได้ดูหนังเยอะนะ ผมทำข่าวแบบนี้เยอะ มีคนโดนผ่า แหกไส้ทิ้ง หินโยนน้ำก็มี อย่าเสี่ยงเลย มาเจอเขา เดี๋ยวเขาทำคุ้มครองพยานให้?
ทนายบุญ : ถ้าเขามีส่วนเกี่ยวข้อง โทษหนักจะได้เป็นเบาด้วย อยากให้มาชี้แจงกัน
อารีภักดิ์ : การทำงานของเรา เวลาทำก็มีการประชุมกันว่าคืบหน้าไปถึงไหน ไม่ใช่ไม่อยากบอกบางอัน อยากบอกใจจะขาด แต่ยังไม่พร้อมเพราะจะไปกระทบกับรูปคดีที่เรากำลังดำเนินการ เรื่องนี้เป็นเรื่องคดีอีกคดีนึงที่เราดำเนินการมา แต่มีความคล้ายคลึง ต้องไปเค้นสอบอีกที ว่าใช่หรือไม่ เกี่ยวข้องกับน้องมีนาหรือเปล่า ถ้าเป็นประโยชน์เราจะได้ช่วยกัน
มีนาก็ต้องรอพิสูจน์?
อารีภักดิ์ : ค่ะ ทางท่านกงสุลช่วยดูแล
ทนายบุญ : เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจดีมากๆ นะคะ อย่าให้ใครใช้เราเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด เคสแบบนี้รู้สึกเลยว่าอย่าไว้ใจคนค่ะ คนไทยเป็นคนใจดีเนอะ บางทีให้หิ้วของ ฝากของได้ แชร์น้ำหนักกระเป๋าต้องระวังค่ะ เพราะผลที่จะตามมามันหนักมากๆ ค่ะ อย่างคดีนี้โทษยาเสพติดของต่างประเทศมันหนักอยู่แล้วค่ะ ต้องระวังมากๆ ค่ะ อย่าไว้ใจค่ะ
มีอะไรอยากสื่อสารอีกมั้ย?
อารีภักดิ์ : การรับฝากไม่ว่าเพื่อนสนิทหรือไม่สนิท ใครก็แล้วแต่ เอากรณีนี้เป็นตัวอย่าง ก็สามารถตอบได้ว่าความเสี่ยงมันสูง บางทีอาจไม่ใช่แค่ยาเสพติด หรือสินค้าบางอย่างนอกกฎหมาย กฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน การลงโทษรุนแรงด้วย อยากให้ฝากเป็นกรณีศึกษาว่าแต่ละคนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ หรือช่วงเทศกาล เดี๋ยวฝากของไปให้ลูกบ้านนั้นบ้านนี้ อันนี้ตัวดีเลยค่ะ เราจับกุมได้ตลอด ความใจดีมีโอกาสทำให้เราพลาดได้ค่ะ ก็ฝากไว้ค่ะ
ทนายบุญ : อยากเพิ่มมาตรการในการนำออกของที่ไทยให้เข้มงวดขึ้นด้วยค่ะ
อารีภักดิ์ : ดำเนินการได้อยู่แล้วค่ะ เพราะโคกับทางสนามบินได้อยู่แล้วค่ะ


