“คารีสา สปริงเก็ตต์” เผยเที่ยวกับ “ปู ไปรยา” ยันหว่าง ก่อนถูกแฟนหนุ่มขอแต่ง อีกฝ่ายร้องไห้หนักมาก จนต้องถามย้ำๆ ว่าคิดดีแล้วเหรอถึงขอแต่งงาน ลั่นเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าได้แต่งงานกับรักแรกพบ อาจฟังเหมือนตอแหx แต่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ บอกหนูแต่งงานตั้งแต่วันแรกที่จีบได้เลย ลั่นเป็นแฟนคนแรกและคนเดียว เป็นผู้ชายปกติที่สุดตั้งแต่เคยเดตมา หลั่งน้ำตาไม่เคยรู้สึกโชคดีขนาดนี้มาก่อน กังวลเรื่องเดียว กลัวร้องไห้ไม่สวยในงานวิวาห์
ถูกแฟนหนุ่มคุกเข่าขอแต่งงานตั้งแต่เดือนพ.ค. แต่เพิ่งประกาศข่าวดีให้แฟนๆ ได้ร่วมยินดีเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.) สำหรับนักแสดงสาว “คารีสา สปริงเก็ตต์” หรือ “คารีสา เดอะเฟซฯ” ล่าสุดได้เจอตัวคารีสา ที่มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ “รักษ์” ออกอากาศทาง True Visions Now คารีสาก็ได้เผยถึงโมเมนต์แห่งความอบอุ่น พร้อมเผยว่าตนเองโชคดีมาก ได้แต่งงานกับรักแรกพบ
“ออร่าความรักค่ะ (หัวเราะ) ตอนนี้ไม่ได้ใส่แหวน กลัวหาย ใส่แล้วคิดถึงเขา ทำไมหน้าแบบนี้ ผมแบบนี้ ทำไมไม่ขอ ตำนานไหมวงการบันเทิง หน้าสดถูกขอแต่งงาน อะไรแบบนี้เกิดขึ้นแค่กับหนูนี่แหละ (หัวเราะ)
ตอนเขาขอ ไม่ได้รู้สึกมีสัญญาณอะไรเลย เพราะคืนก่อนหน้าหนูก็ไปเที่ยวกับพี่ปู (ไปรยา ลุนด์เบิร์ก) นี่แหละ ยันหว่างค่ะ เขาก็ไลน์มาว่ากลับไหม (หัวเราะ) ในใจยังคิดอยู่เลยว่าแฟนเราน่ารักจังเลย ตามด้วย แต่จริงๆ คือตี 4 แล้วยังไม่กลับอีก เขาคงมีภาพในหัวว่าพรุ่งนี้แพลนในหัวจะเป็นยังไง แต่เราก็เต็มที่กับชีวิตสุดๆ ไปเลยค่ะ ดีใจที่เขาก็ยังรัก (หัวเราะ) วันนั้นเราก็น่าจะเริ่มนอน 6 โมงเช้ามั้งคะ คือตี 4 เริ่มตาม กว่าจะเริ่มกลับ เริ่มนอน เริ่มอาบน้ำ
เขาบอกว่าไปเดินขึ้นเขากันไหม เวลานั้นหนูจำไม่ได้ เขาบอกตอน 9 โมงนี่แหละ หนูก็ไม่อยากไป ขี้เกียจจังเลย แต่รักเขา เขาบอกให้ไป ก็ไป (หัวเราะ) ตรงนี้ผู้ชายบอกให้ทำ เราไม่ใช่กันใช่ไหม (ย้อนถามนักข่าว) มันก็อยู่แล้ว ผู้ชายคือสิ่งล้ำค่า บอกให้ทำอะไรก็ทำ เราต้องน่ารักกับแฟนที่สุดในโลก”
เผยบ่นตลอดทาง ทั้งแฮงก์ ง่วง จะอ้วก แต่เฟรซขึ้นเมื่อมีคนบอกว่าข้างบนมีโคโยตี้
“พอไปหนูก็บ่นตลอดทางเลย มาทริป 10 กว่าวัน นั่งบ่น ทำไมต้องให้มาเดินขึ้นเขาวันที่แฮงก์ด้วย ง่วงมากเลย จะอ้วกตลอดเวลา บ่นๆๆ แล้วเหมือนรู้สึกเฟรซอีกทีตอนที่คนที่เขาเดินขึ้นไปก่อน เขาเดินลงมาบอกว่าเนี่ย พวกยูขึ้นไประวังนะ ข้างบนมีโคโยตี้ เราก็เลยเฮ้ย อยากไปดูโชว์ เลยเหมือนมีไฟ แล้วแฟนก็บอกว่าโคโยตี้เหมือนหมาจิ้งจอก เข้าใจเปล่า มันยังแฮงก์อยู่ เราก็คิดว่าเริ่ดเว้ย มีโคโยตี้ แล้วก็ไม่มี ขึ้นไปก็ไม่อะไร ดูชมวิว สักพัก เขาเหมือนพูดออกมา เราก็หันไปมอง แล้วเห็นเขาคุกเข่าอยู่ เราก็แบบ ฉันสวยที่สุดในโลกเลย ฟีลลิ่งแบบนั้นเลยค่ะ ไม่คิดว่ามันจะเป็นโมเมนต์นั้น เราคิดว่ามันอบอุ่นมากๆ เลย เขาขอเสร็จเขาก็เล่าว่าเขาอยากให้เป็นโมเมนต์ที่อยู่สองคน ชีวิตหนูเจอคนเยอะแล้ว ไม่ว่าจะทำงาน กินข้าว เจอเพื่อน อยากให้หนูได้รับบรรยากาศที่เขาตั้งใจทำให้จริงๆ โมเมนต์ 2 คนค่ะ”
เข้าใจโมเมนต์ตื่นเต้นจนหูดับแล้ว ลั่นพร้อมแต่ง แต่สิ่งแรกที่คิดคือตนโตแล้วเหรอ มองซีนขอแต่งเอาไว้สำหรับผู้ใหญ่
“หนูก็ได้ยินว่าเขาขอแต่งงาน หนูก็งง ในหัวสิ่งแรกที่หนูคิดเราโตแล้วเหรอ (เราพร้อมแล้วเหรอ งี้เหรอ?) ไม่ใช่ เราพร้อมอยู่แล้ว (หัวเราะ) แต่ความรู้สึกเหมือนเราเป็นเด็กเลข 10 ตลอดเวลา ซีนขอแต่งงานมันเอาไว้สำหรับผู้ใหญ่ เราโตแล้วเหรอ มีแค่คำถามนั้นมากกว่าค่ะ
ถามว่าก่อนเขาคุกเข่า เขาพูดว่าอะไร จำได้ประโยคเดียวค่ะ เขาพูดว่าแต่งงานกันนะครับ หนูเงียบไปนานมาก จนเขาถามว่าแต่งไหมครับ (หัวเราะ) หนูเหมือนลืมตอบ ก็เลยเข้าใจแล้วที่คนบอกว่าหูดับคืออะไร มันเหมือนลืมทุกอย่างไปหมดเลยค่ะ สมองมันช้ามากๆ เลยค่ะ จนเขายืนแล้วค่ะ เขาถามอีกรอบ ก็บอกว่าเยสค่ะ เหมือนก้มลงไปหอมแก้มเขา เพราะรู้สึกว่าน่ารักจังเลยที่ทำให้เราแบบนี้ พี่ลองคิดดูสิ กลับบ้านตี 4 ตี 5 ยังโดนคุกเข่า มันโชคดีขนาดไหน (หัวเราะ) หนูโชคดีจังเลย เข้าใจไหม (หัวเราะ)”
เผยแฟนร้องไห้เยอะมาก จนถามว่าคิดดีแล้วใช่ไหม เสียใจหรือเปล่า
“เขาร้องไห้เยอะมาก หนูเลยไม่ได้ถามอะไรเยอะ หนูไม่ได้แชร์โมเมนต์เพราะหนูก็เกรงใจเขา หนูยังถามเขาอยู่เลยว่าทำไมพี่ร้องไห้เยอะจัง ร้องไห้เยอะกว่าหนูอีกค่ะ หนูก็ถามว่าเสียใจหรือเปล่า หนูยังย้ำว่าเสียใจหรือเปล่า ตัดสินใจถูกใช่เปล่า เราเป็นผู้หญิงเราก็กลัว เราเห็นเขาร้องไห้เยอะมาก เราก็ยิ่งถามว่าคิดดีแล้วใช่เปล่า เหมือนเขากังวลว่าถ้าเราปฏิเสธล่ะ สวยเนอะ (หัวเราะ)”
เหมือนตอแหล แต่เป็นครั้งแรกที่ได้แต่งงานกับรักแรกพบ แฟนคนแรก และแฟนคนเดียว
“หนูแต่งงานตั้งแต่วันแรกที่จีบได้เลย เหมือนเรื่องเวอร์ แต่รู้สึกว่าอันนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าได้แต่งงานกับรักแรกพบ ตอแหลเนอะ แต่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ (ทำไมมั่นใจว่าคนนี้แหละที่จะใช้ชีวิตด้วยกัน?) เป็นผู้ชายที่ปกติที่สุดที่เคยเดตมา (หัวเราะ) พี่อย่าถามอะไรที่ตอบไม่ได้ เพราะนี่คือแฟนคนแรก และแฟนคนเดียว
มันไม่ใช่ความรักแบบสนุกสนาน มันเป็นความรักที่เขาอยากมีเราเป็นครอบครัว ตั้งแต่แรกที่เจอกันเลย ก็รู้สึกว่าชอบคนนี้ รักคนนี้จัง ทั้งที่ปกติเราชอบหลายคน แต่พอเจอเขาแล้วรู้สึกว่าเฮ้ย ชอบคนนี้”
บอกเจอใครจะรู้สึกรักหลายคน แต่คนนี้อธิบายไม่ถูก ทั้งที่เขาอินโทรเวิร์ต ส่วนตนเอ็กซ์โทรเวิร์ต
“เวลาหนูเจอใคร หนูจะรู้สึกว่ารักหลายคน แต่พอเจอเขารู้สึกว่ารักคนนี้ มันอธิบายไม่ถูก หนูขอให้พี่ๆ ได้เจอรักแรกพบเหมือนกับหนู ไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไง ถามว่าทำไมถึงรักคนนี้ มันเป็นความรู้สึกจริงๆ อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ นอกจากคำว่ารัก เดี๋ยวกองละครไล่ออก (หัวเราะ) หนูก็สงสัยเหมือนกัน แต่ว่าต้องขอบคุณผ่านสื่อ คุณหญิงแมนนะคะ เป็นคิวปิดของคู่เรา พี่แมนบอกว่าไปเจอหน่อย น้องเขา เพื่อนน้อย ขี้เหงา หนูก็อ่านแชตแล้วแบบ พี่พูดถึงหนูใช่เปล่า (หัวเราะ) แล้วเขาก็พยายามจัดแจงให้เราได้เจอกัน ได้เดตกัน ตอนแรกผู้ชายก็ยังกังลอยู่เลยว่าเขาอายุเยอะกว่าเรา เขาจะน่าเบื่อไหม แล้วเขาเป็นคนอินโทรเวิร์ต เป็นคนช้า เราก็เป็นคนเอ็กซ์โทรเวิร์ตสุดๆ หนูว่ามันเป็นอะไรที่ไม่เหมือนกัน เขาโตกว่า 9 ปีค่ะ ก็ไหวค่ะ (หัวเราะ)”
แนะทริกคนอยากมีแฟน อย่าถามอะไร ให้เล่าไปเรื่อยๆ แล้วเขาจะเชื่อในสิ่งที่เราพูด
“อย่าถาม เล่าให้เขาฟัง หนูสวยใช่ไหมคะพี่หนูเก่งใช่ไหมคะ อย่ารอคำตอบด้วยคุณพี่ อันนี้คือทริกนะ ใครยังไม่มีแฟน หนูสวยใช่ไหม หนูดีใช่ไหมพี่รักหนูใช่ไหม หนูเก่งใช่ไหม เล่าให้เขาฟังทุกวัน แล้วเขาจะเชื่อ ผู้ชายก็เหมือนเด็กน้อยคนนึง ยิ่งเล่ายิ่งสอน เขาก็จะเชื่อในสิ่งที่เราพูด (ถ้าอยากมีแฟน ต้องคิดว่าเขาคือเด็กน้อยคนนึง?) ลองดู ถ้าไม่ได้แฟน ดีเอ็มมาคุยกับพี่ใหม่นะน้องๆ ทริกมันคือแบบนี้”
ไม่ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรื่องความรัก
“หนูขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับเรื่องงาน เรื่องเงิน เพราะความรัก เดี๋ยวเขาจะรัก เขาก็รักพี่ แต่งานกับเงิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังต้องช่วยอยู่”
มั่นใจเพลงและเสียงของตนทำให้เจอคู่
“ให้ไปฟังเพลงพาเธอยัดค่ะ (หัวเราะ) งงล่ะสิ มันมีสตอรี่ เพลงแรกตอนหนูปล่อยไป วันแรกเลยนะ หนูไปเดตกับเขา หนูรู้สึกว่าปล่อยเพลงวันแรก เสียงของเราทำให้เราเจอรักแรกพบ แล้วพอปล่อยเพลงที่สอง ขอแต่งงาน มันเป็นเรื่องของเสียง เห็นไหม ไม่เชื่อเหรอ ไม่เชื่อต้องไปฟังนะ
ไม่ได้โปรโมตเพลง หนูคิดว่ามันเป็นเรื่องเสียงของหนูแน่นอน ครั้งแรกเดตกัน ครั้งที่สองขอแต่งงาน หนูเลยคิดว่ามันมีเรื่องเวทมนต์ตรงนี้อยู่ ใครอยากมีความรักก็ลองไปฟังดูค่ะ”
ซิงเกิล 2 ให้รอตอนคลอด
รอตอนคลอดค่ะ สมมติลองคิดน้ำเสียงหนูที่ร้องเพลงกล่อมเด็ก จะนอนหรือจะตื่น (หัวเราะ) เปิดเพลงเราในงานแต่งไหน อันนี้คือคิด แต่ยังไม่ได้ปรึกษาครอบครัวฝ่ายชายว่าไหวไหม (แขกเราก็สะพรึง?) โอ้โห จัดแยกวันสิคะ อะไรที่เป็นเรื่องราวดีๆ จัดวันผู้ใหญ่ไปเลยค่ะ ส่วนที่คนมุ่งไปอาฟเตอร์ปาร์ตี้ เพื่อนหนูไม่มีใครที่ดูเป็นคาแรกเตอร์อยู่ใกล้ๆ กับบรรยากาศครอบครัวเขาเลย ครอบครัวเขาไม่เคยเสพบรรยากาศคล้ายๆ คาแรกเตอร์เพื่อนหนูเลย ให้มีลูกก่อนแล้วให้เจอ เดี๋ยวท่านเปลี่ยนใจ (หัวเราะ) แต่เรื่องตลก ตัดออกก็ได้นะ แต่เล่าให้ฟัง เกือบไม่ได้ขึ้นไป ปาร์ตี้มอนสเตอร์ของพี่เอมี่ กลิ่นประทุม หนูกินเพราะเห็นว่าชีขี้เมา แล้วชีก็รอดทุกสถานการณ์ หนูก็เลยกินแล้วหนูก็เดินขึ้นเขาไหว หนูก็เก็บความลับนี้ ล่าสุดหนูโทร.ไปเล่าให้ชีฟังว่า แม่หนูกินยาแก้แฮงก์แม่ หนูเลยเดินขึ้นเขา 5 กิโลได้ แล้วหนูโดนขอแต่งงาน เริ่ดมาก”
พ่อแม่น้ำตาไหล บอกตอนแรกแม่อยากให้แต่งกับ “ตุลย์ ภากร” แต่อีกฝ่ายเป็นของ “มิว ศุภศิษฎ์” ไปแล้ว
เขาดีใจมากเลยค่ะ พ่อแม่หนูเขาไม่เคยรู้สึกตาเป็นประกายกับผู้ชายคนไหนที่อยู่ใกล้ๆ หนู นี่เป็นคนแรกเลยนะ ตอนแรกแม่หนูปักธงเลยว่าอยากให้เดตกับคนนี้ เป็นแฟนกับคนนี้ แต่งงานกับคนนี้ ตุลย์ ภากร เป็นไง ก็เลยส่งลิงก์ไปให้แม่ดูว่า เขาแต่งแล้ว ไม่ทันแล้วแม่ แม่บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวหาใหม่ ไปกันต่อ แม่พยายามให้หนูเป็นแฟนกับพี่ตุลย์ เดตกับพี่ตุลย์ แต่งงานกับพี่ตุลย์ ให้พี่มิวไปแล้ว (หัวเราะ) แม่เขาคงไม่รู้ (หัวเราะ)”
หวานใจเซอร์ไพรส์ไปขอพ่อแม่ก่อนแล้วตามทำเนียม
“พี่เคนเขาขับรถไปพัทยาไปขอพ่อกับแม่หนูก่อน ขอน้องแต่งงานได้ไหม เขาน่ารักมาก เขาก็ทำตามทำเนียมนะ ไปขอพ่อแม่ก่อน ว่าพ่อแม่เราเห็นด้วยไหม โอเคไหม พ่อกับแม่หนูไม่ได้ห่วงหนูเลยค่ะ เซย์เยสทันทีและพร้อมซัปพอร์ตเขามากค่ะ พอวันที่โดนคุกเข่าจริงๆ หนูก็โทร.ไปบอกว่าแม่ ดูสิ โดนขอแต่งงาน เขาก็ร้องไห้ทั้งพ่อทั้งแม่ เราก็แบบทำไมเขาไม่ตกใจเท่าเรา เขารู้แล้วเหรอ เขาบอกว่ารู้แล้ว พี่เขามาขอแม่แล้ว”
ไม่เคยคิดตัวเองจะโชคดีขนาดนี้ เทนัดผู้จัดการนอนร้องไห้อ่านคอมเมนต์ฟินๆ
“หนูไม่เคยคิดว่าตัวเองโชคดีขนาดนี้มาก่อน ครั้งนี้รู้สึกตัวเองโชคดีมากๆ เลย ที่เป็นที่รักขนาดนี้ และขอบคุณผ่านสื่อด้วย มันดูเป็นดารามาก แต่ก็อยากขอบคุณคนมาคอมเมนต์แสดงความยินดีกับหนูเยอะมากๆ หนูตกใจเลย ตอนแรกหนูเก็บไว้เป็นเดือน เพราะรู้สึกว่าความรักเป็นเรื่องราวของคนสองคน อยากเก็บโมเมนต์ไว้คุยกัน พอรู้สึกว่าพร้อมเป็นจังหวะที่ใช่อยากแชร์ พอแชร์ไป พี่ๆ เพื่อนๆ หลายคนเข้ามาแสดงความยินดี หนูรู้สึกมันฟิน จริงๆ เมื่อวานหนูไม่ออกจากบ้านเลยนะ ทั้งที่หนูมีนัดกับผู้จัดการ ขอเทได้ไหม เพราะนั่งอ่านแล้วมันมีความสุขมาก ที่คนดีใจกับเราขนาดนี้ ถ้าสังเกตหนูกดหัวใจให้ทุกคอมเมนต์เลย เพราะหนูรู้สึกว่าเขาตั้งใจเสียสละเวลาของเขามาแสดงความยินดีกับเรา เรารู้สึกว่าอยากให้เขารับรู้ว่าเราก็ดีใจมาก น่ารักมาก หนูอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูกเลย หนูร้องไห้ทั้งวันเลย หนูดีใจว่าหนูเป็นที่รักขนาดนี้เลยเหรอ ดีใจจังเลย”
แม่สามีในอนาคตดูฤกษ์วิวาห์เอง
“แม่เขาเป็นคนช่วยดู แม่สามีในอนาคตเขาช่วยดู (หัวเราะ) (เขาเห็นเราในทีวี?) แม่สามีเขาก็อึ้งไปหลายปีอยู่ค่ะ เขาเป็นเชิงอะไรใหม่ๆ เป็นคาแรกเตอร์ใหม่ๆ ที่ครอบครัวนี้จะได้เจอ (อยู่กับแม่สามีเรียบร้อย?) ไม่นะคะ หนูไม่รู้ว่าเรียบร้อยคืออะไร หนูก็เพิ่งรู้ว่าที่ผ่านมาเขารู้สึกว่าหนูแต่งตัวโป๊ แต่หนูไม่รู้ว่าเรียบร้อยคืออะไร หนูเลยเสิร์ฟให้ไม่ได้ไง หนูไม่ได้รู้สึกว่าที่ทำไปโป๊หรืออะไร”
ชนะใจแม่สามีเพราะสม่ำเสมอ และรักลูกเขา กังวลเรื่องเดียว กลัวร้องไห้ไม่สวยในงานวิวาห์
“หนูว่าหนูเป็นตัวของตัวเอง สม่ำเสมอ แล้วก็รักลูกเขา (หัวเราะ) แม่เขาไม่มีรีเควชให้เรียบร้อย นี่แหวนแม่เขา (อวดแหวน) มีเวลาไหมคะ (หัวเราะ) รู้สึกโชคดีมากที่เพื่อนรัก สามีในอนาคตรัก ครอบครัวเขารัก เวลคัมเรา (แกล้งร้องไห้) แล้วต้องไปฝึกร้องไห้ให้สวยด้วยเนี่ย เดี๋ยววันแต่งร้องไห้เยอะเกินไปค่ะ รู้สึกดีใจค่ะ
อาฟเตอร์ปาร์ตี้ไม่กังวล สนุกง่ายมาก แต่ร้องไห้ให้สวยมันยากเหลือเกิน หนูจะติดต่อพี่แอฟ (ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) พี่นุ่น (วรนุช ภิรมย์ภักดี) ว่าร้องไห้ให้สวย มันร้องยังไง พี่ดูรูปขอแต่งงานสิ กังวลอย่างเดียวคือร้องไห้ให้สวย มันดีใจนะพี่ มาพูดตั้งแต่ได้งานทำ เรียนจบ วันนี้แต่งงานแล้ว หนูรู้สึกว่าหนูโตในวงการบันเทิง วงการก็เลี้ยงหนูมา ไม่ต้องเลี้ยงลูกหนูนะ เดี๋ยวเป็นแบบนี้ (ร้องไห้พร้อมกับหัวเราะ) อยากให้เลี้ยงแล้วเหมือนน้องๆ ที่น่ารักแบบนี้ ขอบคุณนะคะ หนูดีใจมากเลย ขนาดตลกอย่างนี้ หนูยังร้องไห้เลย”


