แม้คดีความระหว่าง เบลก ไลฟ์ลี และ จัสติน บัลโดนี จากภาพยนตร์ It Ends With Us จะยุติลงด้วยการยอมความแล้ว แต่ประเด็นทางกฎหมายยังไม่สิ้นสุด เมื่อทีมกฎหมายของไลฟ์ลียื่นคำร้องต่อศาล ขอให้บัลโดนีรับผิดชอบค่าทนายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีรวมกว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 292 ล้านบาท)
เอกสารที่ทนายความ เอสรา ฮัดสัน ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ระบุว่า ไลฟ์ลีเรียกค่าทนาย 7,495,526.87 ดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอีก 539,514.01 ดอลลาร์ รวมเป็นเงินกว่า 8.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการฟ้องร้องบัลโดนีและบริษัท Wayfarer Studios
ทนายของไลฟ์ลี ได้แก่ ไมเคิล ก็อตต์ลีบ และ เอสรา ฮัดสัน ระบุในแถลงการณ์ว่า การที่ศาลยกฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่บัลโดนียื่นฟ้องไลฟ์ลี ถือเป็นคำตัดสินสำคัญที่ส่งสัญญาณว่า ผู้ที่ใช้การฟ้องร้องเพื่อข่มขู่หรือกดดันผู้อื่น อาจต้องเผชิญผลทางกฎหมาย พร้อมชี้ว่าคำตัดสินนี้จะเป็นบรรทัดฐานในการคุ้มครองผู้ที่กล้าออกมาพูดความจริง
ด้านทีมกฎหมายของบัลโดนียังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อคำร้องดังกล่าว
คดีนี้เริ่มต้นในปี 2024 เมื่อไลฟ์ลียื่นฟ้องบัลโดนีและผู้เกี่ยวข้องใน Wayfarer Studios โดยกล่าวหาว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนที่บัลโดนีจะยื่นฟ้องกลับในข้อหาหมิ่นประมาท อย่างไรก็ตาม ศาลได้ยกฟ้องคดีหมิ่นประมาทของบัลโดนี ขณะที่ข้อกล่าวหาบางส่วนของไลฟ์ลีถูกยกฟ้องเช่นกัน และเหลือประเด็นสำคัญบางข้อที่จะเข้าสู่การพิจารณาคดี
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจยอมความกันก่อนวันเริ่มพิจารณาคดีเพียงสองสัปดาห์
หลังการยุติคดี ทนายของทั้งสองฝ่ายออกแถลงการณ์ร่วมว่า It Ends With Us ซึ่งเล่าเรื่องของผู้หญิงที่ก้าวข้ามความสัมพันธ์อันเลวร้าย เป็นผลงานที่ทุกคนภาคภูมิใจ พร้อมย้ำว่าการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและการสนับสนุนผู้รอดชีวิตยังคงเป็นเป้าหมายร่วมกัน
ทั้งสองฝ่ายยังระบุด้วยว่า หวังให้การยุติคดีครั้งนี้เป็นบทสรุปที่เปิดโอกาสให้ทุกคนก้าวเดินต่อไปในบรรยากาศของความเคารพและการทำงานที่ปลอดจากพฤติกรรมไม่เหมาะสม แม้ว่าประเด็นเรื่องค่าทนายความมูลค่ากว่า 8 ล้านดอลลาร์ จะยังต้องรอการพิจารณาจากศาลต่อไป


