xs
xsm
sm
md
lg

“เข้ม หัสวีร์” โสดแบบชิลๆ ลั่นคนหล่อไม่จำเป็นต้องมีแฟน อัปเดตอาการแพนิกดีขึ้น แต่ยังประหม่าถ้าออกงานใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เข้ม หัสวีร์” แฟมิลี่แมน ไม่เขินแสดงความรักกับครอบครัว เผยหัวใจยังโสดแบบชิลๆ มีคนคุยบ้าง เข้าๆ ออกๆ อัปเดตอาการแพนิกดีขึ้น แต่ไม่หายขาด ยังประหม่าถ้าต้องออกงานใหญ่

ทำงานหนักแค่ไหนก็หาเวลาให้ครอบครัวเสมอ สำหรับพระเอกหนุ่ม “เข้ม หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล” ที่มักพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนอยู่บ่อยๆ ล่าสุดวันนี้ (30 มิ.ย.) ได้เจอเจ้าตัวในงาน Welcome Home The Journey เลยขออัปเดตชีวิตกันสักหน่อย โดยหนุ่มเข้มยอมรับว่าเป็นคนขี้อ้อนเวลาอยู่กับครอบครัว ชอบกอดหอม แถมยังเผยว่าติดเล่นนมคุณยายมาตั้งแต่เด็ก

“เวลาว่างจะพาครอบครัวไปเที่ยวครับ เติมเต็มๆ คือพอเราไปถ่ายละคร หรือว่าไป ไปเที่ยวที่ไหนที่มันสบาย เราก็อยากให้คนที่บ้านเราได้ไปเห็น ได้ไปอยู่ด้วย ช่วงว่างก็เลยพาไป คือถ้าอยู่ที่บ้านเราเป็นเด็กให้เขาแหละครับ โดยส่วนใหญ่เราก็จะแสดงความรักโดยการกอดหอมเป็นเรื่องปกติ ทั้งพ่อ แม่ ตา ยาย ทุกคน เรากลัวว่า… คือปัจจุบันเราโตขึ้นหนึ่งวัน ครอบครัวก็จะแก่ขึ้นอีกหนึ่งวัน เราทำอะไรได้ เราก็อยากจะทำ”

เวลาอยู่กับครอบครัวจะขี้อ้อน ชอบกอด-เล่นนมคุณยาย
“ไม่ถึงขนาดเสียงสองเสียงสาม แต่จะเป็นแบบการกระทำมากกว่า ก็หอม เล่นนมยาย ผมติดนมยายตั้งแต่เด็ก ก็จะเล่น กอด นอนหนุนแขน มันเพลินดีครับ มันเหมือนเป็นการเพิ่มพลังให้เราเรื่อยๆ ได้นอนฟังเขาพูด เพราะว่าส่วนใหญ่เราทำงานเราก็จะออกไปเจอคน ออกไปพูดซะส่วนใหญ่ เวลาอยู่กับที่บ้านเราก็จะฟังเขาพูด”

ไม่เขินที่จะแสดงความรักกับครอบครัว
“เป็นหลานชายคนเดียวด้วยครับ มันก็เลยไม่ค่อยมีกรอบในการแสดงความรัก มันฮีลใจได้นะ เพราะว่าส่วนใหญ่เราจะตามใจสิ่งรอบข้าง พออยู่ที่บ้านเราจะได้ความอบอุ่น จากทั้งคำพูด ทั้งการกระทำ กับคงกับข้าว ดูแลเรา มันได้พลังเยอะเลย แล้วได้เห็นได้ฟังเสียงหัวเราะเขา มันก็อบอุ่นดี เป็นพื้นที่ปลอดภัยครับ”

คุณยายไม่ถามเรื่องหลานสะใภ้ เพราะไม่ได้คาดหวังแล้ว
“ไม่ถาม เพราะว่าหลานมีเยอะแล้ว ของเข้มเขาไม่ได้คาดหวังแล้ว ด้วยอายุปัจจุบัน มีก็มี ไม่มีก็ไม่เป็นไร ทุกวันนี้เกณฑ์ในการเรียกคนคุย เรียกแฟน มันไม่ค่อยมีแล้ว ผมก็อยู่ของผมสนุกๆ คือมันมีมาเรื่อยๆ แหละครับ มีบ้าง ออกไปบ้าง เข้าๆ ออกๆ แต่ไม่ถี่ครับ มันก็เป็นช่วงๆ ช่วงนี้ก็โอเคดีครับ ออกไปแล้ว แล้วผมเป็นคนติดฟุตบอลมาก ช่วงนี้ก็จะไม่ค่อยมีเวลาได้คุยได้อะไร ก็จะอยู่กับฟุตบอล ดูบอลโลกกับเพื่อน ไม่มีเวลาให้ใครเลย”

ปล่อยชิลเรื่องแฟน ไม่ได้ฟิกซ์ว่าต้องมีตอนอายุเท่าไหร่
“ไม่ ชิลๆ มีก็มี ไม่มีก็ไม่เป็นไร (ระยะเวลาในการคบกันเป็นช่วงสั้นๆ เข้าๆ ออกๆ?) ใช่ๆ ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ว่าเขาก็เข้ามาพูดคุยทักทาย แล้วเขาก็ไป เขาเรียกว่าอะไร สถานะแบบฟรีแลนซ์ แต่ผมก็เฉยๆ ในทุกๆ ช่วงเวลาของผม ผมมีความสุขดีอยู่แล้ว มันก็เลยไม่รู้สึกโหยหา เพราะว่าเราเป็นคนที่ชอบให้คำปรึกษาคน แล้วเราไม่เหนื่อยที่จะรับฟังเพื่อน รับฟังคนอื่น ผมไม่มีมุมอ่อนแอมั้ง ผมปฏิเสธความเครียดได้ง่าย”

ไม่เสียดายเป็นคนหล่อ แต่ดันโสด
“คนหล่อต้องมีแฟนเหรอ มันก็ไม่เสมอไปหรอก (คนหล่อส่วนใหญ่จะโสด?) ใช่ๆ มันถูกสาปมาหมดแล้ว”

อัปเดตอาการแพนิกดีขึ้นแล้ว หลังก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร
“ดีขึ้นครับ คือจริงๆ เราไม่รู้อาการ เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่ปัจจุบันคืออะไร เมื่อก่อนเราสร้างตัวตนเพื่อที่จะทำงาน เจอคน เอาใจคน ยิ้ม รับมือกับทุกๆ สถานการณ์อะไร แล้วพอใจมันสะสมมาเรื่อยๆ เวลาไปออกงานเจอคนเยอะๆ จะรู้สึกประหม่า แพนิก คือตอนแรกไม่รู้ มารู้อาการของตัวเองตอนไปประกาศรางวัล มันรู้สึกหายใจไม่ออก เหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลา ก็ไม่รู้อาการนี้มันคืออะไร ก็เก็บมาเรื่อยๆ แล้วลองสังเกตตัวเองดู ว่าตอนนี้เราเป็นอะไรอยู่ จนมารอบสองก็เป็นอีก ก็เลยถามรุ่นพี่ที่เป็นหมอ เขาบอกว่าอ๋อ มันคือแพนิก มันคือเคมีในสมองบางอย่าง ที่มันถูกสะสมมา จนทำให้เราตื่นกลัวได้ง่าย”

ใช้วิธีรักษาแบบธรรมชาติบำบัด เลิกคาดหวังและใช้ชีวิตให้มีความสุข
“ธรรมชาติบำบัดครับ จริงๆ คือเมื่อก่อนเป็นคนที่ตั้งความหวังเยอะ คาดหวังกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก สิ่งที่แก้ได้ง่ายก็คือเลิกคาดหวัง ปล่อยให้ธรรมชาติมันเดินทางของมันไป เราก็ใช้ชีวิตให้มันมีความสุขในทุกวินาที อยากทำอะไรเราก็ทำ ไม่อยากทำเราก็แค่ปฏิเสธ ซึ่งเมื่อก่อนเราจะแบบได้ครับๆ ได้ครับ รับปากไว้หมด แล้วสิ่งที่มันย้อนกลับมาพอเราทำไม่ได้ เราก็ผิดหวังกับตัวเอง มันก็เลยถูกสะสมมาจนเกิดเป็นแพนิก”

ยังมีอาการอยู่บ้างเวลาออกงานใหญ่ๆ แต่ไม่ถึงขั้นต้องกินยา
“ใช่ครับ ด้วยความที่ผมเป็นคนค่อนข้างที่จะไม่ค่อยเก็บมาเครียด แต่สิ่งที่มันเป็นน่ะ เราไม่รู้ตัวเฉยๆ ก็ค่อยๆ กำจัดมันออกไปเรื่อยๆ ตอนนี้เอาอยู่แล้ว สงบ มีความสุขเลยครับ แต่อาการมันก็มี ถ้าเกิดว่าเป็นงานใหญ่ๆ ที่เราต้องขึ้นไปโชว์ ไปพูดประกาศ เราก็จะเลี่ยงๆ ขอไม่ทำได้ไหมครับ กลัวสิ่งนี้ คือถ้าเกิดไปอยู่ในพื้นที่ที่ทุกสายตาจับจ้องมาที่เรา หรือเป็นงานทางการ ห้ามพูดผิด มันก็จะเป็น แต่ถ้าเล่นละครหรืองานอื่นๆ ก็ปกติครับ ถ้าเป็นอีเวนต์ เป็นงานในพื้นที่ของเราเอง ปกติ เราควบคุมได้ แต่ถ้าเกิดว่าเป็นงานที่ต้องฟิกซ์เวลา ต้องขึ้นเวลานี้ ลงตรงนี้ จะประหม่า”