xs
xsm
sm
md
lg

“ปู มัณฑนา” ชนะคดีฟ้อง “ทนายกุ้ง” หมิ่นประมาท ศาลสั่งจำคุก 1 ปี แต่ให้รอลงอาญา ปรับ 1 แสน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ที่ห้องพิจารณาคดี 905 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. 2569 ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.2859/2568 ที่นักแสดงรุ่นใหญ่ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “น.ส.วันมะนี พอนสะหวัน” หรือ “ลิลลี่ เหงียน” นางแบบและอินฟลูเอ็นเซอร์เชื้อสายเวียดนาม-ลาว ที่เติบโตในประเทศไทย และ “ทนายกุ้ง นางอำนวยพร มณีวรรณ” เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

กรณีสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2567 จำเลยทั้งสองไปออกรายการเคลียร์ชัดชัด ทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง และเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ซึ่งมีคำพูดในรายการที่ทำให้ได้รับความเสียหาย โดยเกี่ยวข้องกับการทวงหนี้ซึ่งไม่เป็นความจริง เนื่องจากมีเจ้าหนี้เพียง 2 ราย ทำให้โจทก์เครียดจนถึงขั้นเข้ารับการรักษาพยาบาล

คดีนี้ศาลอาญาไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งยกฟ้อง “น.ส.วันมะนี” หรือ “ลิลลี่ เหงียน” จำเลยที่ 1 ตั้งแต่ในชั้นฟังคำสั่งไต่สวนมูลฟ้อง โดย “ทนายกุ้ง” จำเลยที่ 2 เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับอดีตนางแบบชื่อดัง “ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี” และ “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์”

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 2 พูดในรายการโดยตอบคำถามพิธีกรทำนองว่า โจทก์มีลูกหนี้อีกหลายราย การพูดดังกล่าวของจำเลยที่ 2 เกินหน้าที่ทนายความ ไม่ได้เป็นไปเพื่อปกป้องส่วนได้ส่วนเสียของลูกความ ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือหากต้องการจะรักษาสิทธิอื่นให้ลูกความ ก็สามารถดำเนินการทางศาลได้ การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดตามฟ้อง

พิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จำคุก 1 ปี โดยให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ปรับ 1 แสนบาท

ภายหลัง “ปู มัณฑนา” และทีมทนายความมีสีหน้ายิ้มแย้ม และพอใจคำพิพากษา ก่อนจะพากันเดินทางกลับ

ด้าน “ทนายกุ้ง” จำเลยที่ 2 ได้ไปจ่ายค่าปรับ 1 แสนบาท พร้อมกล่าวว่า ยอมรับคดีนี้ถือว่าแพ้ พลาดเพียงประโยคเดียวต้องระมัดระวังคำพูด ถึงอย่างไรจะอุทธรณ์สู้คดีกันต่อไป จ่ายค่าปรับเป็นเงินสด 1 แสนบาทเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามตนฟ้องชนะคดีแล้ว 5 คดี แพ้คดีนี้เพียงคดีแรก ถือว่า 5 ต่อ 1 คดีก็แล้วกัน ไม่รู้สึกกังวล ถือว่าเป็นคดีแรกที่เป็นทนายความให้ลูกความแล้วถูกฟ้องศาลสั่งจำคุก รอลงอาญา ค่อยไปสู้กันในชั้นอุทธรณ์