“เสก โลโซ” น้ำตาไหลได้รับอิสรภาพ ขอบคุณ “ทวี สอดส่อง” ที่เป็นเหมือนครอบครัว “เต้น ณัฐวุฒิ” เพื่อนที่ยิ่งใหญ่ของตน คอยช่วยเหลือทุกอย่างจนมีวันนี้ รวมถึงแฟนๆ โลโซที่รอคอยตนอยู่ ลั่นไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงแฟน ๆ และคนที่ตนรัก พร้อมเผยแต่งเพลงถวาย “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ที่ให้ชีวิตใหม่ออกไป อยู่ในเรือนจำทำให้ได้สติ ชีวิตจากนี้จะไม่ก้าวพลาดอีกแล้ว
เป็นอีกวันที่แฟนๆ โลโซ และครอบครัวศุขพิมายตั้งตารอคอย สู่การได้รับอิสรภาพของตำนานร็อกสตาร์ “เสก โลโซ” หรือ เสกสรรค์ ศุขพิมาย หลังจากได้รับอภัยโทษลดโทษกว่า 5 เดือน กรมราชทัณฑ์ปล่อยตัวพักโทษกรณีพิเศษ เนื่องจากเจ้าตัวผ่านเกณฑ์การอบรมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างครบถ้วน โดยเงื่อนไขระบุชัดเจนว่าเสก โลโซ ต้องสวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรือกำไล EM ตลอดเวลา และต้องปฏิบัติตามกฎเหล็กของเจ้าพนักงานคุมประพฤติอย่างเคร่งครัดห้ามแตกแถวจนกว่าจะพ้นโทษตามกฎหมาย
ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ออกเอกสารชี้แจงไขข้อข้องใจของสังคม เรื่องการปล่อยตัวก่อนกำหนดเดิม เป็นผลมาจากพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 ที่ช่วยลดโทษจำคุกให้เสก 5 เดือน 20 วัน คงเหลือกำหนดโทษจริงที่จะพ้นขีดอันตรายในวันที่ 13 ธันวาคม 2570
วันนี้ (24 มิ.ย. 69) ณ เรือนจำพิเศษเขากลิ้ง จังหวัดเพชรบุรี เวลา 08.00 น. เสกเดินทางออกจากเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยมีภรรยา “กานต์ วิภากร ศุขพิมาย”เพื่อนๆ ที่รักเสก อย่าง “เต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” และอีกหลายคนมารอต้อนรับกลับบ้านอย่างอบอุ่น หลังจากออกจากเรือนจำ เสก ได้กอดภรรยามาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงการได้รับอิสรภาพในครั้งนี้
“ผมขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศและทั่วโลกที่สนับสนุนผม ให้ความรักกับผมมาตลอดระยะเวลา 30 ปีด้วยกัน ผมเองต้องกราบขอบพระคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ทำให้มีโครงการกำลังใจ ที่ผมได้เข้าร่วมอยู่ที่นี่มา 5 เดือน จนเรียกว่าสำเร็จการอบรมภายใต้หลักสูตรปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผมจะออกไปดำเนินชีวิตอย่างมั่นคงและปลอดภัย
ผมต้องขอบคุณพี่ชายของผม พี่ทวี สอดส่อง (ร้องไห้) ขอบคุณเต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ยังไงก็ไม่ทิ้งกันเลย มีอีกหลายท่านเลยที่ผมอยากจะขอบคุณ เป็ก สัณณ์ชัย เองตระกูล, วัน อยู่บำรุง, พี่หมู ตะวันนา ขอบคุณ ผบ.เรือนจำกลางเพชรบุรี ขอบคุณพี่น้องเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ให้ความรักและความเป็นกันเองกับผม ขอบคุณ ผบ.เรือนจำพิเศษมีนบุรี และเจ้าหน้าที่ที่นั่นด้วย ขอบคุณสื่อมวลชน แฟนคลับโลโซ (ร้องไห้) ทุกคนนะครับ ขอบคุณพ่อแม่ขอบคุณเมียรักของผมด้วย
วันนี้คือวันที่ผมรอคอยมา 1 ปี 1 เดือน 3 วัน ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำอย่างนักโทษทั่วไป ได้เรียนรู้มีสติ ศึกษาเรื่องที่ผมก้าวพลาดมา ตลอดระยะเวลา 1 ปี 1 เดือน 3 วัน ที่อยู่ในเรือนจำไม่มีวันไหนที่ผมจะไม่คิดถึงพี่น้องประชาชน ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงเมียรัก ลูกรัก พ่อแม่ของผม น้อง ๆ เพื่อน ๆ ทั้งหลาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คือเพื่อนที่ยิ่งใหญ่ของผม ขอบคุณพี่น้องนักโทษในเรือนจำที่ให้ความรัก ความเข้าใจและความเป็นกันเองกับผมทุกคนเลย
จริงๆ แล้วชีวิตผมนั้นนอกจากเล่นดนตรี ร้องเพลงเป็นอาชีพแล้วนั้นก็ยังมีการจัดคอนเสิร์ตการกุศลอยู่เยอะแยะทีเดียว ส่วนคอนเสิร์ตเกิดใหม่ของผมในวันที่ 26 มิ.ย. นี้ ก็เหมือนกับแฟนมีตติ้ง ได้ซ้อมวันเดียว เมียผมรับงานไว้ 100 กว่าคอนเสิร์ตแล้ว ตอนที่อยู่ในเรือนจำผมแต่งเพลงไว้มากมาย มีเพลงที่แต่งถวาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ …โครงการกำลังใจในพระดำริ ชุบชีวีของฉันให้กลับคืน ต่อจากนี้ตลอดไปจะไม่เป็นอื่น ขอตอบแทนคืนพระองค์ที่ทรงเมตตา ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน’ และผมได้แต่งเพลงให้พระบรมวงศานุวงศ์ทุกท่าน รวมถึงแต่งเพลงให้กำลังใจผู้คนไว้”
ลั่นออกไปคราวนี้จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง การอยู่ในเรือนจำ 1 ปี 1 เดือน 3 วัน ทำให้มีสติ รู้ความผิดพลาดของตน
“ผมออกไปคราวนี้ผมจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวัง ผมจะร้องเพลงให้พี่น้องประชาชนคนไทยและทั่วโลกฟังตลอดไป และจะดูแลตัวเองอย่างดี ดูแลครอบครัว ดูแลคนที่เรารัก ผมรักทุกคนนะครับ ผมเองอยู่ในเรือนจำทั้งหมด 1 ปี 1 เดือน 3 วัน ถือว่าเป็นเวลาที่ยาวนานมากสำหรับชีวิตผม ผมไม่อยากให้ใครเลยที่จะก้าวพลาดเข้ามาอยู่ในเรือนจำ ชีวิตของท่านจะประสบกับความลำบากยากเย็นอย่างยิ่ง อยากให้ทุกคนเลิกยุ่งกับยาเสพติด เลิกทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย เคารพในกฎกติกาบ้านเมือง แล้วชีวิตของท่านจะอยู่อย่างปลอดภัย
ผมคิดว่า 1 ปี 1 เดือน 3 วัน มันทำให้ผมมีสติ ทำให้ผมรู้ว่าความผิดพลาดของผมที่เกิดขึ้น ต้องกราบขออภัยอย่างสูงต่อพี่น้องประชาชนคนไทยที่ผมก้าวพลาดไป ผมก้าวเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม และรอดพ้นออกไปอย่างปลอดภัยด้วยกำลังใจของเพื่อนพี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย ครอบครัวและแฟนคลับที่ไม่เคยทิ้งผมเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทุกคนยังรักผมอยู่ ขอให้ทุกคนปลอดภัย พระเจ้าคุ้มครองทุกคน”
ใจพร้อมทำงานเต็ม 100 สัญญาจะกลับเยี่ยมน้อง ๆ ในเรือนจำ แต่ไม่อยากจะกลับเข้าไปอีกแล้ว
“จะบอกว่าพร้อมเต็มที่หรือเปล่านั้นหัวใจก็คือ 100% แต่ร่างกายต้องไปฟิตอีกนิดหน่อย อยู่ในนี้ผมเองก็ได้สร้างประโยชน์ไว้พอสมควร ไม่ว่าจะที่เรือนจำมีนบุรี หรือที่เขากลิ้งแห่งนี้ ผมไปเล่นคอนเสิร์ต ได้สอนน้อง ๆ ในเรือนจำที่เขามีความชื่นชอบในดนตรีให้เขาไปต่อยอดทำเป็นอาชีพเขาได้ ผมออกมาแล้วน้อง ๆ ก็ใจหายกัน ผมรู้สึกมีความผูกพันกับน้องๆ ที่นี่มาก แต่ไม่อยากอยู่ต่อนะครับ ผมสัญญาว่าจะกลับมาให้กำลังใจน้องๆ เท่าที่จะทำได้”


