“โบ สุรัตนาวี” ย้อนเล่าชีวิตรักพังจนรู้สึกตัวเองล่มสลาย ช็อกอดีตสามีแต่งงานกันมา11 ปี กลายเป็นร่างอวตาร โทษตัวเองที่จัดแจงชีวิตสามีทุกอย่าง พอหย่าแล้วมารู้เรื่องผู้หญิงอีกมากมายจนรับไม่ไหว สติแตก เป็นแพนิกชักเกร็ง หวาดระแวงไปหมด
กำลังจะแต่งงานอีกครั้งในช่วง ก.ย. นี้ แต่กว่าที่ “โบ สุรัตนาวี สุวิพร” จะมานั่งคุยสดใสเล่าชีวิตช่วง 3 ปีที่ผ่านในรายการ club friday show ได้แบบนี้ ก็ต้องผ่านการประกอบร่างใหม่จากชีวิตคู่ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกพังล่มสลาย
“คนไม่ค่อยรู้ว่าโบหย่ามา 3 ปีกว่าแล้ว ด้วยคู่เราเป็นคู่รักตัวอย่างจนมันเกิดเรื่องขึ้น โบแต่งงานมา 11 ปี รู้จักคบกันมาก่อนหน้านั้นอีกก็ประมาณ 14 ปี ก่อนหน้านั้นที่คบกันมาทุกอย่างดีหมดเช้าวันนึงที่ฉันสดใสของฉันอยู่ดีๆ เห็นเขานั่งเล่นคอมพิวเตอร์ด้วยหน้าตาเคร่งเครียด เราก็เลยถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ก็เดินไปดู เราก็ขอดูหน่อย เขาก็ปิดไม่ให้ดู แอ็กชั่นใหญ่มาก เขาก็พูดกับโบว่าเขามีอะไรจะบอก ซึ่งเขาก็คุยกับคนอื่นอยู่จริงๆ
แชตที่เขาคุยกันมันเป็นแอปฯ ที่เราไม่รู้จัก ที่เป็นเรื่องราวกับผู้หญิงอีกคนนึง ไล่ดูตั้งแต่ปี 2017 จนถึงตอนนั้นคือ 2023 ซึ่งก่อนจะสร้างแอปฯ มาคุยกันขนาดนี้ เราถามเขาก็อธิบาย เขาต้องมีสัมพันธ์กันมาก่อนหน้านี้ เขาสารภาพมาจนเราช็อก ว่าที่ผ่านมามันมีอะไรในชีวิตเราแบบนี้ด้วยเหรอ ทั้งๆ ที่ผ่านมามันไม่มีอะไรเลย เรามีความสุขกันดีทุกอย่าง ไม่มีอะไรให้รู้สึกเอ๊ะเลย
ในแชตที่เราอ่านเขาก็มีความรักกัน จะบอกว่าเขาคบซ้อนมันก็ไม่ใช่ เป็นโรแมนติกด้านนึงที่เขามีกับผู้หญิงอีกคนแต่ในระหว่างนั้นก็มีเราเป็นภรรยา เขาไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน แต่เขาก็ไปหากันแหละ ภาพลักษณ์ที่ทุกคนเห็นเขาดูเป็นคนดี สุภาพ เรียบร้อย นิสัยดี”
ช็อกอดีตสามีบอกที่อยู่ด้วยกันมาคือร่างอวตารที่อีกฝ่ายสร้างขึ้น
“ในตอนนั้นเขาพยายามอธิบายว่าเราไม่รู้จักเขาจริงๆ หรอก เขาก็บอกว่าเขาสร้างอวตารขึ้นมาตัวนึงเพื่อที่จะอยู่กับเรา อาจจะเป็นคนที่เขาคิดว่ามันดีแต่ตอนนี้ตัวนั้นมันตายไปแล้ว
สิ่งที่เขาต้องการสารภาพในวันนั้นก็คงจะวัดใจโบว่าเราจะให้อภัยแล้วเริ่มต้นใหม่ หรือว่าเลิกกัน เขาก็ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่นะ แต่การขอเริ่มต้นใหม่มันไม่ได้ออกมาจากใจเขา ซึ่งมันอันตรายมากหากเราจะไปกันต่อ เดิมตอนแรกโบไม่บอกใครเลยแม้แต่ครอบครัว เพราะเรารู้สึกว่าการหย่าเป็นเรื่องไม่ดี เราต้องประคับประคอง เราเก็บทุกอย่างเอาไว้ กลืนทุกอย่างมันลงไปหลายเดือนเลย
ซึ่งเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เขาไม่ได้มองเราด้วยสายตาแบบเดิม อะไรมันก็ไม่เหมือนเดิมไปหมด อย่างเรื่องที่เกิดขึ้นเราช็อก เราก็เสียใจ ร้องไห้มันก็เป็นเรื่องปกติ แต่เขากลับพูดกับเราว่ายิ่งเป็นอย่างนี้ยิ่งน่ารำคาญรู้ไหม ประโยคนี้มันเป็นกรรไกรสำหรับโบเลย นี่มันไม่ใช่แล้ว มันเป็นจุดที่เรารู้สึกว่าเราจะต้องทำใจให้ได้แล้ว”
ทุกข์เกิดความรู้สึกโทษตัวเองที่ควบคุม จัดแจงชีวิตสามีทุกอย่าง
“ตอนรักกับไม่รัก มันแตกต่างกันมาก กลายเป็นว่าที่ผ่านมาโบเป็นคนควบคุมเขาทุกอย่าง เช่น แปรงสีฟัน ก็โบเป็นคนซื้อของเข้าบ้าน โบก็เลือกแปรงมาอย่างดีแล้วเขาก็ใช้อย่างนั้นมาโดยตลอด แต่มันกลายเป็นว่าสิทธิในการซื้อแปรงสีฟันเองเขายังไม่มีเลย แต่เราอยู่ๆ ก็กลายเป็นไปคิด ตายแล้วเราไปวุ่นวายกับชีวิตเขามากเกินไปจริงๆ เราไปจัดแจงชีวิตเขามากเกินไป
ในระหว่างนั้น เขามีการบล็อกโทรศัพท์เรา คนรอบตัวมาบอกว่าเราไม่ดี ให้เราปรับตัว เช่น ให้โบปิดตา ไม่ต้องไปรู้ทุกเรื่องของเขา ให้โบเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เขาเป็นคนที่อยู่ด้วยได้ มันไม่ใช่ตัวโบ โบยอมรับนะว่าโบมีภาวะการเป็นผู้นำสูง เขาอาจจะอยากเป็นผู้นำในครอบครัว แต่เขาก็ต้องทำให้มันอยู่ได้ ไม่ใช่ว่าโบไม่ให้เกียรติเขา เราพยายามดร็อปตัวเองมาตลอดเพื่อจะยกเขาขึ้น โบพยายามอยู่ข้างหลังเป็นฝ่ายซัปพอร์ตแต่ในวันที่เรามีสติ เรามาคิดได้ว่าเราไม่ได้ผิด”
ยื้อชีวิตคู่อยู่ 1 ปี จนมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจหย่ากัน
“เราก็ยังให้โอกาสเขา ก็ลองไปเข้าอบรมชีวิตคู่กัน แต่เหมือนเราทำแบบนั้นความจริงมันยิ่งแทง มันยิ่งแย่ โบยอมรับว่าโยยึดติดกับอวตารเดิมของเขา ณ จุดที่มาตีแผ่ว่าไม่มีอวตารตัวนั้นเรารู้สึกว่าเราไม่รู้จักเขาอีกแล้ว เราไม่โอเคกับเขาในเวอร์ชั่นคนใหม่
ตอนที่โบเครียดมากๆ โบปวดท้อง ปรากฎว่าเป็นเนื้องอกที่มดลูก หมอแนะนำให้ผ่า ก็ไปบอกแม่เพื่อจะนัดวันผ่าตัด แม่โกรธมาก เล่าๆๆ การฉีดยาสลบโบมีสิทธิ์ตายได้นะ ถ้าเกิดมีการปั้มหัวใจใครจะเซ็นให้ ตอนนั้นเรายังอยู่ในสถานะสามีภรรยา ก็บอกแม่ให้เรียกเขามาเซ็น แม่ก็ไม่เอา เพราะแม่บอกถ้าโบตายไปกลายเป็นคนที่ดูแลทุกอย่างของโบคือเขา งานศพ ทรัพย์สิน แม่ก็บอกให้เขาเซ็นมอบอำนาจให้แม่ทุกอย่าง ถ้าโบตายไปทุกอย่างแม่จะเป็นคนดูแล เขาก็อึกอักไม่เซ็น แม่โมโหเลยบอกงั้นไปเซ็นหย่าเลย เลยต้องไปหย่ากัน แต่ในใจโบคือเขาหย่ากับโบมานานแล้ว”
พอประกาศเรื่องหย่าให้ทุกคนรู้ก็มีเรื่องคนเข้ามาบอกหลายเรื่องราวจนรับไม่ไหวสติแตก จนเป็นแพนิก
“หลังจากบอกเรื่องนี้ให้คนอื่นได้รับทราบกัน ก็กลายเป็นว่ามีคนมาบอก มีอี 1 อี 2 มีคนมาบอกเขาไม่ได้ดีหรอกนะ แค่คนที่เราเจอมันก็ยังไม่ออกไปจากเราเลย ก็ต้องมายัดเรื่องพวกนี้อีก กลายเป็นเราสติแตก เรารับเรื่องไม่ไหว จิตใจโบเรียกว่าล่มสลาย ความรู้สึกเหมือนบ้านพัง เราไม่มีบ้านให้กลับไป ทั้งๆ ที่คนรอบตัวพร้อมดูแลเราเต็มที่ แต่ข้างในใจเรามันไม่มั่นคงอีกต่อไปแล้ว โบไม่มีแรง หายใจรวยริน พยายามตีตัวเองเรื่อยๆ นี่เรายังมีชีวิตอยู่นะ
ตอนนั้นเราคิดว่าเราไม่ได้เป็นนะซึมเศร้า แต่ความจริงกับความรู้สึกมันบังคับไม่ได้ 2 อาทิตย์น้ำหนักลงไป 10 กิโล ปากมันขมไปหมด ตัวมันเจ็บไปหมด วันนี้มานึกถึงแล้วสงสารตัวเองมากๆ เราเจ็บขนาดนั้นได้ยังไง ถามหมอนะทำไมมันเจ็บ หมอบอกมันเจ็บได้จริงๆ ก็ถามหมออีกแล้วเมื่อไหร่จะหาย หมอก็บอกว่าใจเราหายเจ็บเมื่อไหร่เราก็จะหายไปเอง ย้อนเล่าที่โบต้องไปหาหมอเพราะโบชัก มันคืออาการทางกายที่ประทุออกมา มันคืออาการแพนิก ก็ใช้เวลา 1 ปีทุกอย่างดีขึ้น”
“ปริญ” เพื่อนสนิทเข้ามาอาสาดูแลใจ หลังเห็นสภาพตนพังแล้วนอนไม่หลับไปเป็นเดือน
“เขาเป็นเพื่อนคนนึงที่เจอกันมาตั้งแต่ ม.4 เคยชอบกันมาก่อน เขาก็มาคอยถือกระเป๋าให้ แต่ก็เป็นเพื่อนกันแบบกุ๊กกิ๊กกัน ด้วยความที่โบก็เป็นคนเจ้าชู้คนนึง เราเลือกได้ ก็ไม่คิดจะหยุดที่ใคร ก็เป็นเพื่อนที่วนเวียนอยู่ด้วยกันมาตลอด ชีวิตโบไม่เคยอกหักแบบไปต่อในชีวิตไม่ได้ นี่ก็คือครั้งแรกเลยที่เป็นแบบนั้น เขาก็เห็นเรามาในทุกเวอร์ชั่น โบเป็นพวกสุขนิยม ร่วมสุขได้ ร่วมทุกข์ไม่เอา
ปริญ (แฟนใหม่) เขาคิดว่าเราจะต้องไม่เป็นอะไร เขาไม่เชื่อว่าเราจะเป็นไปได้ขนาดนั้น แต่พอเขาได้เห็นสภาพเราที่เรากลัวคนจะมาทำร้ายตลอดเวลา ไม่ไว้ใจใครเลย สภาพในตอนนั้น คือเขาบอกว่าเขานอนไม่หลับเป็นเดือนๆ เลย เขาเลยรู้สึกว่าฉันต้องรักคนนี้แน่ๆ เลย เขาก็เลยไปปรึกษาเพื่อน แล้วก็มาดูแลโบ จนวันที่เราดีขึ้น เขาก็พูดประโยคเดิมๆ ของเขาเดี๋ยว 50 ค่อยมาอยู่ด้วยกัน โบก็เลยพูดสวนเขาไปว่าก็ลองมาเป็นแฟนกันไหมให้มันรู้ไปเลย
เขาไม่ได้มาโอ๋เรานะ เขาทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องเข้มแข็งถ้าเราจะอยู่บนโลกใบนี้ เขารู้ว่าโบยังมีความผวา เขาก็จะมาแฮ่ใส่ ให้รู้ว่าบนโลกนี้มันมีอะไรให้ผวาได้ตลอด เขาบอกว่าฉันก็รักเธอมาตลอด มันเป็นความรักที่บริสุทธิ์ เป็นความรักที่มีแต่ความหวังดี แต่โบก็คาดหวังเยอะนะคะ เพราะถ้าเราจะก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์ครั้งที่ 2 เธอต้องมี good deal ให้ฉัน คือฉันเป็นคนมีแผล ฉะนั้นเธออย่าซ้ำแผลฉัน ก็เลือกแล้ว ก็ลองดูอีกสักตั้งนึง”
บทเรียนความรักอย่าทุ่มใจให้กับใคร 100% ต้องเหลือพื้นที่ให้กับตัวเอง
“มันไม่มีอะไรแน่นอน อย่าไปตัดสินใคร เราไม่รู้ว่าเขาเติบโตมายังไง เราไม่รู้ว่าเขาผ่านอะไรมา อย่างไรเสีย เราต้องรักตัวเอง อยากให้แบ่งพาร์ตของตัวเองเอาไว้ คืออย่างโบตอนแต่งงานโบคิดว่าเธอกับฉัน หนึ่งบวกหนึ่งเป็นหนึ่งจริงๆ มันไม่ใช่เราต้องเผื่อในด้านของตัวเองไว้บ้างสัก 30 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้บอกว่าไม่ให้รักเต็มที่นะ 70 เปอร์เซ็นต์ นั้นเต็มที่ไปเลย แต่อีก 30 เผื่อใจไว้หน่อย”


