“ทนายนิด้า” ลั่นไม่ได้สวนกระแสไม่เข้าข้าง“ทราย สมุทร” แจงการชี้แจงตามข้อกฎหมายที่ถูกต้อง ข้ามผ่านทัวร์ลง ยันไม่ได้เข้าข้างใครแค่ต้องการให้ความรู้ด้านกฎหมายที่ถูกต้อง ย้ำคำว่าข่มขืน กับกระทำชำเรา แยกให้ถูก โอดโซเชียลสมัยนี้อะไรที่ไม่ถูกใจก็จะตีเป็นผิดไปเสียหมด
โดนทัวร์ลงยับหลังถูกมองสวนกระแสไม่เข้าข้างออกโรงเตือนสติ “ทราย สมุทร” จากที่ “ทนายนิด้า ศรันยา หวังสุขเจริญ” โพสต์ข้อมูลให้ความรู้เรื่องการนำคลิปเสียงที่แอบอัดมาแฉ รวมถึงให้แยกแยะคำว่าข่มขืนกับออรัลเซ็กส์ จนชาวเน็ตตั้งคำถามใส่ว่านี่มันตรรกะอะไร ซึ่งทนายนิด้าขอชี้แจงเรื่องนี้ว่าตอนนี้ทัวร์โซเชียลอะไรที่ไม่ถูกใจก็จะตีเป็นผิดไปเสียหมด อย่าลืมว่าบางทีเพจนักกฎหมายก็ต้องโฟกัสในมุมนักกฎหมาย
“เป็นการให้ข้อมูลข้อกฎหมายคำว่าข่มขืน กับคำว่ากระทำชำเรา เราให้ความเห็นทางด้านกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ณ ตอนนี้ทัวร์โซเชียลอะไรที่ไม่ถูกใจก็จะตีเป็นผิดไปเสียหมด แต่ว่าอย่าลืมว่าบางทีเพจนักกฎหมายก็ต้องโฟกัสในเรื่องของมุมนักกฎหมาย ดังนั้นสิ่งที่เราแชร์มุมมองไปเราอยากให้ชาวเน็ตสามารถวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้ บนพื้นฐานความรู้ที่มันถูกต้องมันจะเพิ่มพูนกันต่อไปได้เรื่อยๆ
เหตุที่มาโพสต์คำว่าข่มขืนกระทำชำเรา คำว่ากระทำชำเรากับการใช้ปาก พูดง่ายๆ ก็คืออรัลเซ็กส์ ต้องบอกว่าหลายๆ คนไปเข้าใจว่าการออรัลเซ็กส์คือการข่มขืนกระทำชำเรา ไม่ใช่ ออรัลเซ็กส์ก็คือออรัลเซ็กส์ แต่ถ้าจะไปมองว่าเป็นความผิดต้องได้ความต่อไปว่าการออรัลเซ็กส์เกิดจากการบังคับขู่เข็น ดังนั้นการออรัลเซ็กส์มันมีทั้งการสมยอมและไม่สมยอม หลายคนไปตีความเหมารวมว่าการออรัลเซ็กส์แปลว่าข่มขืน มันไม่ใช่
นิด้าไม่ได้บอกว่าประเด็นดังมันเป็นความผิดหรือไม่เป็นความผิด เพราะสุดท้ายมันจะมีข้อกำหนดด้วยอายุของผู้ถูกกระทำ ถ้า 13-15 ปีทำอะไรที่เกี่ยวกับเพศ ไม่ว่าจะสมยอมหรือไม่สมยอม มันผิดทั้งหมดอยู่แล้ว แต่เราอยากให้แยกให้ถูกว่าการออรัลเซ็กส์มันเป็นความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราไหม มันไม่ใช่ ไม่งั้นเดี๋ยวต่อไปมันจะไม่มีมิตินี้กันแล้วนะ มันเอามารวมกันไม่ได้ ต้องแยกนิยามกันให้ถูก เราแค่ออกมาบอกในเรื่องของนิยามให้มันถูกต้องเท่านั้นเอง มันไม่ใช่แต่ชาวเน็ต นักกฎหมายก็ใช้ผิดเหมือนกัน เราก็อยากจะให้ใช้กันให้ถูก”
ข้ามผ่านทัวร์ลง ยันไม่ได้เข้าข้างใครแค่ต้องการให้ความรู้ด้านกฎหมาย
“ก็ต้องข้ามผ่าน เราใช้ชีวิตอยู่ในโซเชียลไม่ได้หรอก มันจะมีทั้งคนที่อยากเสพในสิ่งที่ตัวเองอยากจะในจริตตัวเอง เราก็ละไว้ แต่คนที่อยากได้ความรู้ทางกฎหมายก็มาเสพแล้วกัน ทัวร์ลงก็มีบ้างที่เซ็ง เราไม่ได้เข้าข้างใคร เราแค่อยากให้ความรู้เรื่องข้อกฎหมายที่ถูกต้อง เราไปเถียงกับคนที่มีพื้นฐานไม่เหมือนกัน มันคุยกันคนละเรื่องคนละประเด็นก็อาจจะมีบั่นทอนบ้าง แต่เดี๋ยวมันก็ข้ามผ่านไปได้ เราเจอมันมาเยอะแล้ว”


