เหล่าพรีเซ็นเตอร์ “แพนเค้ก เขมนิจ - บีม กวี - ออย อฏิพรณ์” มั่นใจ Dr.JiLL โปรตีนมาตรฐานไม่ตกฉลาก หลังตั้งโต๊ะแถลงแสดงจุดยืนพร้อมให้ตรวจสอบ รวมถึงผู้บริโภคท่านไหนสงสัยจะเจอสินค้าปลอม สามารถส่งมาตรวจกับทางบริษัทได้
จากกรณีที่โซเชียลมีการพูดถึง โปรตีนตกฉลาก และมีการพาดพิงถึงแบรนด์ Dr.JiLL โดยล่าสุดทางแบรนด์ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ โดยมี “อัญชิสา ธนาวิมลวรรธน์” ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของแบรนด์ Dr.JiLL พร้อมด้วยเหล่าพรีเซนเตอร์ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ , ออย อฏิพรณ์ - บีม กวี ตันจรารักษ์ และ “ทนายนิด้า ศรันยา หวังสุขเจริญ” เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นดังกล่าว
อัญชิสา : “คือจริงๆ ต้องบอกว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคก็มีการตื่นตัวในเรื่องของสินค้าประเภทต่างๆ กันหลายประเภท ที่อยากจะตรวจสอบแล้วก็เข้าถึงข้อมูลที่ลึกขึ้นเกี่ยวกับสินค้าที่เขาอุปโภคบริโภคต่างๆ จริงๆ พอมันมีกระแสขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปี ทางเราก็มีการสุ่มตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ แต่ทีนี้พอกระแสหลายๆ อย่างมันอาจจะงวดเข้ามา หรือว่าเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ทางเราก็คิดว่ามันถึงเวลาที่เราอาจจะต้องเปิดเผยกระบวนการการผลิต การตรวจสอบวัตถุดิบ หรือว่าคุณภาพต่างๆ เรียกอย่างนี้แล้วกันว่า เราเปิดเผยวิธีการทำงานของเรา ว่าเราทำงานกันอย่างไร แล้วก็มีความโปร่งใสในการตรวจสอบมากน้อยแค่ไหน
ในเรื่องของปลอมที่ผ่านมาในส่วนของเซรั่ม เราเองก็เจอของปลอม 5,000 กว่าชิ้น เราได้ไปแจ้งตำรวจ ปคบ. แล้วก็ได้รับความกรุณาจากตำรวจ ปคบ. ตรวจสอบแล้วก็จับนะคะ ในตอนนั้นเราก็ได้มีการแถลงข่าว มีทาง อย. เข้ามาร่วมแถลงด้วย
ในวันนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเราเจอของปลอมในเรื่องของโปรตีนหรือเปล่า แต่ก็ยินดีถ้าเกิดว่าใครจะร่วมสุ่มซื้อแล้วตรวจสอบ แล้วสงสัยว่าเป็นของปลอมหรือไม่ ก็ยินดีที่ให้ตรวจสอบหรือว่าส่งเข้ามาที่บริษัทเรา ก็จะได้ตรวจสอบร่วมกัน เพราะว่าเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคก็เป็นเรื่องที่ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน หรือแม้แต่ทางบริษัทเอง ก็อยากจะร่วมมือ แล้วก็ได้ตรวจสอบร่วมกันค่ะ”
กระแสโปรตีนตกฉลาก ยังไม่ส่งผลต่อยอดขาย แต่ที่ออกมาเพราะอยากซัปพอร์ตความเชื่อมั่นให้กับพรีเซ็นเตอร์
อัญชิสา : “จริงๆ ของเราตอนนี้ไม่ได้มีผลกระทบอะไรนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนหรือสินค้าประเภทใดก็แล้วแต่ ทุกๆ ท่านมีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบได้ แล้วจะมีความพึงพอใจในการสั่งซื้อต่อไปหรือไม่ อย่างไร ก็อยู่ที่ความพึงพอใจของผู้บริโภคเป็นหลัก แล้วตอนนี้ของเรายังไม่ได้กระทบอะไร แต่ที่ออกมาวันนี้เราอยากออกมายืนยันในฐานะผู้จัดจำหน่าย และก็มีทั้งโรงงานใดๆ แล้วก็มายืนยันความโปร่งใสกับผู้บริโภคว่ามาตรวจสอบกับทางเราได้
ยืนยันว่าทางแบรนด์ไม่ได้มีผลกระทบอะไร แต่เราต้องการเซฟความรู้สึกของพรีเซ็นเตอร์เรา เราต้องการเซฟความรู้สึก และหลายๆ ครั้งที่เราอยากจะพูดอะไรออกมา เรารู้สึกว่าถ้าเป็นบริษัทออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยตัวเอง หรือโรงงานผู้ผลิตก็ออกมาแสดงความรับผิดชอบ มันครอบคลุมและมันก็แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจของเราทั้งหมดค่ะ”
หากผู้บริโภคท่านไหนไม่มั่นใจ สามารถติดต่อบริษัทเพื่อให้ช่วยตรวจสอบได้
อัญชิสา : “ถ้าซื้อในร้านค้าที่เป็นมอลล์ หรือเป็นออฟฟิเชียลก็จะดีมาก แต่จริงๆ ดูที่ตะกร้าได้นะ ตะกร้าการซื้อในตะกร้าหรือรถเข็น หรือจำนวนชิ้น ไอเทมที่มันขายออกไป ถ้าเพิ่งเปิดใหม่ๆ ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแพลตฟอร์ม ก็อาจจะมีความเสี่ยง แต่จริงๆ มีอินฟลูเอนเซอร์ท่านนึงที่เขาเคยไลฟ์แล้วก็มีคนมาบอกว่า รูปลักษณ์ของซองข้างในมันเปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นซองฟรอยด์ใหญ่อยู่ในกระปุก มันเป็นซองฟรอยด์เล็กหลายๆ อัน อันนั้นก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะไม่ใช่แล้ว
แต่ตอนนี้เท่าที่ตรวจสอบก็คือยังไม่พบ เพราะท่านที่มาคอมเมนต์หรือมาบอกกับอินฟลูเอนเซอร์ ก็ยังไม่ได้ติดต่อมาทางออฟฟิศซึ่งบอกเลยว่าถ้าเมื่อไหร่มีของปลอม ทางเราลงตรวจเอง เรานี่แหละเป็นคนไปลงพื้นที่เอง เพราะฉะนั้นวันนี้ใครทำก็เจอเราได้แน่นอน
ใครที่อยากตรวจสอบ มาแจ้งมาทางบริษัทได้เลยขอให้มีใบสั่งซื้อจากแพลตฟอร์มต่างๆ มีใบเสร็จ สลิปโอนเงิน แล้วส่งมาทางออฟฟิเชียลของเรา เราช่วยตรวจสอบได้ เราสามารถพาไปแจ้งตำรวจได้ คือทุกอย่างเราทำร่วมกัน เพราะมันจะได้เป็นเคสตัวอย่างว่า คุณทำของจริงของปลอมอย่างไร เอกสารที่ออกมาจริงปลอมอย่างไร มันก็จะได้ตรวจสอบได้ทั้งหมด เพราะว่าคุณสั่งซื้อ มีใบเสร็จ มีสลิปการโอนเงินทุกอย่าง ส่งมาที่บริษัทเลย ยินดีที่จะตรวจสอบร่วมกัน”
ด้าน “ออย-บีม” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ ผู้ใช้ และผู้ขายเองกล้าพูดได้อย่างมั่นใจหลังทางแบรนด์มีเอกสารมายืนยันชัดเจน บอกที่ผ่านมาไลฟ์ขายมีคนมาถาม โปรตีนตกฉลาก?
บีม : “จริงๆ ต้องบอกว่าวันนี้อยากขอบคุณทาง Dr.JiLL มากๆ ที่ออกมาทำแถลงข่าวแบบจริงจังแบบนี้ เพราะว่าเราในฐานะผู้บริโภคด้วย แล้วก็ในบางครั้งเป็นคนที่ขายด้วย เราจะได้ยืนยันกับทุกคนได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เราขายเป็นสิ่งที่เราเชื่อมั่นได้แบบเต็มปากเต็มคำจริงๆ แล้ววันนี้เราก็ได้คุยกับทางเจ้าของด้วย แม้แต่ฝั่งผลิตก็ได้คุย มันยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้น เพราะฉะนั้นเวลาที่ต่อไปนี้เวลาเราไลฟ์ขายของ มีคนเข้ามาถามเราจะได้ตอบได้ว่าเรามีมาตรการแบบนี้นะในการตรวจสอบ เรามีมาตรฐานแบบนี้ในการผลิต
ทำให้เรามั่นใจมากขึ้นในการที่เราจะได้บอกทุกคนได้อย่างชัดเจนต่อไป ที่ผ่านมาทุกครั้งที่เราไลฟ์ มันก็จะมีเรื่องโปรตีนตกฉลากหรือเปล่า มันจะมีคนถามเข้ามาเรื่อยๆ อยู่ประมาณนึง”
ออย : “ที่ผ่านมาเราก็จะบอกว่ามีเอกสารโชว์นะคะ แล้วในตะกร้าสามารถที่จะทักแชตเข้าไปขอเอกสารจากแอดมินส่งเป็น PDF ให้เลย แต่บางทีพอเวลาผ่านไป เอกสารจากฝั่งเราอย่างเดียวมันอาจจะยังไม่คลายความสงสัย ฉะนั้นวันนี้มันเหมือนกับการปลดล็อก ทุกอย่างเวลาคำพูดทุกสิ่งที่เราเคยพูดไว้ หรือว่าความสงสัยที่ผู้บริโภคมีอยู่ ออยว่าวันนี้มันค่อนข้างชัดเจน ว่าที่ผ่านมาเรามีกระบวนการในการผลิตยังไง แล้วก็มีความซื่อสัตย์ซื่อตรงต่อผู้บริโภคยังไง รวมถึงที่เขารีเช็กกันหลายรอบ ก็รีเช็กเพื่อตัวเองด้วย เพื่อผู้บริโภคด้วย”
“แพนเค้ก เขมนิจ” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ สบายใจที่ได้เห็นเอกสารยืนยันความชัดเจนของแบรนด์
แพนเค้ก : “แพนว่าวันนี้ก็ทำให้เราทุกคนได้ตื่นตัวด้วยกันทุกฝ่าย แล้วก็ได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกๆ คนด้วย ก็ต้องขอบคุณ Dr.JiLL ด้วยที่ทำให้หลายๆ คนได้คลายกังวล หรือว่าเราในฐานะคนทำงาน และในฐานะผู้บริโภค ในสิ่งที่เราเชื่อมั่นอยู่แล้ว เราก็ยังคงเชื่อมั่นในสิ่งที่เราสามารถพูดต่อหรือบอกต่อได้อย่างเต็มที่ในส่วนของแพนไม่ได้มีใครถามอะไร ไม่ได้มีใครกังวลเรื่องใดๆ
แต่ว่า ณ วันนี้ที่เราได้มีโอกาสพูด ก็จะได้พูดได้อย่างเต็มที่ว่า เราได้เห็นเอกสารทุกอย่างอย่างชัดเจน มีการตรวจอะไร และทางนี้ก็แฟร์อย่างเพียงพอที่จะให้ผู้บริโภคและผู้ผลิตได้จอยได้ทำงานร่วมกัน”
ด้าน “ทนายนิด้า” เผยในตลาดโปรตีนการแข่งขันสูง ทำให้เกิดการดิสเครดิต โจมตีกันเกิดขึ้น
ทนายนิด้า : “ก็คือถ้าสมมติว่าเรื่องราวมันไม่เป็นจริง มันจะมีทั้งในส่วนของเรื่องของการละเมิด หมิ่นประมาท แล้วอาจจะเป็นเรื่องของความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ต้องบอกว่า ณ ตอนนี้ขออนุญาต ก่อนหน้าที่จะมาแถลง เราได้มีการพูดคุยกับทางผู้บริหาร ต้องบอกว่าวัตถุประสงค์ของวันนี้ อยากแค่ออกมาชี้แจงความบริสุทธิ์ของตัวเอง ความสุจริตใจของตัวเอง
ดังนั้นเมื่อสักครู่ที่ถามไปว่าตอนนี้ทางแบรนด์ได้รับผลกระทบอะไรหรือยัง ต้องบอกว่ายังไม่ได้ได้รับผลกระทบ แต่ว่าเพื่อการแสดงความบริสุทธิ์ใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค มันจึงเกิดวันนี้ขึ้น ณ ตอนนี้ตลาดโปรตีนมันแข่งขันกันสูง แล้วก็รุนแรงมากๆ ดังนั้นไม่พูดไม่ได้ เราไม่อยากพูดเพื่อที่จะไปพาดพิงถึงใคร เราอยากพูดแค่ในกรอบของเรา แต่อย่างไรก็ตามมันแอบจะแตะไปสักนิดนึงไม่ได้
เพราะต้องบอกว่า ณ ปัจจุบันพอแข่งขันกันสูง มันเกิดการดิสเครดิตกัน เกิดการโจมตีกัน เพื่ออาจจะสร้างยอดขายให้ตัวเอง หรือต้องการให้เราได้รับผลกระทบ หรือไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ ต้องบอกว่าอยากฝากผู้บริโภคทุกคนนะคะ ที่จะเลือกบริโภคอะไรก็ตาม อาจจะต้องชั่งน้ำหนักแล้วก็กลั่นกรองนิดนึง ในเรื่องของการรับข้อมูลข่าวสารนะคะ บางทีอาจจะเกิดการโจมตีโดยที่ไม่ได้มีหลักฐานหรือมีข้อเท็จจริงอะไร”
ผู้บริโภคควรเสพข้อมูลแล้ววิเคราะห์ตาม หากโจมตีเกินความจริงก็ต้องรับผล
“หรือวันนึงอาจจะมีการกล่าวอ้างว่านำสินค้าของเราไปส่งตรวจ อาจจะต้องเสพแล้ววิเคราะห์นิดนึงว่ามันมีความเป็นไปได้แค่ไหน หรือสิ่งที่ส่งตรวจมันใช่ หรือมีการปนเปื้อนอะไรหรือเปล่าที่ทำให้อาจจะทำให้ค่าเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างนี้ มันสามารถเกิดขึ้นได้ในวงการที่มีการแข่งขันกันสูง แล้วบางทีไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา มันเกิดขึ้นได้
ดังนั้น ณ วันนี้เราก็อยากมาแสดงความบริสุทธิ์ ส่วนตัวนิด้าในฐานะนักกฎหมาย ก็ไม่อยากที่จะต้องมานั่งทำคดีอะไรประเภทนี้นะคะ ดังนั้นในการวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าเราเป็นผู้บริโภคแล้วเราได้รับข้อเท็จจริงว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ใช่ถูกบิดเบือนหรือเท็จแล้วเอามาโจมตีกัน คุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้ วิพากษ์วิจารณ์ได้นะคะ หรือคุณจะไปแจ้งหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น สคบ. หรือ อย. อะไรต่างๆ คุณก็สามารถทำได้ แต่ว่าในทางกลับกัน
ถ้าคุณโจมตีแล้วมันไม่ใช่เรื่องจริง มันไม่มีข้อมูลความจริง ดาบนั้นมันก็จะย้อนมาทำร้ายคุณได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหมิ่นประมาท หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะว่าสิ่งที่คุณพูดไปเนี่ย ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เป็นประโยชน์ต่อสังคม คุณสามารถทำได้ แต่ว่าถ้าสิ่งที่คุณพูดไปแล้วมันไม่ได้เป็นความจริง มันก็ทำให้สาธารณะหรือแม้แต่เจ้าของแบรนด์ได้รับผลกระทบ ได้รับความเสียหาย เราก็สามารถถูกดำเนินคดีในกรณีอย่างนี้ได้เหมือนกันค่ะ"


