“ทนายนิด้า” ที่ปรึกษาบททนายปีศาจ ดีใจคนยกเป็นทนายจิตตรีตัวจริง เผยเบื้องหลังเรื่องจริงดาร์กกว่าในจอมาก คดีจริงหมอข่มขืนติดคุกไม่เหมือนในซีรีส์ ยันทนายหน้าตึงเพราะโบท็อกซ์ไม่มีผลต่อการแสดงอารมณ์ อย่าโทษโบท็อกซ์ ใครๆ ก็อยากสวย
ได้มีส่วนร่วมเป็นที่ปรึกษาในการเขียนบทซีรีส์ที่กำลังเป็นกระแส “ทนายปีศาจ” ซึ่ง “ทนายนิด้า ศรันยา หวังสุขเจริญ” ได้เผยในฐานะที่เป็นทั้งทีมเบื้องหลังและเป็นผู้ที่มีประสบการณ์อาชีพในซีรีส์ทนายปีศาจ มีทั้งเรื่องที่เหมือนและไม่เหมือนในชีวิตจริงอาชีพทนาย
“มีทั้งเหมือนและไม่เหมือน ที่ไม่เหมือนคือทรงผม ต้องชื่นชมว่าซีรีส์ทำออกมาได้ดีมากๆ เข้าถึงคนดู ที่ไม่เหมือนคือบางเรื่องอาจจะเพิ่มอรรถรส แต่ในความเป็นจริงถ้าซีรีส์ดาร์กแล้ว เรื่องจริงมันมีความดาร์กกว่านั้นอีก
ในประเด็นซักถามก็ถามกันแบบในเรื่องแหละ แต่การตั้งคำถามของทนายความถ้าในเรื่องเกี่ยวเพศก็จะถามกันถึงขนาดนั้นแหละ เป็นการถามเพื่อดูความจดจำของตัวเหยื่อคุณจำได้แค่ไหน คุณถูกกระทำอย่างนั้นจริงหรือ ที่หลายคนบอกว่าคดีความผิดทางเพศแล้วจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมถูกทำซ้ำๆ ก็จะไม่เกินจริง มันจะเป็นแบบนั้น ถ้าทนายอีกฝ่ายจะทลายน้ำหนักของเหยื่อก็จะใช้คำถามลักษณะแบบนี้แหละ
แต่ในศาลไม่ได้ไปขู่ตะคอก ดุดันอะไรมากเท่าในซีรีส์ เพราะว่าถ้าทนายทำเช่นนั้นศาลก็จะติติงอยู่แล้ว ศาลจะไม่ให้ใช้น้ำเสียงที่เป็นการตะคอกดุดัน แต่ถามว่ามีทนายลักษณะแบบนี้ไหม มี แต่จะโดนศาลปรามแน่นอน”
ทรงผม “ทนายจิตตรี” ในซีรีส์ไม่ผิดระเบียบสภาทนาย บอกอาจจะได้เห็นตนทำทรงนี้ไปศาลบ้างก็ได้
“สภาทนายความไม่มีระเบียบในเรื่องของทรงผม แต่โดยภาพรวมทนายต้องแต่งกายสุภาพ เรียบร้อย แต่ก็ไม่ได้มีนิยามในเรื่องของทรงผมว่าทรงผมแบบใดจะสุภาพหรือไม่สุภาพ ในเมื่อถ้าไม่ได้เป็นข้อห้ามก็ทำทรงอย่างจิตตรีได้ วันนึงอาจจะเห็นทนายนิด้าทำทรงนั้นมาว่าความก็ได้”
เผยชีวิตจริงยิ่งกว่าในซีรีส์ ส่วนที่คนเชื่อมโยงในข่าวเอามาเป็นแค่อินสไปร์ ส่วนตัวได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทำบทเรื่องนี้
“ต้องถามว่าประเทศที่บอกว่าเราทำเกินจริงเป็นประเทศที่เจริญแล้วหรือเปล่า มันอาจจะมีเรื่องของแอ็กติ้งที่สร้างความดุดันให้กับคาแรกเตอร์ของแต่ละคนก็อาจจะเป็นแบบจิตตรีออกมา แต่ถ้าในแง่ของความดาร์กของจิตตรีหรือความดาร์กของข้าราชการมันมี ต้องยอมรับว่ามันมีเกิดขึ้น หลายๆ เรื่องมันมากกว่าในนั้นอีก ไม่ว่าจะเรื่องข่าวคนบนเรือ เรื่องจริงมันมากกว่าในซีรีส์
ส่วนคนมองว่าสิ่งนี้ในเรื่องเห็นในข่าวจริงๆ ก็อินสไปร์ไปด้วย ก็ต้องบอกว่านิด้าได้มีโอกาสได้ให้คำปรึกษาคนเขียนบท ปฎิเสธไม่ได้ว่ามีการนำคดีที่มันเกิดขึ้นจริงที่ทางเราเป็นคนรับผิดชอบ เอาไปดัดแปลง ในคดีข่มขืนในซีรีส์ก็ต้องบอกว่ามีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง ด้วยนิด้าเป็นทนายที่รับผิดชอบคดีหมอข่มขืนคนไข้ที่เป็นฝ่ายเหยื่อ ในซีรีส์หมออาจจะรอด เพราะตัวผู้เสียหายถอนฟ้องไปเพราะทนความกดดันไม่ไหว แต่ในชีวิตจริงหมอติดคุกค่ะ”
กรณีดรามาเพจวิจารณ์หน้าผาก “หญิง รฐา โพธิ์งาม” ตึงเพราะฉีดโบท็อกซ์ บอกทนายฉีดโบท็อกซ์ไม่มีผลต่อการแพ้-ชนะคดี ส่วนตัวตนก็ฉีด
“ไม่มีผลอะไร ในชีวิตจริงทนายก็ฉีดอยู่แล้ว ถ้าย้อนไปเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วก็ตึงมาก แต่ศาลก็จะสามารถเข้าใจบริบทเราได้ หรือคนที่อยู่ในคอกพยานเวลาไปถามเขา เขาก็เข้าใจบริบทเราได้ว่าเรากำลังดุดันอยู่นะ เรากำลังเค้นเขานะ ก็ไม่ได้มีผลอะไร หน้าตึงไม่มีผลต่อการแสดงอารมณ์ เราโกรธเขาก็รู้ว่าเราโกรธ เราสามารถแสดงอารมณ์ด้วยมิติอื่นๆได้ อย่าโทษ ไม่เอาค่ะ
ส่วนคนที่วิจารณ์เรื่องนี้ นิด้าไม่รู้จะตอบโต้ยังไงเลย มันเป็นสิ่งที่คนยอมรับได้ในยุคปัจจุบันแล้ว ไม่มีใครไม่อยากสวย ไม่อยากฟรีซความอ่อนเยาว์ไว้ มองว่าเป็นเรื่องที่ข้ามผ่านไปเถอะ และการฉีดไม่มีผลต่อการแพ้-ชนะ”
ซีรีส์ “ทนายปีศาจ” ไม่ส่งผลต่ออาชีพทนาย ดีใจคนทักเป็นทนายจิตตรีในชีวิตจริง
“ตอนนี้ไม่ได้ส่งผลอะไร ในแง่มุมนึงก็ทำให้อาชีพทนายได้รับความสนใจมากขึ้น จากที่ได้รับความสนใจอยู่แล้ว ทนายปีศาจทำให้กระแสกระเพื่อมขึ้นอีกครั้ง (ในศาลมีแบบในเรื่องทุจริต?) เราจะไม่โฟกัสว่าในศาลมีหรือเปล่า พูดเป็นภาพรวมของกระบวนการยุติธรรมแล้วมีการทุจริต มีการสร้างพยานหลักฐานเท็จอะไรไหม มีค่ะ มีทั้งเอกชนที่ทุจริต มีทั้งรัฐบาลที่ทุจริต มีหมด จากประสบการณ์ที่ได้ประสบพบเจอ จิตตรีก็คือแสบ แซบมากหลายคนบอกเหมือนนิด้าเลย แต่เราก็ไม่ได้แสบขนาดนั้น อาจจะเป็นคนที่มีความชัดเจน มีความคล่องแคล่ว ดุดัน อาจจะมีจุด มีบุคคลิกที่คล้ายกันบางประการ ก็โอเค ดีใจ”


