“ตรี ภรภัทร” ขอโทษจากใจจริงปมดรามาแฟนมีตติ้ง สัญญาจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก พร้อมบอกใครจะตำหนิด่าว่าแล้วมีความสุขก็ทำไปเพราะตนรู้สึกผิดจริงๆ ยืนยันปิด X แค่พักใจ เดี๋ยวกลับมาแน่นอน
กลายเป็นประเด็นร้อนสุดๆ ในกลุ่มแฟนคลับของพระเอกหนุ่มฮอต “ตรี ภรภัทร ศรีขจรเดชา”หลังโด่งดังจากบทพระนเรศวร ในซีรีส์หงสาวดี จนได้จัดงานแฟนมีตติ้งเดี่ยวของตัวเองครั้งแรกในรอบ 10 ตั้งแต่เข้าวงการมา แต่ไม่วายมีดรามาตอนช่วงท้ายของงาน ในช่วงกิจกรรม Hi Touch ของแฟนคลับกับศิลปินแบบตัวต่อตัวที่แฟนคลับทุกคนต่างรอคอยช่วงเวลานี้ เพราะจะได้ใกล้ชิดกันมากที่สุด แต่กลายเป็นว่าพอจบงานเริ่มมีฟีดแบ็กจากแฟนคลับบางส่วนออกมาตัดพ้อในโซเชียลระบุว่าช่วงเวลาไม่กี่วินาทีของกิจกรรมทักทายศิลปิน พวกเขารู้สึกว่าหนุ่มตรีไม่ได้สบตาหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วยตามที่คาดหวัง รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกมองข้าม
ประเด็นดังกล่าวยิ่งดรามาหนักขึ้นเมื่อหนุ่มตรี มีการลบโพสต์ข้อความในแอปฯ X (Twitter) ออกจนหมด ตามด้วยปิดแอ็กเคานต์ไปเลย ทำให้บางกลุ่มมองว่าเป็นการหนีปัญหาหรือเปล่า หรือบางส่วนก็เป็นห่วงว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะกระทบความรู้สึกของเจ้าตัวมากขนาดไหน ล่าสุดหนุ่มตรีได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ในงานเปิดตัว Longines HydroConquest New Pop-up Store at Central World ณ Longines Pop-up Store เซ็นทรัลเวิลด์ โดยเจ้าตัวขอโทษกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกผิดจริงๆ และสัญญาว่าจะไม่ทำให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก
“ก่อนอื่นก็ต้องขอโทษอีกครั้งแล้วกันนะครับ ขอโทษกับทุกเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น รู้สึกผิดจริงๆ กับสิ่งที่มันเกิดขึ้น เราอาจจะดูแลไม่ทั่วถึง เราอาจจะทำตัวผิดพลาดไป ผมก็ขอโทษจริงๆ จากใจ ผมและทีมงานทุกคนมีความเสียใจ และก็ไม่อยากจะให้เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นอีก
เราพูดจากใจจริง ผมรู้สึกเสียใจจริงๆ เสียใจกับตัวเองที่เราทำอาจจะไม่เต็มที่พอ กลายเป็นเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดแบบนั้น ก็ขอโทษจากใจจริงๆ ครับ สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีกครับ ได้อ่านฟีดแบ็กหมดครับ ความรู้สึกก็มีทั้งดีและไม่ดีนะครับ แต่อยากบอกทุกคนว่า ทุกครั้งผมอยากให้ทุกคนมีความสุข ซึ่งอะไรที่เรารู้สึกว่า เราไม่มีความสุข เราสามารถถอยออกมาได้ ผมรู้สึกอย่างนั้นมากกว่า เราไม่ได้หายไปไหน แต่แค่เดี๋ยวเราจะกลับไปนะ
จริงๆ ก็ต้องเห็นใจทั้งสองฝั่งแหละครับ คือเรื่องทั้งหมดถ้าเราคุยกัน มันอาจจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ คุยกันตรงๆ เลย คือผมและทีมงานและช่องทุกคนสามารถทำให้มันแก้ไขได้ดีกว่านี้ครับ ผมเข้าใจ อย่างที่เขามาเราก็ขอโทษจริงๆ เพราะผมไม่รู้ว่าเขามาจากไหน บางคนมาไกลแล้วมันพลาดโอกาสโมเมนต์นั้นจริงๆ ผมก็รู้สึกเสียใจจริงๆ กับเหตุการณ์แบบนั้น ถ้าเป็นผม ผมก็คงเสียใจเหมือนกันคือครั้งนี้ตรีก็ไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าขอโทษจริงๆ ขอโทษจากใจครับ ยอมรับว่าแอบตกใจกับฟีดแบ็กบ้างครับ แต่เราก็ต้องชั่งน้ำหนักดีๆ ก็ขอบคุณสำหรับคนให้กำลังใจครับ ขอบคุณมากๆ ที่ยังรักและยังให้กำลังใจอยู่ครับ”
บอกที่ปิดแอ็กเคานต์ X ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะถ้ารู้สึกไม่สบายใจ ก็ขอถอยออกมาก่อน
“จริงๆ ผมเป็นคนอย่างนี้อยู่แล้ว ลบๆ แล้วก็หาย ยิ่งเป็นใน X เนี่ย จริงๆ แล้วไม่ใช่รอบแรกสำหรับผมในการที่ผมปิด X ครับ นี่เป็นรอบประมาณที่ 3 ที่ 4 แล้ว แต่ถามว่าครั้งนี้มันเกี่ยวข้องด้วย ก็อย่างที่ผมพูดไปเมื่อกี้ อันไหนที่เรารู้สึกว่าไม่สบายใจ ผมไม่ได้หายไปไหน แต่แค่เราถอยออกมา แล้วเรากลับเข้าไป จริงๆ ผมก็ยังมีช่องทางในการติดต่อกับแฟนคลับนอกเหนือจาก X อยู่ครับ มันก็ยังเปิด Open Chat ที่เราสามารถสื่อสารกับแฟนคลับได้
เอาจริงๆ ผมอาจจะปิดไปโดยบังเอิญช่วงเวลานั้นพอดี วันนั้นเราเพิ่งจะมีโอกาสขอโทษต่อหน้าทุกคนใน Community แฟนคลับของผม ก็คงเป็นวันนั้นครับ ก็อยากออกมาขอโทษด้วยตัวเอง เพราะผมก็รู้สึกว่ายังไงมันก็ผ่านมารายวันแล้ว งั้นสู้เราขอโทษต่อหน้าทุกคนแบบนี้ ผมรู้สึกว่าเราได้พบเจอความรู้สึก อารมณ์ของผมด้วย ต่อหน้ากันไปเลยดีกว่า ผมรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นกับครอบครัวของผมนั่นก็คือ Community ของผม แฟนคลับของผม ผมรู้สึกว่าอยากจะขอโทษต่อหน้าพวกเขามากกว่า”
ได้พูดแล้วก็โล่งขึ้น แต่ก็ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต
“ซึ่งพอได้คุยวันนั้นก็คือดี ขอบคุณพวกเขามากๆ ที่เขาเข้าใจในทุกๆ เหตุผล คือเขาเข้าใจทั้งสองฝ่ายเลย แต่อย่างที่ผมบอก เรื่องมันเกิดไปแล้ว เราไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ แต่ผมสัญญาว่าอนาคตเราจะทำให้ดีขึ้นมากกว่าเดิมครับ กลุ่มผมไม่ใช่แค่คนที่มีอยู่ตรงหน้า แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมพูดไปในกลุ่มแฟนคลับ ยังไงก็ต้องไปกระจายออกให้ทุกคนได้รับรู้อยู่แล้ว ผมไม่ได้หมายความว่าข้างหน้านี้แค่กลุ่มผม ยังไงทุกอย่างที่เราเรคคอร์ดไว้ สารพวกนี้ก็ต้องสื่อไปถึงทุกคนอยู่แล้ว
เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับผมมากครับ (หัวเราะ) แต่พอได้พูดไปแล้วก็โล่งมากๆ ครับ แต่เราก็ตั้งใจไว้แล้วว่าเราอยากจะพูดต่อหน้าเขาจริงๆ จากใจอยู่แล้ว ก็รู้สึกโตขึ้น เข้าใจมากขึ้น มีสติมากขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นครับ ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันก้าวข้ามคำว่านักแสดงไปแล้ว รู้สึกว่าเราเป็นคนที่ต้องอยู่ในสปอตไลท์ตลอดเวลา เราก็ต้องทำตัวดีๆ เป็นแบบอย่างที่ดี เวลาเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นคนที่เสียใจที่สุดมันเป็นผม เพราะผมรู้สึกว่าทำไม่เต็มที่พอ ไม่ได้โกรธใครเลย ผมรู้สึกว่าผมนี่แหละ ถ้าเรามีสติและทำได้ช้ากว่านี้ ดีกว่านี้ เรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นครับ”
ยืนยันจะไม่ทิ้งการแสดงถ้ายังมีโอกาสอยู่
“ไม่หรอกครับ อย่างที่ผมบอกตลอดว่าถ้ายังมีโอกาสอยู่ ผมไม่ทิ้งแน่นอน ไม่ว่าโอกาสนั้นจะยากแค่ไหน เราจะทำเต็มที่ครับ ไม่หายไปไหนแน่นอน ผมก็ยังมีช่องทางคุยกับแฟนคลับที่เขาอยากคุยกับเราอยู่ แล้วพอตอนนี้กลุ่มของเรามันใหญ่ขึ้น ผมก็แค่ให้มากขึ้น และก็ได้รับเยอะขึ้นถามว่าถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้วจะรับมือยังไง คิดไม่ออกเหมือนกันนะ ก็คงท้อมากอยู่ เพราะตอนนั้นเพิ่ง 21
บทเรียนครั้งนี้ก็ทำให้เราต้องมีสติมากขึ้นครับ เข้าใจให้มากขึ้น เห็นใจมากขึ้นในหลายๆ ฝ่าย หมายถึงตัวผมเองนะครับ ก็ต้องเข้มแข็งมากขึ้น โตมากขึ้น พร้อมจะเข้าใจทุกคนมากขึ้นครับแต่ไม่ต้องปรับอะไรแล้วครับ เพราะเวลาเรามีบทเรียนหรือเราทำอะไรผิด ผมพูดเสมอว่าเราจะไม่ทำผิดซ้ำสอง เพราะฉะนั้นคงไม่กล้าทำผิดแล้วครับ (หัวเราะ) แต่ผมก็ยังได้คุยกับแฟนคลับอยู่นะ ไม่ใช่หายไปเลย ไม่ใช่ครับ ก็ยังมีได้คุยเยอะอยู่นะครับ ในกลุ่มหลายๆ กลุ่มที่ได้คุยอยู่ แต่มันปิดได้ 30 วันครับ ก็เดี๋ยวงั้น 29 เดี๋ยวเปิด ทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว เพราะว่าถ้าไม่เปิดเดี๋ยวไอดีมันจะหายไปเลย เดี๋ยวใกล้ๆ เปิดแล้วเดี๋ยวค่อยกลับมา”
บอกไม่ว่าจะคำวิจารณ์แรงๆ หรือคำให้กำลังใจ ถ้าทุกคนมีความสุข ก็อยากให้ทำไป
“ตอนนี้ผมมีความสุขมากครับ ผมบอกแฟนคลับทุกคนอยู่แล้ว เขาเป็นห่วงผมมากทุกๆ คน ผมก็บอกเขาว่าผมโอเค ถ้าผมโอเคทุกคนต้องโอเค ทุกคนอย่าเศร้า แต่ถามว่าสภาพจิตใจตอนนั้นก็มีบ้างแหละครับ ในการที่โดนคำวิจารณ์ หรือคำว่ากล่าวตักเตือนแรงๆ ผมเชื่อว่าทุกคนมีความรู้สึกหมด แต่อยู่ที่ว่าเราจะรีแอ็กชั่นยังไง เอ็กซ์เพรสยังไง แล้วจะดูแลจิตใจตัวเองยังไงมากกว่า แต่มันไม่ได้ถึงขั้นร้องไห้หรอกครับ
ถ้าถามว่ามันมีไหม มันก็มีนิดนึงโดยที่เราไม่ได้บอกใคร เราไม่รู้จะไปบอกใคร ผมเชื่อว่าผมสามารถจัดการปัญหานี้ได้ภายในวันเดียว แล้วจะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม หมายถึงว่าปัญหานี้ในใจ เราต้องมูฟออนให้เร็วที่สุดครับ เราอยู่คนเดียว ไม่มีใครอยู่กับเรา ไม่มีใครเห็นเราด้วยหมายถึงว่าความรู้สึกนั้นมันไม่มีใครเข้าใจเราหรอก ยกเว้นตัวเราเอง ถ้าคนบอกเข้าใจ ผมไม่เชื่อ คือทุกคนต้องเจอกับตัวเองถึงจะเข้าใจ
จริงๆ ผมก็มองให้มันเป็นเรื่องที่ดีเนอะ ผมรู้สึกว่าถ้าใครที่ว่าหรืออะไร หรือที่เขาตำหนิติเตียน ผมแค่รู้สึกว่าถ้าเขามีความสุข ทำเลยครับ ผมรู้สึกอย่างนี้ ไปแก้ตัวก็ไม่ได้อะไร ถ้าเขามีความสุขกับสิ่งนั้น แล้วผมทำเขามีความสุขได้กับการที่เขาว่าหรือวิจารณ์หรืออะไรก็ตามแต่ ก็ทำเข้าไปนะครับ มีความสุขไป ผมก็เทคจากความสุขดีๆ ที่แฟนคลับให้ ถึงความสุขของเขาจะเป็นความทุกข์ของเรา ก็เดี๋ยวผมจัดการได้ เดี๋ยวผมรับไว้เอง ผมจัดการออกมาเอง”
เผยทำท่าจุ๊บแมวครั้งแรกก็เขิน เพราะไม่เคยทำ แต่ถ้าทำแล้วทุกคนมีความสุข ตนก็ยินดี
“ที่ทำท่าจุ๊บแมว (หัวเราะ) ก็เป็นมายด์เซ็ตอยู่แล้วครับ ผมว่าเซ็ตเวลาเราเลือกที่จะออกมาอยู่ตรงนี้ต่อหน้าทุกคน เป็นสิ่งเล็กๆ ที่เขาขอแล้วเขามีความสุข ผมยินดีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงมีเขินครับ ครั้งแรกที่ใต้ตึกแกรมมี่ยอมรับเลยว่าเขินมากๆ แต่อย่างที่ผมบอกว่าถ้ามีความสุข ยินดีทำให้อยู่แล้ว
ก็อยากขอโทษอีกรอบนึงแล้วกันนะครับ ขอโทษกับคนที่ได้รับผลกระทบ ขอโทษกับคนที่ผมดูแลไม่ทั่วถึง ขอโทษกับทุกเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น ขอโทษกับคนที่ผมเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ต้องขอโทษมากๆ สำหรับคนที่ให้กำลังใจก็ขอบคุณมากๆ จริงๆ กำลังใจของพวกคุณเป็นแรงขับเคลื่อนในชีวิตผมในการทำงานต่อไป ผมเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเรา มันก็คือความรัก ความให้กำลังใจ ดูแลซึ่งกันและกัน มีแต่พลังงานดีๆ ที่จะคอยมาขับเคลื่อน ก็ไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าขอบคุณกำลังใจดีๆ ครับ แล้วก็ขอโทษสำหรับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นครับ”


