“มิย่า” เผยสเปกตอนนี้ชอบหนุ่มสายฝอ ยอมรับมีคนเข้ามาจีบบ้างสมัยเรียนที่ฝรั่งเศส ไม่ปิดใจเรื่องรัก แต่เรียนจบแล้วขอโฟกัสงานก่อน รับพ่อแม่ไม่หวง แต่ใครจะจีบต้องผ่านด่านน้องชายก่อน
นอกจากบทบาทนักแสดงและนักแข่งรถที่กำลังไปได้สวยแล้ว เรื่องหัวใจก็ถูกจับตามองไม่แพ้กัน สำหรับ “มิย่า พิชชา ทองเจือ” ลูกสาวคนกลางของคุณพ่อ “พีท ทองเจือ” และคุณแม่ “เจ็ง วิไลลักษณ์” ที่ล่าสุดได้ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวการแข่งขัน “TOYOTA GAZOO Racing Thailand 2026” ถึงเรื่องความรัก ว่าตอนนี้ยังโสดสนิทไร้คนคุย พร้อมเผยสเปกหนุ่มแบบอัปเดตล่าสุด รวมถึงด่านหินของคนที่จะเข้ามาจีบ ซึ่งไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่ แต่เป็นน้องชายสุดหวง อย่าง “โรเตอร์” นั่นเอง
“สำหรับซีรีส์ก็สนุกมาก ไม่คิดว่าตัวเองจะร้ายขนาดนั้น (หัวเราะ) ส่วนบทบาทนักแข่งรถก็ยังอยู่ค่ะ เดี๋ยวปีนี้จะแข่ง 5 สนาม แต่จริงๆ ก็ห่างจากการแข่งรถไปสักพักนึง เดี๋ยวต้องเอาฝีมือกลับมาก่อนค่ะ”
ไม่ห่วงสวย เพราะใส่หมวกกันน็อก เชื่อในเซฟตี้ของรถ ไม่กลัวอุบัติเหตุ
“ไม่นะคะ เพราะเวลาเราใส่หมวกกันน็อก ก็จะช่วยบังแดด แต่อาจจะมีแทนบ้าง เวลาเดินในสนามเยอะ แต่นอกเหนือจากนั้นก็โอเคค่ะ อุบัติเหตุที่แรงที่สุด ก็น่าจะที่เคยออกข่าวค่ะ ที่ชนเข้าไปในกำแพง แต่ลงจากรถมาก็ไม่เจ็บอะไรเลย ปลอดภัยดีค่ะ (ใจเรากลัวไหม?) กลัว หนูกลัวดำนิดนึง (หัวเราะ) แต่ก็พอกกันแดดค่ะ ส่วนเรื่องอุบัติเหตุ เวลาแข่งจริงแล้วชนไปอย่างนี้ ความรู้สึกแรกก็คือเสียดายมากกว่าค่ะ เพราะเราแน่ใจ แล้วก็ชัวร์ ว่าเวลาชนเข้าไปเซฟตี้รถมันเซฟเราอยู่แล้ว ก็คือไม่เจ็บตัวแน่นอน แต่ว่าอาจจะเสียดายตำแหน่ง เสียดายโอกาสมากกว่าค่ะ”
ฝีมือพัฒนาขึ้นมาก เพิ่งคว้าที่ 1 มาครอง
“ตอนนี้ฝีมือก็พัฒนาขึ้นมาค่ะ ก็เป็นปีที่ 3-4 แล้ว อย่างสนามสุดท้ายของปีที่แล้ว ก็คว้าที่ 1 ไปค่ะ ดีใจมาก เพราะว่าสนามนั้นเป็นสนามที่หนูแบบตั้งใจบินกลับมาแข่งเลย ปีนี้ก็หวังว่าจะได้ประจำปีค่ะ ถามว่าคุณพ่อกับน้องชายแนะนำอะไรบ้าง จริงๆ จะเป็นเทคนิคเดิมๆ นะคะ สมาธิ ไหวพริบ แล้วก็ซ้อมเยอะๆ”
ความรักโอเคดี แต่โฟกัสการเรียนมากกว่า
“เรื่องความรักก็โอเคค่ะ แต่ว่าตอนหนูอยู่ฝรั่งเศสก็โฟกัสเรียน เพราะว่าแค่เรียนก็เช้าถึงเย็นแล้ว ยังไม่มีแฟนค่ะ โสดสนิท คนคุยก็ไม่มีค่ะ โสดค่ะโสด แต่ตอนไปเรียนก็มีคนมาจีบบ้างนิดหน่อยค่ะ คือจริงๆ เวลาหนูไปเที่ยวกับเพื่อน มันก็ปกติอยู่แล้ว เขาเดินมาทักก็เป็นเรื่องปกติของคนที่โน่นค่ะ เหมือนคนที่โน่นเขาเห็นใครเข้าตาหรือชอบ เขาก็จะเดินไปคุยเลย (แล้วมาคุยกับเราเยอะไหม?) ก็บางทีค่ะ แต่เราก็ปัดให้เพื่อน จริงๆ เล่าให้คุณแม่ฟังตลอดเลย เป็นฟีลว่ามีคนมาจีบหรือว่ามาคุยด้วย คุณแม่ก็โอเคค่ะ แต่ก็บอกว่าเอาการเรียนให้จบก่อน แต่ว่าถ้าเกิดจะมีกุ๊กกิ๊กหรือมีแฟนก็ได้ แต่ให้บอกคุณแม่”
สเปกตอนนี้ชอบสายฝอ
“หลังจากไปเรียนก็อาจจะสายฝอ พอหนูไปอยู่ที่โน่นนานๆ หนูรู้สึกว่ามันชินตากับสายฝอ แล้วก็รู้สึกว่าเขาดูแข็งแรง แข็งแกร่งดี (สายฝอมีเสน่ห์กว่าหนุ่มไทยยังไง?) อาจจะเป็นเพราะหนูสูง แล้วก็หน้าคม พอหนูอยู่ข้างชายไทย อาจจะดูตัวใหญ่ หน้าคมกว่าเขา (แสดงว่าหนุ่มไทยหมดโอกาสแล้ว?) ก็ยังมีอยู่ อาจจะเปลี่ยนใจได้ค่ะ (หัวเราะ)”
ด่านที่ยากที่สุดเรื่องแฟนคือน้องชาย
“หนูว่าน้องค่ะ หนูว่าน้องยากสุด อย่างคุณพ่อคุณแม่เขาก็เห็นว่าหนูโตแล้ว เลือกเองได้ แล้วก็มาใช้คุณพ่อคุณแม่เป็นที่ปรึกษา แต่กับน้องชายก็คือต้องดูเอง แล้วก็มั่นใจแล้วค่อยเกริ่น ไม่งั้นเขาก็จะว่า ใครจะจีบอาจจะต้องเข้าทางน้องเขาเอง ไปรู้จักน้องเขาเอง แล้วค่อยแบบเกริ่นๆ ว่าเออ ชอบมิย่านะ (ต้องเป็นนักแข่งด้วยไหม?) ไม่จำเป็นค่ะ”
เปิดใจเรื่องรักแบบผ่านๆ เพราะเรียนจบแล้ว อยากโฟกัสงานก่อน
“จริงๆ ก็เปิดใจได้ค่ะ แต่ว่าแค่ตอนนี้หนูอยากโฟกัสทำงาน เพราะหนูหายไปนานมาก แล้วก็พอเรียนจบมาก็รู้สึกอยากทำงาน มันมีไฟ เราเรียนจบแล้ว ไม่ไม่มี responsibility ในการเรียนแล้ว ทำงานได้เต็มที่ เรื่องความรักก็มาได้ค่ะ แบบผ่านๆ”


