xs
xsm
sm
md
lg

กรมเจรจา เตรียมเสิร์ฟปลาไทยในตลาดแดนมังกรด้วย FTA

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ “ส่งเสริมสินค้าเกษตร เติบโตอย่างยั่งยืนด้วย FTA (ปลาและผลิตภัณฑ์ปลา)" เตรียมพร้อมผู้ประกอบการปลาและผลิตภัณฑ์ปลารุกตลาดจีน ใช้ประโยชน์ FTA อาเซียน-จีน และ RCEP จับคู่ธุรกิจ เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารทะเลระดับโลก และสำรวจศักยภาพตลาดโมเดิร์นเทรด ณ นครเซี่ยงไฮ้ ในเดือนสิงหาคม นี้

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมาย ให้นางบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ส่งเสริมสินค้าเกษตร เติบโต อย่างยั่งยืนด้วย FTA (ปลาและผลิตภัณฑ์ปลา)” ณ ห้องประชุมมโนปกรณ์นิติธาดา กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจัดโดยกรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศ เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์ปลา ให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ ประโยชน์จาก FTA ขยายการส่งออกไปตลาดการค้าเสรี 18 ประเทศ ที่ได้ลดหรือยกเว้นการจัดเก็บภาษีนำเข้าศุลกากรให้กับสินค้า ส่วนใหญ่จากไทยแล้ว และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับระเบียบการค้าโลกใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะตลาดจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่กว่า 1,400 ล้านคน มีกำลังซื้อสูง และมีความผูกพันทางการค้ากับไทยอย่างแน่นแฟ้น ทั้งนี้ ภายใต้ FTA อาเซียน-จีน (ACFTA) และความตกลง RCEP สินค้าประมง และผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูปส่วนใหญ่ของไทยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็น 0% แล้ว ขณะเดียวกัน จีนให้ความสำคัญกับ เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ที่นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพสูง ผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการยกระดับ ภาคการผลิต สอดรับกับแนวทางการพัฒนาของไทยที่มุ่งเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โครงการ “ส่งเสริมสินค้าเกษตร เติบโตอย่างยั่งยืนด้วย FTA (ปลาและผลิตภัณฑ์ปลา)” มุ่งนำปลาและผลิตภัณฑ์ปลาที่ มีอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งปลาน้ำจืดและชายฝั่งทะเล อาทิ ปลานิล ปลาสลิด ปลาตะเพียน ปลากระดี่ ปลาไส้ตัน ปลาทรายขาว ปลาสาก ปลาแดง มาแปรรูปเป็นสินค้า เช่น ปลาแช่เย็นแช่แข็ง น้ำปลา น้ำปลาร้าสำเร็จรูป ปลาหยอง กุนเชียงปลา ไส้กรอกปลา ข้าวเกรียบปลา เป็นต้น ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและส่งออก ด้วยการใช้ประโยชน์จาก FTA โดยมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วม โครงการ กว่า 50 ราย และผ่านการคัดเลือกรอบแรก จำนวน 20 ราย เข้าร่วมกิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp ติวเข้มเรื่อง FTA การค้าระหว่างประเทศ มาตรการและกฎระเบียบการส่งออกปลาและผลิตภัณฑ์ปลาของไทยและจีน การใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เชิงพาณิชย์ กลยุทธ์การทำตลาดด้วย AI การเขียนแผนธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง เตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออกสินค้า ปลาไปตลาดจีน อีกทั้ง ได้เปิดเวทีการทำ Workshop ให้คนในวงการปลาและผลิตภัณฑ์ปลาได้สร้างคลัสเตอร์กลุ่มผู้ประกอบการ พร้อมจัดกิจกรรม Pitching คัดเลือกผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้าย ที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมเดินทางไปสำรวจศักยภาพตลาด และจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าจีนทั้งผู้นำเข้า โมเดิร์นเทรด ตัวแทนกระจายสินค้า โรงแรม และร้านอาหาร พร้อมกับเยี่ยมชมงานแสดงสินค้า World Seafood Shanghai (SIFSE) 2026 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในเดือนสิงหาคม 2569

นางบรรจงจิตต์ฯ กล่าวว่า โครงการครั้งนี้จะช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการติดอาวุธ FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้ว 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศภาคี และอีก 3 ฉบับ ที่ลงนามแล้ว ครอบคลุม 6 ประเทศภาคี ได้แก่ ศรีลังกา ภูฏาน ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ ขยายการส่งออกปลาและผลิตภัณฑ์ปลาของไทย ไปในตลาดจีนและตลาดโลก และที่สำคัญคือ วัตถุดิบ ปลาที่มีอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศสามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกได้ ที่เกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบการรายใหญ่ และรายเล็กเติบโตไปด้วยกัน”