xs
xsm
sm
md
lg

“แพท พาวเวอร์แพท” ซาบซึ้งพระเมตตา “พระองค์ภา” ยกระดับชีวิตผู้ต้องขัง เป็นต้นแบบของการยึดถือความถูกต้อง และการให้โอกาส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“แพท พาวเวอร์แพท” น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังทั้งหญิง-ชาย เป็นต้นแบบของการยึดถือความถูกต้อง ความเมตตา และการให้โอกาส

เป็นหนึ่งคนที่สัมผัสและรับรู้ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังทั้งหญิง-ชาย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดย “แพท วรยศ บุญทองนุ่ม” หรือ แพท พาวเวอร์แพท ได้เล่าถึงโครงการต่างๆ ที่พระองค์ภาทรงให้โอกาสกับนักโทษประหารชีวิต ให้กลับมามีคุณภาพคืนสู่สังคมได้อีกครั้ง

“รู้สึกเศร้าเสียใจมาก พระองค์ทรงทำประโยชน์ให้คนไทยอย่างมากมายตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ถ้านึกถึงพระองค์ภาเราก็จะนึกถึงเรื่องของกฎหมาย ความถูกต้อง เรื่องของพระเมตตาที่ทรงมีให้กับคนไทยมาอย่างยาวนานมากๆ ท่านทรงทำงานหนักมากๆ ที่ผมเห็นภาพชัดมากๆ คือในเรื่องของผู้ต้องขังทั้งหญิงและชาย

จุดเริ่มต้นเท่าที่ผมทราบกับโครงการต่างๆ ของพระองค์ท่านทรงมอบให้กับผู้ต้องขังที่กรมราชทัณฑ์ คือโครงการกำลังใจ ท่านเริ่มโครงการนี้มาตั้งแต่ท่านทรงเรียนนิติศาสตร์ เริ่มจากเรือนจำหญิงกลาง ท่านเข้ามาดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของแม่ที่ได้รับโทษ ต้องคดีความและเด็กที่เกิดในเรือนจำ ท่านทรงเข้าไปดูแลแม่และเด็กที่ได้รับโทษและแผ่ขยายทั่วเรือนจำหญิงทั่วประเทศ

ทราบมาว่าเด็กในโครงการแรกๆ ที่ท่านทรงอุ้มตอนนี้อายุ 20 ปีแล้ว ในส่วนของแม่ที่เข้าร่วมโครงการท่านก็ทรงให้ทุนทรัพย์ไปประกอบอาชีพต่อไปด้วย เรียกว่าท่านทรงดูแลตลอดตั้งแต่อยู่ข้างในจนถึงข้างนอก ให้ได้มีอาชีพดูแลตัวเองได้

โครงการกำลังใจของพระองค์ท่านในช่วงหลังๆ แผ่ขยายไปถึงเรือนจำชายทั่วประเทศด้วยเช่นกัน ในแง่ของของการฝึกฝนพัฒนาตัวเอง การประกอบวิชาชีพต่างๆ จะมีการคัดเลือกผู้ต้องขังประหารชีวิตนำมาเข้ารับการอบรมในโครงการปั้นดินให้เป็นบุญ เป็นโครงการที่อยู่ภายใต้โครงการกำลังใจของพระองค์ภา นำผู้ต้องขังมาฝึกปั้นพระ เรียนรู้ศิลปะพุทธศิลป์ทุกขั้นตอน และนำผลงานของผู้ต้องขังไปมอบให้วัด โรงพยาบาล สถานชุมชนตามต่างจังหวัดให้สร้างคุณประโยชน์ต่อไป ผมได้สัมผัสกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงหลังจากได้เข้าโครงการนี้ พวกเขามีความละเอียดอ่อน ใจเย็นขึ้น และภาคภูมิใจ มั่นใจในศักยภาพของตัวเองมากขึ้น เราจะเป็นอะไรก็ได้แค่เราตั้งใจ มุ่งมั่นและเพียรพยายาม จุดนี้เองที่กลายเป็นการปรับเปลี่ยนทัศนคติของพวกเขาให้กลายเป็นคนที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

ทรงขับเคลื่อน “โครงการราชทัณฑ์ปันสุข” มอบสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงให้กับผู้ต้องขัง
“นอกจากนี้ยังมีโครงการราชทัณฑ์ปันสุขที่ทรงเป็นโครงการของในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่พระองค์ภาทรงเป็นหนึ่งในประธานขันเคลื่อนโครงการนี้ในการมอบสุขภาพทั้งร่างกายและสุขภาพจิตที่ดีของผู้ต้องขังให้อยู่ในมาตรฐานสุขลักษณะที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล ทำให้ผู้ต้องขังได้รับการรักษาด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ถูกต้องและทันสมัย เพราะบางทีในเรือนจำอาจจะมีแพทย์ไม่เพียงพอ จะมีแพทย์อาสาเข้ามาดูแลสุขภาพผู้ต้องขัง 2-3 เดือนครั้ง

และยังมีในเรื่องของสุขภาพใจ อย่างโครงการสัคคสาสมาธิ เป็นการเรียนสมาธิ ฝึกเดินจงกลม เรียนเรื่องของการพัฒนาจิตใจ ทำให้ผู้ต้องขังมีจิตใจที่เข้มแข็ง สงบ เข้าใจชีวิตมากขึ้น ท่านทรงมองโอกาสในการเปลี่ยนแปลงตัวเองรอบด้านให้กับผู้ต้องขังเพื่อยกระดับผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงตลอดมา จึงได้เห็นภาพพระองค์ท่านทรงไปเยี่ยมเยียนตามเรือนจำต่างๆ บ่อยมากๆ  ได้เห็นพระองค์ท่านขับเคลื่อนเรื่องของกฎหมายให้เหล่าผู้ต้องขังได้มีชีวิตดีขึ้น มีความเท่าเทียมในเรื่องของมนุษยชนมากขึ้น พระองค์ท่านไม่เคยแบ่งแยกผู้ต้องขัง ท่านทรงมองเป็นเหมือนพสกนิกรของท่านเหมือนคนธรรมดาที่สามารถพัฒนาได้ เป็นคนที่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองได้หากมีคนให้โอกาส ท่านทรงเป็นแบบอย่างให้กับคนในสังคมในแง่ของการให้โอกาส

การให้โอกาสของพระองค์ท่านส่งผลรอบด้าน ทำให้ผู้ต้องขังออกไปใช้ชีวิตให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและสังคม
“จากสิ่งที่พระองค์ท่านให้โอกาสน้้นส่งผลรอบด้านจริงๆ เพราะท่านไม่ได้เพียงพัฒนาจิตใจผู้ต้องขังแต่ทรงให้อาชีพกับกลุ่มคนกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ หลังจากพ้นโทษออกมา หากคนได้มีอาชีพชีวิตมันจะมีหลักมีแกน มันจะไปต่อได้เพราะมีเงินเลี้ยงดูครอบครัว การได้เข้าอบรมฝึกอาชีพทำให้พวกเขาเห็นคุณค่าในตัวเองว่าเขาสามารถทำอะไรได้สำเร็จถ้าเขาตั้งใจจริงๆ เป็นการลดทอนปัญหาสังคม มันเป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอนที่ส่งผลไปยังหลายภาคส่วน

ปัจจุบันจะเห็นว่าหลายคนที่ผ่านเรือนจำมาสามารถออกมาเป็นกำลังให้กับสังคมได้ สร้างประโยชน์ เป็นคนที่มีคุณภาพ พัฒนาสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมได้ จากคนที่เป็นน้ำเสียกลับมาเป็นน้ำดี”

สิ่งที่พระองค์ท่านทิ้งไว้มีคุณประโยชน์ มีคุณค่ามหาศาลกับคนไทยอย่างมาก เป็นแบบอย่างของการยึดถือความถูกต้อง ความเมตตา และการให้โอกาส
“พระองค์ท่านได้ทิ้งสิ่งดีๆ ไว้ให้เราประชาชนคนไทยมากมายให้เราสืบสานต่อ ท่านทรงทำเป็นแนวทางให้เราไว้เรียบร้อยแล้ว การกระทำของท่านและในทุกๆ โครงการเราสามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตได้ในเรื่องของความถูกต้อง ความเมตตา การให้โอกาส สิ่งเหล่านี้หากอยู่ในใจของคนไทยทุกคนจะเกิดผลดีต่อตัวเอง คนรอบข้างและสังคมอย่างแน่นอน แม้วันนี้ท่านจะจากไปแล้ว สิ่งที่ท่านทิ้งไว้มีคุณประโยชน์ มีคุณค่ามหาศาลกับคนไทยอย่างมาก

ที่ผ่านมาตนได้ไปถวายพระพรและสวดมนต์ให้กับพระองค์ภาให้หายประชวรในเร็ววัน พร้อมถวายเป็นกำลังพระราชหฤทัยแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้
ในวันที่ไปถวายพระพรเราอยากให้ท่านทรงหายประชวรไวๆ ผมเองทุกครั้งที่ไปใส่บาตร แผ่ส่วนบุญส่วนกุศล จะมีบทสวดมนต์ส่งท้ายหลังจากที่เราใส่บาตรเสร็จ คือบทสวดให้กับพระองค์ท่านให้หายประชวรในเร็ววัน ทุกครั้งที่ผมได้ไปทำบุญที่วัดก็จะมีบทสวดให้ทุกคนที่ไปทำบุญได้สวดกัน ก็เหมือนได้เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี

ผมอยากจะเป็นหนึ่งในพสกนิกรไทยขอถวายกำลังพระทัยแด่ ในหลวง พระราชินี รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ในการสูญเสียครั้งนี้ ผมเชื่อว่าพสกนิกรชาวไทยทุกคนล้วนเกิดความสำนึก เกิดความเศร้าเสียใจ ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อ สืบสานสิ่งดีๆที่ท่านทรงทิ้งไว้ ถ้าทุกคนได้นำไปยึดถือพระองค์ท่านที่อยู่บนฟ้ามองลงมาก็คงจะรู้สึกมีความสุข มีรอยยิ้มและซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก”