xs
xsm
sm
md
lg

คดีพลิกแต่ยังไม่จบ! Disney+ ยังดอง Knock-Off ซีรีส์ทุน 1.5 พันล้าน อนาคตไร้กำหนด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Knock-Off คือซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของ Disney+ ที่ใช้งบสร้างกว่า 60,000 ล้านวอน หรือราว 1,500 ล้านบาท
แม้ผู้เผยแพร่ข้อกล่าวหาต่อ คิมซูฮยอน จะถูกจับกุมและฝ่ายกฎหมายระบุว่าหลักฐานบางส่วนถูกสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI แต่ Disney+ ยืนยันจุดยืนเดิม ยังไม่มีแผนนำซีรีส์ฟอร์มยักษ์ Knock-Off ออกฉายในเร็ววัน ขณะที่ต้นสังกัดและทนายความของนักแสดงดังย้ำว่าการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้

แม้สถานการณ์ทางคดีที่เกี่ยวข้องกับพระเอกชื่อดัง คิมซูฮยอน จะเริ่มเปลี่ยนทิศทาง หลังเจ้าหน้าที่จับกุม คิมเซอึย ผู้ดำเนินช่อง HoverLab หรือ Garosero Research Institute ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเผยแพร่ข้อมูลเท็จและหมิ่นประมาทนักแสดงชื่อดัง แต่อนาคตของซีรีส์ฟอร์มยักษ์ Knock-Off ยังคงไร้ความชัดเจน

Disney+ เปิดเผยกับสื่อเกาหลีว่า จุดยืนของแพลตฟอร์มยังไม่เปลี่ยนแปลง โดย Knock-Off ยังคงอยู่ในสถานะ "เลื่อนออกไปชั่วคราว" และยังไม่มีแผนประกาศกำหนดฉายใหม่ในขณะนี้ แม้กระแสสังคมจะเริ่มหันกลับมาจับตาความเป็นไปได้ในการคืนวงการของคิมซูฮยอนมากขึ้นก็ตาม

เรื่องราวของชายผู้พลิกชะตาชีวิตหลังวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียปี 1997 ก่อนก้าวขึ้นสู่อาณาจักรสินค้าลอกเลียนแบบระดับโลก
Knock-Off เป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของ Disney+ เกาหลี ด้วยงบสร้างสูงถึง 60,000 ล้านวอน หรือราว 1,500 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในซีรีส์เกาหลีที่ใช้งบประมาณสูงที่สุดของแพลตฟอร์ม โดยได้ คิมซูฮยอน มารับบทนำ ประกบคู่กับ โจโบอา นักแสดงสาวชื่อดัง และเป็นผลงานที่ Disney+ วางให้เป็นหนึ่งในคอนเทนต์เรือธงสำหรับตลาดเอเชียและระดับโลก

ซีรีส์เล่าเรื่องของชายหนุ่มธรรมดาที่ชีวิตพลิกผันจากผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียปี 1997 ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกมืดของธุรกิจสินค้าลอกเลียนแบบ และค่อย ๆ สร้างอาณาจักรเครือข่ายสินค้าปลอมจนเติบโตเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดโลก โดยเนื้อหาผสมผสานทั้งดราม่า อาชญากรรม ธุรกิจ และการเอาตัวรอดในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งเดิมทีถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในซีรีส์เกาหลีฟอร์มยักษ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของปี ก่อนแผนการเปิดตัวจะถูกระงับจากกระแสข่าวที่เกี่ยวข้องกับนักแสดงนำ

อย่างไรก็ตาม แผนจัดงานแถลงข่าวและกำหนดฉายทั้งหมดถูกระงับ หลังนักแสดงตกเป็นศูนย์กลางกระแสข่าวที่เชื่อมโยงกับนักแสดงผู้ล่วงลับ คิมแซรน จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และกิจกรรมในวงการบันเทิงตลอดช่วงปีที่ผ่านมา

คิมซูฮยอน ประกบคู่ โจโบอา ในหนึ่งในโปรเจกต์เกาหลีที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของ Disney+
คดีดังกล่าวเริ่มต้นหลังการเสียชีวิตของนักแสดงสาว คิมแซรน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ก่อนที่ คิมเซอึย ผู้ดำเนินช่องยูทูบ HoverLab (Garosero Research Institute) และบุคคลที่เกี่ยวข้องจะออกมาแถลงข่าว พร้อมเผยแพร่ภาพถ่าย เสียงบันทึก และเอกสารต่าง ๆ โดยกล่าวหาว่า คิมซูฮยอน เคยคบหากับคิมแซรนตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์ รวมถึงโยงประเด็นหนี้สินเข้ากับการเสียชีวิตของนักแสดงสาว ขณะที่ฝ่ายคิมซูฮยอนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าเอกสาร บันทึกแชต และหลักฐานบางส่วนถูกดัดแปลง

สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อฝ่ายกฎหมายของคิมซูฮยอนเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนมีความเห็นว่าข้อกล่าวหาและหลักฐานบางส่วนที่ถูกนำเสนอผ่านช่องยูทูบดังกล่าวมีการดัดแปลงหรือสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ก่อนที่คิมเซอึยจะถูกควบคุมตัวตามกระบวนการทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการพลิกสถานการณ์ทางคดีจะยังไม่เพียงพอให้ Disney+ ตัดสินใจเดินหน้าโปรเจกต์ในทันที เพราะก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เคยมีกระแสข่าวลือว่า Knock-Off อาจกลับมาเข้าฉาย แต่แพลตฟอร์มก็ออกมาปฏิเสธและยืนยันว่าจุดยืนยังคงเดิม

ก่อนเกิดกระแสข่าวฉาว Knock-Off ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์เรือธงที่ Disney+ หวังใช้ดึงผู้ชมทั่วเอเชีย
ด้าน โกซึงรก ทนายความของคิมซูฮยอน ให้สัมภาษณ์กับ YTN Radio ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงแผนการคัมแบ็กของนักแสดงชื่อดัง โดยระบุว่าขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการฟื้นฟูชื่อเสียงและการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ หลังเผชิญความเสียหายจากสิ่งที่เขาเรียกว่า "อาชญากรรมไซเบอร์" และข้อมูลบิดเบือนเป็นเวลานาน

ทนายความยังกล่าวว่า แม้สื่อหลายแห่งจะรายงานถึงความเสียหายหรือข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจมีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านวอน แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขดังกล่าว หากอยู่ที่การพิสูจน์ความจริงและสร้างบรรยากาศที่เอื้อให้คิมซูฮยอนได้รับการต้อนรับกลับสู่วงการอีกครั้ง

จากสถานการณ์ล่าสุด จึงอาจกล่าวได้ว่าคดีความของคิมซูฮยอนกำลังมีพัฒนาการในทางบวกมากขึ้น แต่สำหรับ Knock-Off ซึ่งถือเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของ Disney+ เกาหลี เส้นทางสู่หน้าจอยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และอาจต้องรอให้ทั้งกระบวนการทางกฎหมายและกระแสสังคมคลี่คลายลงมากกว่านี้ ก่อนที่แพลตฟอร์มจะตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของซีรีส์เรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ.

แม้คดีจะเริ่มมีพัฒนาการในทางบวก แต่ Disney+ ยืนยันว่าซีรีส์ยังถูกเลื่อนออกไป และอนาคตการออกฉายยังไม่ชัดเจนในเวลานี้.