คุณแม่โพสต์ความรู้สึก หลังสูญเสียลูกชายอย่างกระทันหัน ทำตามหน้าที่แม่บริจาคอวัยวะเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อบุญกุศลอันยิ่งใหญ่
เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 69 เวลา 8.52 น. เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง โพสต์ภาพถ่ายของบุคลากรการแพทย์ยืนไว้อาลัย พร้อมโพสต์ว่า
"ภาพถ่ายของน้องหลังส่งต่อลมหายใจให้คนอื่นนะคะ บุญนี้ยิ่งใหญ่นักค่ะ ..ลูกรักของแม่# ขอบคุณโรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิและสภากาชาดไทยที่อำนวยความสะดวกในทุกเรื่องค่ะ
.
หลังโพสต์ภาพ มีเพื่อนและชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจและอนุโมทนาบุญเป็นจำนวนมาก
ย้อนกลับไปการทำบุญในครั้งสุดท้ายก่อนจากโลกนี้ไป ส่งต่อให้อีก 4 ชีวิต ได้มีโอกาสใช้ชีวิต
“แด่การเดินทางครั้งสุดท้าย... สู่การเป็น "แสงสว่าง" และลมหายใจใหม่ให้คนอีก 4 ชีวิต
.
เรื่องนี้อาจจะยาวหน่อย แต่อยากแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะคะ เพราะใครจะคิดว่า... #อาหารเย็นมื้อธรรมดา ๆ มื้อหนึ่ง #จะกลายเป็นมื้อสุดท้ายของชีวิต
.
เคสนี้ เป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย อนาคตของเขากำลังสดใสมาก ๆ แต่โชคร้ายที่โรคลมชักเกิดกำเริบกะทันหันระหว่างทางกลับบ้าน วินาทีนั้นบนรถยนต์ที่คุณพ่อเป็นคนขับ น้องชักรุนแรงจนหมดสติไป หัวใจของผู้เป็นพ่อแตกสลาย ทำอะไรไม่ถูก แต่ก็พยายามตั้งสติสุดชีวิตเพื่อพาลูกมาส่งถึง #โรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิ ในที่สุด
.
ตอนที่มาถึงห้องฉุกเฉิน... น้องไม่มีชีพจรและหยุดหายใจไปแล้ว วินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ทีมแพทย์และพยาบาลเรารวมพลังทำ CPR ยื้อสัญญาณชีพอย่างสุดความสามารถถึง 3 รอบ! ยาวนานกว่า 24 นาที จนปาฏิหาริย์แรกเกิดขึ้น...
.
หัวใจของน้องกลับมาเต้นอีกครั้ง….
แต่แล้วก็มีข่าวร้ายที่บีบคั้นหัวใจที่สุดตามมา... แม้ชีพจรจะกลับมา แต่เพราะสมองขาดออกซิเจนจากการสำลักอาหารตอนที่ชักมาเป็นเวลานาน แพทย์จึงต้องลงความเห็นว่า "#น้องเข้าสู่ภาวะสมองตาย" และไม่มีวันรับรู้ใด ๆ ได้อีกแล้ว
.
ในห้วงเวลาแห่งความโศกเศร้าที่ใจแทบขาดนั้นเอง... "จิตอันเป็นกุศล" ที่ยิ่งใหญ่ของคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวก็บังเกิดขึ้น พวกท่านตัดสินใจก้าวข้ามความสูญเสียและความเศร้าโสก ขอแจ้งความประสงค์ขอบริจาคร่างกายและอวัยวะทุกส่วนที่ยังใช้งานได้ให้กับสภากาชาดไทย เพื่อส่งต่อลมหายใจและมอบชีวิตใหม่ให้กับผู้สิ้นหวังที่เฝ้ารอคอยโอกาสอีกอย่างน้อย 4 ชีวิต ได้แก่ ( ไต 2 ข้าง ลิ้นหัวใจ ม้าม และ ผิวหนัง)
.
ในฐานะทีมผู้ดูแลของ #โรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิ... สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ ทุกหยาดเหงื่อและทุกนาทีในห้องผ่าตัด คือความตั้งใจที่จะส่งต่ออวัยวะเหล่านี้ไปจุดประกายชีวิตใหม่ให้ผู้อื่นอย่างสมเกียรติที่สุด
.
ความตายอาจพรากชีวิตหนึ่งไป... แต่การตัดสินใจของครอบครัวน้องในวันนั้น ได้เปลี่ยนความมืดมนให้กลายเป็นแสงสว่างนำทางชีวิตใหม่ให้อีกหลายคนได้อย่างงดงามที่สุดค่ะ
.
ในฐานะตัวแทนของบุคลากร #โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ขอร่วมไว้อาลัยและอนุโมทนาบุญครั้งยิ่งใหญ่นี้ด้วยหัวใจ“
ขอชื่นชมในจิตใจที่เป็นกุศลของครอบครัว และขอขอบคุณแทนผู้ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ ขอผลบุญในครั้งนี้นำพาน้องไปสู่สุคติ


