xs
xsm
sm
md
lg

ยอดผู้กำกับ "สปีลเบิร์ก" ชี้ “หนังต้องดูในโรง” เตือนสตรีมมิงทำลายวัฒนธรรมการดูหนังร่วมกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สตีเวน สปีลเบิร์ก เปิดใจในพอดแคสต์ IMO with Michelle Obama & Craig Robinson ย้ำว่าภาพยนตร์ควรถูกสร้างมาเพื่อประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์ พร้อมวิจารณ์ยุคโควิดที่หลายสตูดิโอนำหนังลง HBO และแพลตฟอร์มสตรีมมิงโดยตรง จนผู้ชมเคยชินกับการดูหนังที่บ้าน

ผู้กำกับระดับตำนาน “สตีเวน สปีลเบิร์ก” ออกมาปกป้องประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ระหว่างการร่วมรายการพอดแคสต์ IMO with Michelle Obama & Craig Robinson โดยยืนยันว่าหนังบางเรื่องควรถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการรับชมบนจอใหญ่ ไม่ใช่บนโทรศัพท์หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิง

สปีลเบิร์กกล่าวว่าแม้คนรุ่นใหม่ รวมถึงลูก ๆ ของเขา จะคุ้นเคยกับการรับชมคอนเทนต์บนทุกแพลตฟอร์มและ “ไม่สนใจว่าจะดูบน iPhone หรือที่ไหน” แต่ยังมีภาพยนตร์บางเรื่องที่สมควรได้รับการฉายในโรงภาพยนตร์โดยเฉพาะ เขากล่าวว่า “ลูก ๆ ของผมมองต่างออกไป พวกเขาอยากดูเรื่องราวบนแพลตฟอร์มไหนก็ได้ แต่เมื่อมีภาพยนตร์บางเรื่องที่สตูดิโอเชื่อว่าควรดูในโรง นั่นคือสิ่งที่สำคัญมาก”

ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ยังชื่นชมการตัดสินใจของ Universal Pictures ที่กำหนดให้ภาพยนตร์ทุกเรื่องมีช่วงเวลาฉายในโรงอย่างน้อย 45 วันก่อนเข้าสู่ช่องทางรับชมอื่น โดยกล่าวว่า “เป็นเรื่องสำคัญมากที่สตูดิโอต้องให้โอกาสผู้ชมได้ค้นพบภาพยนตร์เหล่านี้ ไม่ใช่ฉายแค่สองสัปดาห์เพื่อให้มีสิทธิ์เข้าชิงรางวัล แล้วรีบย้ายไปสตรีมมิง”


สปีลเบิร์กมองว่าหนึ่งในผลกระทบสำคัญจากการระบาดของโควิด-19 คือการทำให้ผู้ชมเคยชินกับการดูหนังที่บ้านมากขึ้น พร้อมตำหนิแนวทางของหลายสตูดิโอที่นำภาพยนตร์ออกจากกำหนดฉายเดิมและส่งตรงลงแพลตฟอร์มต่าง ๆ “โควิดทำร้ายวัฒนธรรมการดูหนังอย่างหนัก ผู้คนที่ออกจากบ้านไม่ได้เริ่มคุ้นเคยกับการดูหนังที่บ้าน และสตูดิโอก็เริ่มนำหนังไปลง HBO หรือระบบเพย์เพอร์วิวโดยตรง”

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าตัวเองก็ดูหนังที่บ้านจำนวนมาก แต่เชื่อว่าการดูหนังในโรงยังคงมีคุณค่าที่แตกต่าง “ไม่มีอะไรผิดกับการดูหนังที่บ้าน ผมเองก็ดูหนังที่บ้านเยอะ แต่การดูหนังในห้องนั่งเล่นไม่ใช่อีเวนต์ การออกไปดูหนังต่างหากคืออีเวนต์”

สปีลเบิร์กยังเน้นว่าความพิเศษของโรงภาพยนตร์คือการนำคนแปลกหน้ามารวมกันในพื้นที่เดียวกัน “ในโรงหนังมีคนที่คิดต่างจากคุณ เชื่อในสิ่งตรงข้ามกับคุณ แต่เมื่อหนังเริ่มฉาย ทุกคนกำลังรับฟังเรื่องเดียวกัน เรากลายเป็นชุมชนเดียวกันชั่วขณะหนึ่ง”

เขาสรุปว่าภาพยนตร์มีพลังในการสร้างความเป็นชุมชนและเชื่อมโยงผู้คนในยุคที่สังคมแตกแยกมากขึ้น โดยกล่าวว่า “ภาพยนตร์สร้างชุมชนได้ และตอนนี้เราต้องการชุมชนมากกว่าที่เคย แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสตูดิโอยังคงปล่อยให้ภาพยนตร์อยู่ในโรงภาพยนตร์นานพอ ก่อนจะย้ายไปสู่โทรทัศน์หรือสตรีมมิง”