“มิ้นต์ ชาลิดา” แฮปปี้จัดโปรลูกกตัญญู ทุ่มเงินล้านพาพ่อแม่ยกเครื่องหน้าใหม่ที่เกาหลี พ่อจัดหนักชุดใหญ่ ตอนแรกกลัว แต่เห็นผลลัพธ์คือเริ่ด กระชากวัยนึกว่าน้องชาย เล็งพา “ภูผา” ทำด้วย
เพิ่งควงคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวเกาหลี แต่ไม่ได้ไปเที่ยวอย่างเดียว เพราะสาว “มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง”ยังจัดโปรลูกกตัญญูด้วยการพาพ่อกับแม่ไปยกเครื่องหน้าใหม่ด้วย ทำเอาปลื้มปริ่มกันทั้งครอบครัว แม้ช่วงแรกคุณพ่อที่หน้ายังบวมๆ อาจจะมีนอยด์ไปบ้าง แต่พอเริ่มหายกลับบอกว่าอยากไปฉีดโบท็อกซ์เพิ่ม
มิ้นต์ : “วันนี้พามาด้วยนะคะ ทุกคนนึกว่าพี่สาว ไม่ใช่แค่คุณแม่อย่างเดียว พาคุณพ่อไปด้วย คือแม่อยากไป แม่ลูกสี่คลอดธรรมชาติทำอะไรก็ไม่เจ็บแล้ว แม่ก็เลยบอกพ่อว่าไหนๆ ฉันจะไปแล้ว ไปด้วยกัน ฉันจะไม่ยอมเจ็บคนเดียว พ่อก็เลยบอกว่าหนังตามันตกแล้ว ยกนิดนึงก็ได้ แม่ก็เลยบอกว่า นิดเดียวจริงๆ แต่พอพาไป พ่อดันเซ็ตใหญ่กว่าแม่ เอ็นโดไทน์ขึ้นไปอย่างนี้เลย (ทำท่าดึงหน้าผาก) แม่คือยกตรงนี้ (ชี้ช่วงกรอบหน้า) ส่วนพ่อหนักกว่า สงสารพ่อ คือมิ้นต์ถ่ายซีรีส์ ก็เลยส่งม่อน (น้องชาย) ดูพ่อ พ่อเห็นม่อนแล้วพ่อร้องไห้ แล้วเราก็สงสารพ่อ พ่อไม่ได้เตรียมใจ แต่ออกมาทุกคนแบบอึ้ง นึกว่าม่อน ซึ่งพ่อทำใจไว้แค่นี้ (ตรงหางตา) แค่นี้ แค่หนังตามันหล่น แต่พอหมอเห็น หมอก็เลยขอทั้งหมดเลยได้ไหม
แล้วพ่อ FaceTime มาหา แล้วพ่อมองอะไรไม่เห็น น้ำหกใส่โทรศัพท์ ฉันต้องซื้อมือถือใหม่ให้พ่อ (หัวเราะ) คือเอาจริงๆ ค่อนข้างไว้ใจ เพราะโรงพยาบาลเกาหลีเขาก็ขึ้นชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว พอออกมาคือมองอะไรไม่เห็น แต่แม่ออกมา FaceTime หาเพื่อน คือคนละแบบกันเลย มันอยู่ที่ใจจริงๆ ทำแล้วเหมือนใครเหรอ แม่ไม่เหมือนมิ้นต์นะ แม่ก็ยังเป็นพี่สาวอยู่ แต่ไม่เหมือนมิ้นต์ รวมมูลค่าก็พ่อแพงกว่า เพราะพ่อชุดใหญ่ แต่ของคุณแม่แค่ครึ่งหน้า ของพ่อเอ็นโดไทน์ไปเลย ต้องบอกก่อนว่าคุณพ่อเป็นผู้ชายที่ไม่เคยทาครีม ไม่เคยดูแลตัวเอง พอคุณหมอเห็นแล้วก็เลยคันไม้คันมืออยากทำให้ ทุกวันนี้คุณแม่มีแต่คนติดต่อมาเต็มเลย”
บอกต้องพาหวานใจอย่าง “ภูผา เตชะณรงค์” ไปทำบ้าง
“รวมๆ ก็เป็นล้านนะ แต่พอแพ็กคู่ไปด้วยกันก็เลยได้โปร แล้วมีเอเจนซี่ช่วยดูแล โปรคู่รัก คือตั้งแต่ไปก็ตีกันเหมือนอายุ 18 บอกเลยว่ามิ้นต์กับภูผายังงอนกันไม่ขนาดนี้ งงมากงอนเรื่องอะไร กินไม่รอเลย เธอไม่เตรียมข้าวให้ฉันเลย (หัวเราะ) ส่วนที่มองว่าโปรลูกกตัญญู ขอบคุณนะคะ (หัวเราะ) พ่อแม่ก็ต้องสวยต้องหล่อถูกไหม เราก็อยากให้ไป รู้สึกว่าด้วยอายุและวัยพอสมควรแก่การทำแล้ว รู้สึกว่าไปตอนอากาศดี ม่อนไปดูแล มิ้นต์ก็ไปต่อ ก็เหมือนไปเที่ยวด้วยกันด้วย
คุณพ่อเข็ดเลย แต่พอกลับมาบอกว่าพ่อว่ามันยังมีรอยตรงนี้ พ่อว่าจะไปฉีดโบท็อกซ์อีกนิดนึง จริงๆ เขารู้สึกว่าความที่คุณพ่อดึงแต่ยังมีรอย คือเขาไม่เคยทำโบท็อกซ์ มิ้นต์ก็เลยรีบบอกคุณภูผาเลยว่า เราต้องเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ ทาครีมกันแดด หรือถ้าเป็นรอยเราต้องเริ่มโบท็อกซ์แล้วนะ ทุกวันนี้หลอกตลอด เราเป็นพรีเซ็นเตอร์โบท็อกซ์ใช่ไหม ก็บอกเขาไปว่าถ้าเธอไม่ฉีดเขาจะถอดฉันออกจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ ตอนแรกเขาเชื่อ พอตอนหลังเขาก็เริ่มเอ๊ะแต่ต้องพบค่ะ เพราะมิ้นต์รู้สึกว่าถ้าเริ่มรักษาตั้งแต่เด็กๆ อย่าให้เป็นเยอะ แล้วไปดึงมันไม่ทันจริงๆ
ก่อนแต่งงานก็ต้องพาไปเสริมหล่อ ไม่ต้องแต่งก็เสริมเลย มิ้นต์จะบอกเขาตลอดจะให้ผู้หญิงทำอย่างเดียวไม่ได้นะ ฉันก็อยากมีแฟนเด็กอย่างคุณแม่จูงมือคุณพ่อไป มิ้นต์ก็เลยบอกภูผาว่าถ้าไม่รีบทำตั้งแต่ตอนนี้ แก่ตัวไปเธอโดนแน่ ดูพ่อไว้ ผาเห็นพ่อ ผาก็ตกใจ แต่แฮปปี้กับผลตอบรับมาก ชอบมากค่ะ”
แม่ : “อายุที่เหลือ 38 เป็นพี่สาวพอ ตอนนี้ก็พอใจกับผลลัพธ์ค่ะทำไปแล้วเหนียงตรงนี้ที่มันหย่อนยานมันหายไปเยอะจริง แผลเป็นก็ไม่ค่อยเห็น อยากสวยบ้าง อยากเป็นพี่สาวมิ้นต์ตลอดไป”
มิ้นต์ : “หลังจากเขาทำเสร็จ เขาพากันไปเที่ยวทุกอาทิตย์ แม่ไม่อยู่บ้านเลย”
แม่ : “ตั้งแต่ที่ศัลยกรรม วันรุ่งขึ้นสมมติแม่ทำวันที่แปด วันรุ่งขึ้นวันที่เก้าแม่พากันเที่ยวรอบโซลเลย ไม่เจ็บเลย”
มิ้นต์ : “แล้วเขาไปเรียกเพื่อนข้างห้องมาด้วย มาทำด้วยกัน จริงๆ ฉันก็นึกว่าเขาจะเจ็บ แต่เขาบอกว่าดีมากเลยนะคะ มาทำโรงพยาบาลนี้เลย (หัวเราะ)”
แม่ : “คุณพ่อก็แฮปปี้นะคะ คือรอยเขาเยอะ เก็บยังไงก็เก็บไม่หมด แต่ว่ามันดีขึ้น ประมาณ 70% เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ดูแลหน้าตั้งแต่แรก ถ้าพ่อไปเก็บเพิ่มก็ไปค่ะเราไม่ยอมแพ้ แม่ก็ทำทั้งตัวไปเลยดีกว่า”
มิ้นต์ : “ขอเก็บก่อนนะแม่นะ (หัวเราะ)”
แม่ : “ไม่กลัวคนทักผิดว่าสวยเหมือนลูกสาว อยากสวยกว่า (หัวเราะ) คือมิ้นต์เขาเป็นเด็กที่กตัญญูมาตั้งแต่เล็ก พอเขามีความคิดความอ่านขึ้น ก็มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นลำดับ”


