xs
xsm
sm
md
lg

“สุนารี” นับถอยหลังขีวิต โฟกัสที่ความสุขไม่ใช่เงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สุนารี” แฮปปี้ชีวิตเกษตรกร ปลูกผักทำอาหารให้ลูกหลานกิน มองชีวิตไม่ใช่การปลง แต่เข้าใจธรรมชาติมากขึ้น ยันไม่คิดลาวงการ-ไม่มีกำหนดเกษียณ แนะใช้ชีวิตแบบเตรียมรับทุกสถานการณ์

เป็นอีกหนึ่งศิลปินลูกทุ่ง ที่แฟนๆ ชื่นชมในไลฟ์สไตล์เรียบง่าย สำหรับ “สุนารี ราชสีมา” ที่ช่วงนี้มักจะเผยภาพการปลูกผัก ทำสวน และใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติผ่านโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ ล่าสุดวันนี้ (31 พ.ค. 69) ได้เจอสุนารี ในงานบวงสรวงภาพยนตร์ เสือหอน มังกรหาว เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงความสุขในปัจจุบัน พร้อมยืนยันว่าแม้จะหลงรักวิถีเกษตรมากแค่ไหน แต่ยังไม่คิดลาวงการบันเทิงอย่างแน่นอน

“ก็มีความสุขกับทุกๆ อย่าง ในแต่ละวันค่ะ ตื่นเช้ามาดูโน่นนี่นั่นอยู่กับหมา วันไหนว่างก็ปลูกผัก เก็บผัก ทำกับข้าวให้ลูกให้หลานกิน ให้คนงานกิน แล้วก็ไปดูที่ดูทาง ไปดูไปปล่อยปลา ไปดูน้ำดูอะไรที่เราจัดเตรียมที่เราจะทำ จะปลูกบ้านที่ลำตะคองด้วย แล้วก็จะทำเป็นแปลงผัก จะเป็นแหล่งเหมือนแบบแลนด์มาร์กเล็กๆ หรือว่าเป็น สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตริเพราะว่าแม่ตั้งใจแบบ จะไปทำแปลงผักอะไรอยู่ที่นั่น”

ใช้ชีวิตแบบนี้มาตั้งนานแล้ว แค่เมื่อก่อนไม่ได้ลงโซเชียล
“อ๋อ จริงๆ เป็นแบบนั้นมาอยู่แล้ว ก็คือเป็นเกษตรกรหลักอยู่แล้ว แต่ว่าเหมือนกับว่า เมื่อก่อนมันไม่มีโซเชียล คนก็จะไม่เห็นว่าเราใช้ชีวิตแบบไหน พอมีโซเชียลเราก็ได้มีโอกาสได้ถ่ายทอด แบบชีวิตเรียลๆ ของเราจริงๆ ก็ทำกับข้าวกินแบบไหน อยู่แบบไหน ว่างทำอะไร มีงานในวงการก็ไป ก็ได้ลงหมดอะไร”

หลายคอมเมนต์บอกอยากใช้ชีวิตง่ายๆ แบบนี้บ้าง
“ส่วนมากก็จะเป็นผู้ใหญ่ มันเป็นความสุขจริงๆ นะการได้อยู่กับธรรมชาติกับต้นไม้ แล้วก็เราได้ดูแลเขา ได้เทกแคร์ มันเหมือนการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งเหมือนกัน เลี้ยงต้นไม้ต้นหนึ่งกว่ามันจะโตงอกงามมา แล้วเห็นเขางาม ออกดอกออกผล แล้วเราจะมีความสุขมาก จริงๆ ไม่ต้องรออายุเยอะก็ได้ เริ่มทำเร็วเราก็เหมือนจะมีความสุขกับชีวิตมันเร็วขึ้น แล้วการปลูกต้นไม้มันทำให้เรามีสมาธิด้วยนะ มีสมาธิกับการโฟกัสอยู่กับมัน”

ไม่คิดลาวงการ ทำทุกอย่างควบคู่กันไป
“โอ๊ย ไม่ลา ไม่ลาค่ะ ทุกอย่างทำควบคู่กันไปหมด งานบันเทิง งานร้องเพลง งานหนัง งานละคร ก็รับหมด เพราะว่าชีวิตมันเหมือนกับว่าไม่ได้โฟกัสที่เงิน ที่รายได้แล้ว หรือที่งานมากแล้ว มีเข้ามาก็ทำไป มีความสุขกับมัน นอกเหนือจากนั้นเวลาว่างเราก็มีความสุขกับชีวิตที่เหลือ เพราะว่ามันนับถอยหลัง มันใกล้ฝั่งไปทุกทีแล้ว อยากจะใช้เวลาให้มีความสุขที่สุด ไม่อยากเสียเวลากับอะไรแล้ว ไม่แบกอะไรใดๆ เลย เช้ามาก็มีความสุขเลย”

ไม่ได้ปลง แค่เข้าใจชีวิตมากกว่า
“มันอยู่กับธรรมชาติมากกว่า มันเหมือนเข้าใจชีวิตมากกว่า ไม่ใช่เป็นการปลง ต้องแข่งมีความสุขกับเวลาที่มันน้อยลงของเรามากกว่า”

ไม่ได้กำหนดว่าจะเกษียณเมื่อไหร่ ใครจ้างอะไรก็ไปเล่น
“ไม่มีค่ะ เพราะว่างานทุกอย่าง ฟ้าเขากำหนดมาให้แล้ว (หัวเราะ) เราไม่ต้องไปกำหนดว่าจะเกษียณเมื่อนั้นเมื่อนี้ มีอะไรมาก็ทำไป ถ้าเรายังทำให้เขาได้ดีนะ นะคะ ถ้าเขายังเห็นศักยภาพของเราว่า โอเค แสดงว่าเขาเห็นแหละ เขาถึงมาจ้าง มาติดต่อเราไปเล่น เราก็ทำไป แต่ถ้าวันหนึ่งเรารู้สึกว่าเราไม่ไหวแล้ว เราก็อาจจะแบบว่าบทนี้ไม่ไหว งานนี้ไม่ไหวนะ ยืนไม่ไหวแล้วหรือเล่นไม่ไหวแล้ว เราก็จะเลือกงานที่เราไหว แต่ตอนนี้เหมือนกับว่า อย่างงานแสดงบทไหนๆ ก็รับหมดนะ ไม่รับแต่บทที่ถนัด รับบทอื่นเราได้เรียนรู้กับมัน ได้ฝึกตัวเอง บางทีมันอาจจะเป็นอีก อีกบทหนึ่งที่เราสามารถเล่นได้ แต่เราอาจจะไปจำกัดมันไว้ก็ได้ อย่างเรื่องนี้ก็เล่นบู๊ค่ะ”

การใช้ชีวิตยุคนี้ต้องปรับตัวพร้อมรับทุกสถานการณ์ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอดี
“จริงๆ มันก็ต้องปรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ของโรคร้าย โรคภัยไข้เจ็บ เชื้อโรค หรือ สภาวะสงคราม จริงๆ เราเป็นคนที่เตรียมพร้อมเสมอ บอกทุกคนว่าเวลามีเหตุการณ์อะไร อยากให้ทุกคนเตรียมพร้อม อย่างตอนช่วงสงครามที่โพสต์ไป ก็อยากให้ทุกคนเตรียมความพร้อม เราไม่รู้ว่าสงครามมันจะไปรุนแรงแค่ไหน ถ้ามันไม่เกิดขึ้น ไม่รุนแรง เราก็ไม่ได้เสียหายอะไร”

“แต่ถ้ามันรุนแรงขึ้นมา เราก็ยังมีแหล่งอาหาร มีที่ที่เราสามารถปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกโน่น ปลูกนี่ หรือเตรียมอะไรต่อมิอะไรไว้ ตามความเหมาะสมของความเป็นเรานะ ไม่ได้แบบว่าต้องไปหาเงิน แล้วไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อ ที่จะมาตุนข้าวตุนของ มันก็เป็นภาระ แล้วก็มันก็ทำให้เรา ไม่มีความสุขเปล่าๆ ทุกอย่างก็ให้อยู่บนพื้นฐานของความพอดีของเรา แต่จริงๆ ก็อยากให้ทุกคนแบบ เตรียมพร้อมทุกอย่าง ยิ่งทุกวันนี้เราสามารถปลูกผักกินเองได้ ทำอะไรกินเองได้ หนึ่งก็ประหยัด สองก็ดีต่อสุขภาพด้วย เอาจริงๆ นะ”