“หนุ่ม กรรชัย” ฟ้อง “ปู มัณฑา” เพิ่ม 1 คดีรวมเป็น 6 คดี เผยได้คุยกับครอบครัวทราย ยินดีหากต้องการออกมาชี้แจงในรายการ คิดอยากเฟดตัวเองจากโหนกระแส เหนื่อยฟังเรื่องท็อกซิก ถึงขั้นต้องปรึกษาจิตแพทย์ เผยคนที่จะมาทำแทนต้องเป็นตัวของตัวเอง ไม่พยายามเป็น “กรรชัย”
ยังคงเดินหน้าใช้กฎหมายจัดการ หลังถูกพาดพิงอย่างต่อเนื่อง สำหรับพิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เมื่อวานนี้ (27/พ.ค./69) ได้มอบหมายให้ “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์” ยื่นฟ้อง “ปู มัณฑา หิมะทองคำ” เพิ่มอีก 1 คดี หลังถูกพาดพิงว่าส่งลูกน้องไปปั่นศาลแขวงพระนครใต้ จนตอนนี้รวมทั้งฟ้องและแจ้งความแล้ว 6 คดี ล่าสุดวันนี้ (28 พ.ค. 69) ได้เจอ “หนุ่ม กรรชัย” ที่มาร่วมกิจกรรมพิเศษกับเครื่องดื่มรังนก Bell เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมเผยถึงประเด็นร้อนของ “ทราย สมุทร” และ “ลีน่าจัง” รวมถึงกระแสตอบรับหลัง “อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์” มานั่งแท่นพิธีกร “โหนกระแส” แทน 1 วัน ก่อนยอมรับตรงๆ ว่าเริ่มมีความคิดอยากเฟดตัว เพราะตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ต้องรับฟังเรื่องท็อกซิกทุกวัน จนถึงขั้นต้องปรึกษาจิตแพทย์
“ก็เป็นไปตามที่พี่ตุ๋ยโพสต์นั่นแหละครับ แต่จริงๆ แล้วผมก็ไม่ค่อยอยากจะไปพูดพาดพิงอะไรถึงเขาครับ เพราะว่าผมอยากให้กฎหมายเป็น เป็นตัวชี้วัด ว่าข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้น ผมไปทำให้เขาเสียหายตรงไหน ทุกคนมีสิทธิ์ปกป้องตัวเองครับ ผมเองก็ไม่เคยออกมาด่า หรือไม่เคยออกมาว่าอะไรทางคุณปูเขา ผมรู้สึกผมเสียหาย ผมก็พึ่งศาล แล้วผมก็ไม่จำเป็นต้องมานั่ง นั่งพูดกลับเป็นสงครามโซเชียล ผมว่ามันปัจจุบันมันไม่จำเป็นต้องงไปโซเชียลมาเป็นเครื่องมือ เป็นอาวุธในการทำร้ายกัน อันไหนที่มันต้องเป็นข้อกฎหมาย ก็กฎหมายจัดการไป ก็ฟ้องไปตามนั้นแหละครับ ตอนนี้ก็ประมาณ 5 คดี แล้วก็มีแจ้งความเอาไว้อีก 1 คดี ก็เป็น 6”
โนคอมเมนต์ “ปู” เวอร์ชั่นใหม่ ที่บอกว่าจะไม่โพสต์ด่าใครแล้ว
“คือผมไม่ก้าวก่ายดีกว่า ผมว่ามันเป็นสิทธิ์ที่ทางคุณปูเขาอยากจะวางตัวเองอยู่ตรงไหน มันเป็นสิทธิ์ของเขา ผมไม่ไปก้าวล่วงว่าดีแล้วหรือไม่ดี อันนี้ผมพูดไม่ได้ มันอยู่ที่ตัวเขาเอง”
คดีที่ยื่นฟ้องเมื่อวาน ศาลออกหมายนัดแล้ว
“ก็มีนัดแล้วครับ แต่ผมไม่ทราบว่าหมายน่าจะไปถึงวันไหน แต่ว่าตัวผมเองก็อย่างที่บอกแหละครับ ว่า ก่อนที่จะมีการฟ้องคดีนี้ ตอนแรกช่อง 3 จะเป็นคนฟ้องด้วย อย่างที่ช่อง 3 ได้มีการแถลงออกมา แต่ผมก็มีการคุยกับทางช่อง 3 ผมก็มองว่า เรื่องบางเรื่องผมว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวดีกว่า อย่าไปเอาช่องมาเกี่ยวเลย เพราะว่าเดี๋ยวมันจะกลายเป็นประเด็นที่เหมือนกับ ไปรังแกคนโน้นคนนี้เขา ผมว่ามันก็ไม่เหมาะ“
”มันเป็นเรื่องที่เขาก็ไปพาดพิงว่าผมเองเนี่ย ส่งลูกน้องไปป่วนในหน้าบัลลังก์ผมก็ยืนยันว่าผมไม่ใช่ตนเลง ผมไม่ใช่คนอะไรแบบนั้น ที่สำคัญที่สุดอย่างที่ผมเคยพูดไป ว่าที่นั่นน่ะคือศาล ซึ่งจะสถิตความยุติธรรม ไม่ใช่ห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ต่อให้ห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ผมก็ทำรายการประเภทนี้มาเยอะ ไอ้ที่จะส่งลูกน้องไปป่วนใครผมไม่ทำอยู่แล้ว มันผิดกฎหมาย ผมไม่ทำ แต่ว่าอยู่ดีๆ มากล่าวหาผม ผมก็ให้ศาลเป็นคนตัดสินว่าผมไม่ได้ทำนะ ผมแค่ต้องการความเป็นธรรมในตัวของผมเท่านั้นเอง”
ทั้งแจ้งความ ทั้งฟ้อง รวมทั้งหมด 6 คดี ถ้าในอนาคตพาดพิงอีก ก็ต้องให้กฎหมายตัดสิน
“6 ครับ (มีโอกาสจะเพิ่มขึ้นอีกไหม?) ผมก็ต้องดูในอนาคตครับ ว่ามีบุคคลใดที่มาพาดพิงถึงผม ถึงครอบครัวของผมในทางที่มันเสียหาย ผมก็มีความจำเป็นต้องให้กฎหมายเป็นคนตัดสิน”
ขอไม่แสดงความคิดเห็น กรณี “ลีน่าจัง” แนะ “ทราย สมุทร” ให้กลับไปขอโทษแม่และให้อภัยพี่ชาย เพราะมองว่าเป็นสิทธิ์ของแต่ละฝ่าย
“เรื่องนี้ผมขออนุญาตไม่ไปออกความคิดเห็นดีกว่า เพราะว่ามันเป็นสิทธิ์ของทางคุณลีน่าจัง แล้วผมเองก็เคารพสิทธิ์ในตัวของทราย ถ้าอันไหนที่มันจะเป็นบริบทที่มันไม่ถูกต้อง ผมเชื่อว่าสุดท้ายเนี่ยก็เป็นเรื่องของทางเขาดีกว่า ผมไม่รู้ว่าตื้นลึกหนาบางเรื่องของคุณลีน่าจังมันเป็นยังไง ผมไม่ได้ตามข่าวด้วย ต้องขอโทษด้วยจริงๆ”
โหนกระแส เทป “ทราย” กระแสตอบรับดี ยินดีหากฝั่งครอบครัวอยากมาออกมาชี้แจง
“รายการก็โอเคนะครับ ทุกคนก็เห็น ซึ่งผมเองก็พยายามที่จะสัมภาษณ์อยู่ในกรอบของกฎของ กสทช. แล้วก็ พ.ร.บ. ความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 เราก็ไม่ได้มีการไปลงลึก ไม่ได้มีการเปิดคลิป ไม่ได้มีการไปกล่าวพาดพิงให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเสียหาย ก็เป็นแค่ตัวน้องเอง ที่มีความรู้สึกแบบนี้ แต่ในมุมอีกมุมหนึ่ง ถ้าเกิดว่ามุมของทางครอบครัวของคุณทรายเอง อยากจะออกมาชี้แจงกับสื่อ หรืออยากมาที่ผม ก็ได้ เราก็ยินดี เราก็เปิดกว้าง เราก็ไม่ได้ปิด อย่างน้อยเนี่ยสังคมจะได้มองอีกมุมหนึ่ง ก็เป็นสิทธิ์ของเขาแหละครับ”
เผยมีโอกาสได้คุยกับฝั่งครอบครัวนิดหน่อย
“ผมมีโอกาสคุยๆ นิดหน่อย แต่ยังไม่ได้ลงดีเทลอะไรในเชิงลึก ผมว่าคงต้องให้เวลา ให้เขาพร้อมจริงๆ ซะก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยว่ากัน”
ยอมรับลำบากใจ เพราะโหนกระแสจะไม่ทำเรื่องล่วงละเมิดทางเพศภายในครอบครัว
“ลำบากใจครับ เพราะหลายคนก็อาจจะมองว่า อ้าว ทีเรื่องผัวเมียยังทำได้เลย มันก็เป็นเรื่องความรุนแรง แต่จริงๆ แล้วต้องเข้าใจอย่างหนึ่งนะครับว่า เรื่องความรุนแรงในครอบครัวเนี่ย มันมีหลากหลาย ตีลูก ฆ่าลูก ลูกแทงแม่ ลูกซ้อมพ่อแม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยทำเลยคือ พ่อข่มขืนลูก ลูกข่มขืนแม่ พี่น้องข่มขืนกันเอง โหนกระแสจะไม่ทำ ไม่ทำเรื่องพวกนี้ แต่ถ้าเกิดว่าเป็นเหยื่อ ที่ไปโดนบุคคลอื่นที่นอกครอบครัว ละเมิด หรือพ่อเลี้ยงละเมิด อันนี้อีกเรื่องหนึ่ง คือกฎหมายมันต้องตีความหลายอย่าง มันไม่สามารถตีความเจาะจงลงไปอย่างเดียวได้ มัน มันแยกเป็นแบบ เป็นซอยเล็กๆ ว่าอันไหนมันควรหรือไม่ควร แต่บางคนอาจจะไม่ทราบ ก็เลยไปตีรวมว่า อ้าว ก็กฎหมายเดียวกัน ทำไมอันนั้นทำได้ อันนี้ถึงทำไม่ได้ มันต้องเข้าใจบริบทในหลากหลายเรื่องราวด้วย”
ไม่รู้ประเด็นถูกบังคับให้ใช้สารเสพติด เพราะไม่ได้ตามเรื่องนี้ เชื่อธงของ “ทราย” คือการเจรจา
“ขอโทษจริงๆ ไม่ได้ตามเรื่องนี้เลย ไม่ได้ฟังเลย พอดีว่าไปทำเรื่องอื่นซะตอนนี้เป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้ก็จะไป ไปมุ่งอยู่ เรื่องนี้ไม่ได้ตามเลย ขอโทษจริงๆ ผมว่าธงของน้องทราย ที่ผมมีโอกาสคุยในวันนั้น ก็คือการเจรจา เชื่อว่าทุกคนได้ยินที่พูด น้องทรายเป็นคนบอกเองว่าธงคือการเจรจา ผมว่าถ้ามีการเจรจาจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าจะได้แยกย้าย น้องทรายเองก็จะได้ในสิ่งที่ตัวเองตั้งหวังไว้ ตั้งธงไว้ มันจะได้เป็นผล เป็นธรรมกับน้องเขาด้วย มันจะได้จบๆ ตรงนี้ไป”
ฟีดแบ็กดีเกินคาด หลังให้ “อ. ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์” มาเป็นพิธีกรในโหนกระแสแทน 1 วัน
“ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณอาจารย์ยิ่งศักดิ์นะครับ ที่ให้เกียรติมาทำรายการโหนกระแส เอาจริงๆ คือตัวเราเองกับอาจารย์ยิ่งศักดิ์ รักกันแล้วก็สนิทกันมานานมาก หลายปีมากแล้ว คือเราเคยทำงานด้วยกัน แล้วเราก็เห็นความสามารถของอาจารย์ยิ่งศักดิ์อยู่แล้วว่า แกเนี่ยไม่ใช่เป็นบุคคลที่ทำได้แค่เฉพาะ อาหารเท่านั้น”
“เรามองความหลากหลายของแก แกมีเยอะแยะมากมาย จนกระทั่งเมื่อก่อนนี้อยู่ที่ช่อง 8 ก็มีโอกาสได้คุยกับทางพี่โจ้ สมัยนั้นพี่โจ้แกทำช่อง 2 แล้วแกก็คิดว่าแกจะทำรายการคนดังนั่งเคลียร์ขึ้นมา ก็มีการมาคุยกับเราเนี่ยว่า แกจะเอาอาจารย์ยิ่งศักดิ์มาทำ เราก็บอกดี แกทำแล้วดีมาก ตอนนั้นแกก็เลยขึ้นรายการคนดังนั่งเคลียร์ พอยิ่งเห็นอาจารย์ทำรายการทอล์ก เรารู้สึกว่าเออแกเก่งมาก จากเรื่องของบันเทิง มาเป็นเรื่องการเมือง เรื่องทั่วไป เรื่องของสังคม แกเก่ง วันหนึ่งก็เคยคุยกับแกว่า อาจารย์มาทำกับผมไหม เรามาทำอะไรด้วยกันไหม”
“ในตอนนั้นแกเพิ่งออกมาจากคนดังนั่งเคลียร์ แล้วแกก็กำลังจะไปทำที่ช่อง 7 แกก็บอกหนุ่ม ฉันรับปากเขาไปแล้ว จะทำยังไงดี เราก็ไม่เป็นไรอาจารย์ ถ้ารับปากมาแล้ว อาจารย์ไปทำตรงโน้นก่อนเลย แต่เมื่อไหร่ที่อาจารย์เองไม่ได้ทำตรงนั้นแล้ว อาจารย์นึกถึงผมคนแรกนะ มาคุยกันนะ อาจารย์แกก็รับปาก สุดท้ายก็เป็นไปตามที่คุยกันไว้ ก็คือพอแกหยุดทำรายการทางช่อง 7 ไป ก็เลยมีการพูดคุยกัน ผมก็ยังตามจีบอาจารย์อยู่”
“เอาแรกๆ ถ้าเกิดวันไหนผมไม่ว่าง รบกวนมาเป็นพิธีกรแทนผมหน่อยได้ไหม แกก็บอกจะทำได้เหรอไอ้หนุ่ม แรกๆ เขากดดัน ฉันจะทำได้เหรอ เราก็บอกอาจารย์ทำได้ ผมมั่นใจอาจารย์ อาจารย์มาทำเถอะ ให้เกียรติผมหน่อย ส่วนครั้งต่อไปก็บอกไว้แล้ว ว่า เบื้องต้นถ้าเกิดผมไม่ได้มา อาจารย์มาหน่อยได้ไหม เขาก็บอกได้ๆ เดี๋ยวมาว่ากัน แกก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร”
ปัดเริ่มหาคนมาทำแทน เพราะเตรียมเฟดตัวจากรายการ แค่เหนื่อยกับการต้องฟังเรื่องท็อกซิกทุกวัน จนถึงขั้นเคยปรึกษาจิตแพทย์
“ไม่ได้เป็นสัญญาณ เอาตรงๆ คือที่ผ่านมาทำโหนกระแสมา 9 ปี มันเหนื่อยมากนะ คือมันเหนื่อยกับการที่ต้องเจอเรื่องท็อกซิกทุกวัน ในแต่ละวันต้องรับฟังเรื่องคนอื่น แล้วเราก็ต้องมานั่งจัดการชีวิตเรา ว่าเฮ้ยมันจะอยู่กันยังไง ในช่วงแรกๆ ที่ทำ ถึงขั้นไปปรึกษาจิตแพทย์ แต่หลังๆ ก็ดีขึ้น พอรู้ทริกในการทำงาน รู้ว่าต้องคลายยังไง ปล่อยยังไง มันก็สบายขึ้น แต่มันก็จะเหนื่อย แต่ถ้าวันหนึ่งผมเฟดไป แล้วมีคนอื่นมาทำแทน ผมก็คงยังไม่ได้หายไปร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ทิ้งเลย คือผมเองต้องเป็นคนเคาะแขกอยู่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่าง มันต้องผ่านจากผมอยู่แล้ว ส่วนหน้าจอก็ ถ้าจะเป็นคนอื่นมาทำ ผมก็ยินดี”
ถ่อมตัวมีคนเก่งกว่าตัวเองเยอะแยะ แค่ยังไม่ได้รับโอกาส
“ไม่หรอกครับ ผมเป็นแค่คนที่ได้โอกาส แล้วก็เป็นคนที่โชคดีเท่านั้นเอง ผมก็เชื่อว่ายังมีบุคคลอื่นๆ ที่เก่งกว่าผม มีความสามารถกว่าผม มีความสามารถสัมภาษณ์ได้ดีกว่าผมเยอะแยะมากมาย เพียงแต่ว่า บางครั้งเขาอาจจะ ยังไม่มีโอกาส วันหนึ่งถ้าเกิดเราไปเจอ เราก็เฟ้นหาบุคคลคนนั้น แล้วก็ให้โอกาสเขา"
ไม่ได้มองว่าตัวเองว่าเป็นโลโก้ของโหนกระแส
“ไม่หรอกครับ ขนาดอาจารย์ยิ่งศักดิ์มาแทน ยังมีคนบอกไอ้หนุ่มไม่ต้องมาแล้ว แต่เราแฮปปี้ที่มีเสียงแบบนั้นนะ เพราะไม่อยากจะให้มีประเภทแบบมาทำไม เอาไอ้หนุ่มกลับมา ทำไมหนุ่มไม่มา ต้องเป็นหนุ่ม ไม่อยากเป็นอย่างนั้น อยากให้คนที่มานั่งทำ แล้วเป็นแบบนี้ ไอ้หนุ่มไม่ต้องมา เอาคนนี้มา เราแฮปปี้ เราเราสบายใจอย่างนั้นมากกว่า (อ.ยิ่งศักดิ์เป็นตัวเลือกแรกที่จะมาแทน?) โอ้ย ยังตอบไม่ได้ ยังตอบไม่ได้ครับ อาจารย์อาจจะไปทำอีกรายการหนึ่งก็ได้”
ไม่ได้ตั้งเป้าไว้ ว่าอีกกี่ปีจะวางมือ”
“ยังไม่ได้ตั้งเป้าเลยฮะ แต่ว่ามันก็ไม่มีอะไรที่มันแบบ มันคงรูป มันก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง”
คนที่จะมาทำหน้าที่แทนได้ คือคนที่นำเสนอแบบเป็นตัวของตัวเอง
“คือผมพูดอยู่บ่อยๆ เลย เวลาคนมาสัมภาษณ์ หรือไปนั่งสัมภาษณ์ในรายการไหนก็ตามแต่ คือบุคคลคนนั้น ต้องไม่ได้เป็นเหมือนผม เพราะว่าการจะเป็นพิธีกรเนี่ย เราต้องเป็นตัวเราเองให้มากที่สุด ผมไม่สามารถเป็นพี่สรยุทธได้ ผมไม่สามารถเป็นคุณพุทธ อภิวรรณ ได้ เช่นเดียวกันครับ คุณพุทธกับพี่สรยุทธก็ไม่สามารถเป็นผมได้ ทุกคนมีสไตล์ของตัวเอง อาจารย์ยิ่งศักดิ์ที่เข้ามานั่ง แล้วเขาก็ประสบความสำเร็จ เพราะว่าเขาไม่ได้มาเป็นตัวผม เขาคือยิ่งศักดิ์ นำเสนอในแนวของยิ่งศักดิ์ แล้วพอดีว่าคนน่ะชอบ”
“เหมือนผม ผมก็คือกรรชัย ผมก็นำเสนอในมุมผม ผมเป็นคนกวนตีน ผมเป็นคนชอบเสือก ซึ่งมันคือคาแรกเตอร์ของตัวผม แต่ไม่ได้หมายความว่าอีกคนหนึ่งก็เสือกเหมือนกัน กวนตีนเหมือนกัน แต่จะมาทำเหมือนผม มันก็คนละแบบ มันต้องเป็นตัวเขาเอง มันต้องนำเสนอเป็นตัวเขาเอง ผมว่าคนแบบนี้จะประสบความสำเร็จ ผมจะไม่เอาคนที่คาแรกเตอร์เป็นแบบผมเลย เพราะว่าผมรู้เลยว่า ถ้าคาแรกเตอร์จะต้องเป็นแบบกรรชัย มันก็ไม่ได้เป็นตัวเขา คือมัน มันต้องเป็นตัวเขาจริงๆ”
ยอมรับมีความคิดจะเฟดตัวให้คนอื่นมาทำแทน
“คือถ้าไม่โกหกกันเลย มันก็มีความคิด เพราะมันก็ มันเหนื่อย เวลามันทำแต่ละวันมันก็เหนื่อย ตื่นเช้าขึ้นมาต้องมานั่งรับฟังเรื่องของคนโน้นคนนี้ เราก็อยากไปเที่ยวบ้าง อยากจะไปขับรถกับเพื่อน (ถ้าออกแล้วกนะแสรายการไม่เท่าเเดิม?) สมมติว่าเป็นแบบนั้นนะ มันก็อาจจะมีคนที่เขาติดตามผม เขารู้สึกว่า เออ เขาไม่ดูละ แต่ว่าผมเชื่อว่าด้วย ด้วยระยะเวลาเนี่ย มันก็จะค่อยๆ ฟื้นฟูไปเอง (เรตติ้งจะตกหรือเปล่า ถ้าไม่มีเรา?) โอ้ ไม่หรอกครับ จริงๆ ก็ยังไม่ได้วางอะไรเลย พูดไปเดี๋ยวก็ไปลงกรรชัยจะวางมือ ไม่ใช่นะ หมายถึงว่า ถามว่ามีความคิดไหม คิด แต่ว่าคงจะไม่ใช่วันนี้”


