พระเอกจีนที่ฮอตที่สุดในเวลานี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “จางหลิงเฮ่อ” พระเอกจากซีรีส์เรื่อง “ล่าหยก” ที่ล่าสุดโฆษณาพากันแย่งตัวจนตอนนี้ค่าตัวพุ่งขึ้นจากเดิมเป็น 6 เท่าแล้ว
ตามรายงานจากสื่อแดนมังกรระบุว่า จางหลิงเฮ่อ ขณะนี้ขึ้นเป็นหนึ่งในนักแสดงตัวท็อปรุ่นใหม่แถวหน้าของวงการ จากความสำเร็จของซีรีส์ “ล่าหยก” ที่นอกจากพระเอกแล้วตัวนางเอกอย่าง “เถียนซีเหว่ย” ก็ได้รับความนิยมพุ่งขึ้นอย่างมากไม่แพ้กัน
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จางหลิงเฮ่อ ปรากฏตัวในแคมเปญของ Gucci อยู่บ่อยครั้งรวมทั้งเพิ่งได้รับเชิญเข้าร่วมชมแฟชันวีคที่นิวยอร์ก ท่ามกลางคนดังระดับโลกมากมาย
ตามรายงานระบุว่าค่าตัวสำหรับแบรนด์หรูตอนนี้แตะที่ 50 ล้านหยวนหรือประมาณ 242 ล้านหยวน ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้วถึง 6 เท่า
นอกจากนั้นยังเพิ่งคว้าพรีเซนเตอร์แบรนด์แว่นตา ที่ก่อนหน้านี้ เซียวจ้าน พระเอกฮอตอีกคนเคยรับหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์มาก่อน ซึ่งทันทีที่เปิดตัวจางหลิงเฮ่อ ในฐานะพรีเซนเตอร์ สามารถทำยอดขายหลายสิบล้านหยวนภายในหนึ่งวัน
ก่อนที่ ล่าหยก จะดังเป็นพลุแตก ตามรายงานระบุว่า จางหลิงเฮ่อ มีค่าตัวมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านหยวน หรือประมาณ 38.6 ล้านบาท แต่เวลานี้ค่าตัวของเขาขยับขึ้นไปอยู่ที่ 12 ล้านหยวนหรือประมาณ 58 ล้านบาท ต่อสัญญาโฆษณา 1 ชิ้น
สำหรับแบรนด์แฟชั่นและเครื่องสำอางหรูอย่าง Lancôme และ Gucci เชื่อว่าได้รับค่าตอบแทนสูงกว่ามาก เนื่องจากภาระหน้าที่ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ในระยะยาว การปรากฏตัวในงานต่างๆ และข้อกำหนดด้านการจัดการภาพลักษณ์
เรียกได้ว่าเป็นผลตอบแทนที่ได้จากความสำเร็จของซีรีส์ ล่าหยก ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าทั้ง จางหลิงเฮ่อ และ เถียนซีเหว่ย ได้รับค่าตัวน้อยเพื่อให้ทีมงานนำเงินไปลงทุนกับฉาก เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์ประกอบฉากในยุคราชวงศ์ซ่งให้สมจริง
ในขณะนั้น มีรายงานว่า จางหลิงเฮ่อ ได้รับค่าตัวประมาณ 3.5 ล้านหยวน ( 16.9 ล้านบาท ) ขณะที่ เถียนซีเหว่ย ได้รับประมาณ 3 ล้านหยวน ( 14.5 ล้านบาท )
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จอย่างมหาศาลของละครเรื่องนี้ได้เปลี่ยนสถานะทางการค้าของนักแสดงทั้งสองไปอย่างรวดเร็วแทบจะในชั่วข้ามคืน
นอกเหนือจากความสำเร็จในอาชีพการงานแล้ว งานอดิเรกส่วนตัวและประวัติการศึกษาของจางหลิงเหอยังดึงดูดความสนใจจากแฟนๆ อีกด้วย
จางหลิงเฮ่อ เกิดที่มณฑลเจียงซูในปี 1997 เดิมทีเขาใฝ่ฝันที่จะเป็นวิศวกรไฟฟ้า เขาได้รับการเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยครูหนานจิง ซึ่งเขาเรียนวิศวกรรมไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ ก่อนที่จะเข้าสู่วงการบันเทิงในที่สุดหลังจากได้รับการทาบทามจากแมวมองให้เข้าร่วมสังกัด
เขาเคยระบุว่า การแสดงของเขานำความคิดเชิงวิเคราะห์อย่างสูงซึ่งได้มาจากพื้นฐานด้านวิศวกรรมมาใช้ในการแสดง
ศึกษาตัวละครคล้ายกับการแก้ปัญหาทางเทคนิคหรือวิเคราะห์วงจรไฟฟ้า โดยอาศัยตรรกะและความอดทนอย่างมากในการทำความเข้าใจบทบาทแต่ละบท
นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยในการสัมภาษณ์ล่าสุดว่า เขาชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับโครงสร้างเครื่องจักร และเพิ่งเริ่มสนใจการถ่ายภาพอย่างมาก ถึงขั้นถอดชิ้นส่วนกล้องเพื่อศึกษาชิ้นส่วนภายในและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค
แฟนๆ ในโลกออนไลน์ต่างแซวว่า งานอดิเรกของจางหลิงเฮ่อนั้น “ดูเหมือนสิ่งที่นักศึกษาวิศวกรรมทำจริงๆ”
นับตั้งแต่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากละครเรื่อง Love Between Fairy and Devil ในปี 2022 นักแสดงผู้นี้ก็ยังคงสร้างความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยผลงานต่างๆ เช่น My Journey to You, Story of Kunning Palace และ Love Me, Love My Voice


