xs
xsm
sm
md
lg

ที่สุดของงานแต่งงาน “ณเดชน์-ญาญ่า” จากนอร์เวย์สู่ขอนแก่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เป็นงานแต่งงานที่น่ารัก อบอุ่น และมีความหมายสมกับการเฝ้ารอคอยกันมานานจริงๆ สำหรับงานแต่งงานของ “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์“ และ ”ณเดชน์ คูกิมิยะ“ ที่ถือเป็นงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่แห่งปีเลยก็ว่าได้ จากขอนแก่นสู่นอร์เวย์ เรียกว่ามีอะไรให้อึ้ง ทึ่ง ซาบซึ้งใจ ร่วมยินดีไปกับทั้งคู่ตลอดปี 2026 นี้ โดย ณเดชน์ตั้งใจให้การแต่งงาน เป็นโมเมนต์ที่ญาญ่าจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต

จากขอนแก่นสู่นอร์เวย์ ผู้บ่าวอีสาน-สาวแห่งสแกนติเนเวียร์
ได้เห็นความลุ่มลึกรากเหง้าทางวัฒนธรรมจากงานแต่งงานที่อีสานไปแล้ว งานในฝั่งนอร์เวย์ก็เป็นอีกหนึ่งงานสำคัญ และเป็นไฮไลต์ของทั้งคู่เช่นกัน โดยเริ่มจากธรรมเนียม rehearsal dinner ล่องเรือผ่าน Oslo Fjord ให้แขกชมบ้านเมือง วิวสวยๆที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนอร์เวย์ ดินเนอร์พูดคุยให้แขกได้มีความใกล้ชิดสนิมสนมกันก่อนจะไปร่วมงานพิธีจริง

รวมไปถึงเสื้อไหมพรมที่เจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวและแขกในงานใส่ นี่คือความตั้งใจและเป็นอีกหนึ่งสตอรี่ที่น่ารักและอบอุ่นมากๆ เสื้อไหมพรมนี้เป็นเสื้อไหมพรมลายดั้งเดิมประจำประเทศนอร์เวย์ เรียกว่า LUSEKOFTE เป็นงานถักทำมือ ที่มีความเป็นครอบครัวสูงมาก โดยสไตล์ลิสต์ของญาญ่าได้เล่าว่าคนถักเป็นคุณยายข้างบ้านญาญ่าเป็นคนทำให้

แม้แต่ภาพจูบที่ลึกซึ้ง ณเดชน์-ญาญ่า ที่มีออกมามากมายก็เป็นอีกหนึ่งในธรรมเนียมกิจกรรมในงานแต่งงานของชาวสแกนติเนเวียร์ โดยธรรมเนียนมงานแต่งงานหากมีคนเคาะแก้วน้ำ ตบโต๊ะ บ่าว-สาวจะต้องจูขึ้นไปยืนบนเก้าอี้แล้วจูบกัน หากมีแขกกระทืบเท้า บ่าว-สาวจะต้องจูบกันแต่จะต้องลงไปจูบกันที่ใต้โต๊ะ การโบกผ้าจากแขกเปรียบเสมือนการอวยพร การส่งพลังบวกให้กับคู่บ่าว-สาวเริ่มต้นชีวิตคู่

เนรมิตรความใฝ่ฝันของเจ้าสาว “ญาญ่า” ให้เป็นความจริง
ณเดชน์ พูดเสมอเมื่อถูกถามถึงเรื่องงานแต่งงานว่าเขาอยากจะมีโมเมนต์ที่ทำให้ ญาญ่า ไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต และการแต่งงานครั้งนี้มันคือการทำความฝันของญาญ่าให้เป็นความจริง เริ่มตั้งแต่สถานที่แต่งงาน เป็นสถานที่ที่ญาญ่าปักใจมาตั้งแต่เด็กว่าเธออยากจะแต่งงานที่คฤหาสน์แห่งหนึ่งของเมือง ออสโล เป็นเหมือนสถานที่แห่งความฝัน ให้ป๊าเดินควงแขน walk down the aisle มาส่งให้เจ้าบ่าวสุดหล่อ อยากมีงานแต่งงานในสวนสีเขียวๆสุดชื่น ซึ่งเธอได้พาณเดชน์ไปดูและบอกเล่าความฝันของเธอให้ณเดชน์ได้รับรู้ และวาดฝันมาด้วยกันตลอดเส้นทางรัก

รวมไปถึงชุดแต่งงาน ทันทีที่ญาญ่า เห็นชุดแต่งงานที่ออกแบบมาเพื่อเธอแล้ว “เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าไม่รู้จะพูดอะไรออกมาเลย รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีอะไรขนาดนี้ รวมไปถึงณเดชน์ด้วยที่โชคดี ทุกอย่างที่วาดฝันเอาไว้มาตั้งแต่เด็กมันชัดเจนตรงตามจินตนาการทั้งหมด ทันทีที่ได้ใส่ชุดเจ้าสาวญ่ารู้สึกลึกซึ้งในความเป็นตัวเองที่สุดแล้ว”

และนี่คำสาบานรักของ ณเดชน์-ญาญ่า ที่มีให้แก่กัน แม้จะเรียบง่าย แต่ทุกคนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ความหวาน และลึกซึ้งแค่ไหน
ณเดชน์ : “17 ปีที่เรารู้จักกัน และ 15 ปี ที่ผมพูดว่าผมรักคุณ และผมรู้ดีว่าจะไม่มีวันเบื่อที่จะพูดคำว่ารักนั้นเลย“

ญาญ่า : “ที่รัก ฉันรักคุณมามากกว่าครึ่งชีวิตแล้ว
และฉันก็จะยังคงรักคุณต่อไปตลอดชีวิต”

คนที่โชคดี-โชคดีของกันและกัน
นอกจากความสวยหล่อของบ่าวสาว บรรยากาศงานที่เหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิยายแล้ว งานแต่งงานของ ณเดชน์-ญาญ่า ในสายตาผู้ชมไม่ใช่แค่งานแต่งดารา แต่นี่คือเลิฟสตอรี่ที่คนดูเติบโตมาด้วยกัน ทุกคนมีความรู้สึกร่วมเหมือนเราได้ส่งคนสนิทเข้าสู่ประตูวิวาห์ไปด้วย งานแต่งงานของณเดชน์-ญาญ่า ไม่ใช่การอวดรักหวานแต่คือผลของการมีความรักที่ดี สม่ำเสมอ และมั่นคง ภายในงานจะได้เห็นความรักจากเพื่อนๆและครอบครัวจากหลายๆเจน หลายรูปแบบ ณเดชน์ กอดและซบไหล่พ่อตา แม่และแม่ยายมารุมกอดเจ้าบ่าว เพื่อนๆกอดคอร้องไห้ไปกับเจ้าสาว คุณยายเจ้าสาวมากอดเจ้าบ่าว ทุกคนจึงลงความเห็นว่าเป็นงานแต่งงานที่น่ารักและสมบูรณ์แบบมากๆ

หลายคนอาจจะพูดว่า ญาญ่า โชคดีจังเลยที่ได้ณเดชน์เป็นแฟน แต่ในทางกลับกัน ญาญ่า มักพูดเสมอว่า ณเดชณ์โชคดีมากๆ ที่มีตนเป็นแฟน รวมถึงเพื่อนๆ “คิมเบอร์ลี่” เองก็ยังบอกว่าไม่ว่าจะเกิดชาติไหนก็ขอให้ได้เป็นเพื่อนกับ ญาญ่า แบบนี้ตลอดไป ในวาระสิ้นสุดการเป็นแฟนเข้าสู่แชปเตอร์ใหม่การเป็นสามีภรรยาอย่างเป็นทางการแล้ว เจ้าบ่าว ณเดชน์ ได้ส่งข้อความถึงเจ้าสาว ญาญ่า…. “ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน… ไม่ว่าเราจะเป็นใครในจักรวาลนี้ หรือจักรวาลไหนก็ตาม ฉันภาวนาขอให้ได้พบคุณอีกครั้ง”