ช่อง YouTube สายแฉการเมืองและวงการบันเทิงชื่อดังของเกาหลีใต้ “Garosero Research Institute” กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ หลังตำรวจยื่นขอหมายจับ “คิมเซอึย” ผู้ก่อตั้งช่อง จากคดีเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับ “คิมซูฮยอน” ขณะที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ช่องนี้ถูกวิจารณ์หนักจากการปล่อยข่าวอื้อฉาว เล่นประเด็นร้อน และพัวพันคดีหมิ่นประมาทบุคคลสาธารณะจำนวนมาก จนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสื่อออนไลน์ที่ทรงอิทธิพลและเป็นที่ถกเถียงที่สุดของเกาหลีใต้
Garosero Research Institute หรือที่คนเกาหลีเรียกสั้น ๆ ว่า “กาเซยอน” เป็นช่อง YouTube และองค์กรสื่อออนไลน์สายการเมือง–สายแฉชื่อดังของเกาหลีใต้ ที่ก่อตั้งโดยอดีตผู้สื่อข่าว “คิมเซอึย” ร่วมกับทนายความและนักการเมือง “คังยงซอก” โดยช่องนี้เริ่มมีชื่อเสียงจากการโจมตีฝ่ายการเมือง เสนอข่าวอื้อฉาว และเปิดเผยเรื่องส่วนตัวของบุคคลมีชื่อเสียง ก่อนจะขยายไปสู่การเล่นประเด็นดารา วงการบันเทิง และคดีระดับชาติ
แม้ผู้สนับสนุนจะมองว่า Garosero เป็น “สื่อทางเลือก” ที่กล้าเปิดโปงเรื่องที่สื่อกระแสหลักไม่กล้าพูด แต่ในอีกด้านหนึ่ง ช่องนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน ข่าวลือ และทฤษฎีสมคบคิดจำนวนมาก จนหลายฝ่ายในเกาหลีใต้จัดให้เป็นสื่อแนวขวาจัด (far-right) ที่ใช้ความขัดแย้งทางการเมืองและข่าวฉาวเพื่อสร้างกระแสและยอดวิว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Garosero มีคดีความจำนวนมาก ทั้งคดีหมิ่นประมาท การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ และละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยบุคคลที่เคยฟ้องร้องช่องนี้มีทั้งนักการเมืองระดับประเทศ ดารา ยูทูบเบอร์ชื่อดัง และบุคคลสาธารณะจำนวนมาก
หนึ่งในคดีที่ถูกพูดถึงมากคือกรณีของนักร้องดัง “คิมกอนโม” เมื่อปี 2019 หลัง Garosero สนับสนุนข้อกล่าวหาว่านักร้องรายนี้ก่อเหตุข่มขืนหญิงคนหนึ่ง ส่งผลให้ภาพลักษณ์และอาชีพของคิมกอนโมเสียหายอย่างหนัก ก่อนที่อัยการจะยกฟ้องในปี 2022 และต่อมาทางฝั่ง Garosero ต้องออกมาขอโทษต่อสาธารณะในปี 2025
นอกจากนี้ ช่องยังเคยถูกฟ้องจาก “อีแจมยอง” ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนปัจจุบัน จากการกล่าวหาเรื่องลูกนอกสมรสและข่าวเสียหายอื่น ๆ ซึ่งศาลตัดสินว่าบางส่วนเป็นข้อมูลเท็จ พร้อมสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องชดใช้ค่าเสียหาย ขณะที่ “โจกุก” อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ก็เคยชนะคดีต่อ Garosero เช่นกัน หลังช่องเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวของเขา
ในวงการบันเทิง Garosero ถูกมองว่าเป็นช่องที่มีอิทธิพลต่อกระแสสังคมอย่างมาก เพราะหลายครั้งการนำเสนอข่าวของช่องสามารถทำให้ชื่อเสียงของดาราได้รับผลกระทบทันที แม้ข้อกล่าวหาหลายเรื่องยังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจน
กรณีล่าสุดและใหญ่ที่สุด คือคดีของนักแสดงดัง “คิมซูฮยอน” กับนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ “คิมแซรน” ซึ่งกลายเป็นข่าวสะเทือนวงการบันเทิงเกาหลีในปี 2025 หลัง Garosero และครอบครัวของคิมแซรนอ้างว่า คิมซูฮยอนเคยคบหากับเธอตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ พร้อมเผยแพร่เอกสาร บทสนทนา และคลิปเสียงต่าง ๆ
ข้อกล่าวหาดังกล่าวสร้างแรงกระแทกอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของคิมซูฮยอน ทั้งในด้านงานโฆษณา แฟนคลับ และวงการบันเทิง แต่ฝ่ายนักแสดงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าเอกสารบางส่วนถูกสร้างขึ้นด้วย AI และมีการตัดต่อข้อมูล
ต่อมาในปี 2026 สถานีตำรวจคังนัมประกาศว่า หลักฐานสำคัญบางส่วนที่ Garosero ใช้อ้างอิงนั้น “ถูกปลอมแปลง” รวมถึงข้อสงสัยว่าใช้เทคโนโลยี AI ดัดแปลงเสียงของคิมแซรน เพื่อสร้างข้อความที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง โดยตำรวจมองว่าการกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงของคิมซูฮยอน
ส่งผลให้ “คิมเซอึย” ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Garosero Research Institute ถูกยื่นขอหมายจับ ในข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตามกฎหมายอาชญากรรมทางเพศเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลและภาพที่เกี่ยวข้องกับเหยื่อ
วันที่ 26 พฤษภาคม 2026 ศาลกลางกรุงโซลได้นัดไต่สวนเพื่อพิจารณาว่าจะอนุมัติหมายจับหรือไม่ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของ Garosero นับตั้งแต่ก่อตั้งมา
ปัจจุบัน Garosero Research Institute ยังคงมีฐานผู้ชมจำนวนมากในเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมสายอนุรักษนิยมและผู้ติดตามข่าวอื้อฉาว แต่ขณะเดียวกัน กระแสต่อต้านก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังองค์กรสื่อ นักข่าว และประชาชนจำนวนมากมองว่า ช่องนี้เป็นตัวอย่างของ “สื่อยุคไวรัล” ที่ใช้ข้อมูลไม่ตรวจสอบเพื่อสร้างอิทธิพลทางสังคม
หลายฝ่ายมองว่า คดีของคิมซูฮยอนอาจกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่กำหนดอนาคตของ Garosero Research Institute ว่าจะยังคงอยู่ในฐานะ “สื่อทางเลือก” ต่อไป หรือจะกลายเป็นตัวอย่างของการใช้สื่อออนไลน์เกินขอบเขตจนต้องเผชิญบทลงโทษทางกฎหมายอย่างจริงจัง


