xs
xsm
sm
md
lg

“ต้าวหยอง” เผยเหตุผลยังเต้นหน้าฮ้าน ภาพจำที่ทิ้งไม่ได้ หวั่นคนมองดังแล้วลืมตัว ลั่นอายุ 30 ค่อยหยุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์” เปิดใจเหตุผลยังเต้นหน้าฮ้านไม่หยุด หวั่นคนมองดังแล้วลืมตัว ย้ำเป็นภาพจำที่ทิ้งไม่ได้ แย้มอาจหยุดเต้นตอนอายุ 30 พร้อมเผยเบางานมินิคอนเสิร์ตเพื่อรอร่วมงานละครกับทางช่อง 7

ยังคงเห็นหมอลำหนุ่มสุดฮอต “ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์”เต้นหน้าฮ้านอยู่ตลอด แม้จะมีคนบอกว่าดังขนาดนี้แล้วไม่ต้องมาเต้นก็ได้ ซึ่งหนุ่มต้าวหยองเปิดใจการเต้นเป็นภาพจำของตนไปแล้ว เพราะทำมาตั้งแต่ยังไม่ดัง หวั่นหยุดเต้นคนจะมองว่าดังแล้วเลยเลิกเต้น ขอเต้นต่อไป “พ่อเอ๊ะ ภักดี พลล้ำ” ผู้บริหารวงระเบียบวาทะศิลป์ ก็เห็นด้วยกับการที่ตนควรจะเต้นต่อไปเหมือนกัน

“ก็จะมีโชว์ ไม่รู้ว่าปีนี้จะมีพี่ๆ ศิลปินเข้ามาเพิ่มหรือเปล่า ก็รอลุ้นวันปิดอีกที ผมก็พยายามที่จะหาอะไรมาทำ เพราะว่าทางพิธีกรเรื่องหลัก พี่ๆ เขาเตรียมไว้แล้ว ส่วนถ้าในคลับก็น่าจะเป็นมินิคอนเสิร์ตหลังปิดวงครับ ช่วงหลังปิดวง ก็มีงานเสริมครับ อย่างเช่นพวกไลฟ์สดบ้าง ไลฟ์ขายของ บางคนก็ไปงานมินิคอนเสิร์ตในร้านเหล้า ผับ รับเป็นมินิคอนเสิร์ต 2-3 ชั่วโมง ก็ช่วยให้กับพี่ๆ ศิลปินมีรายได้ แต่ในส่วนตัวผมช่วงนี้ก็ห่างๆ นิดนึงครับ ช่อง 7 ก็ยังไม่รู้ว่าได้เล่นเรื่องอะไร แต่ก็มีติดต่อเข้ามา

ถามว่าทำไมผมยังแดนเซอร์หน้าฮ้านอยู่ คือมันก็เป็นภาพจำของผมมาตั้งแต่เข้ามาแรกๆ ถ้าผมหยุดเต้นไป คนอื่นอาจจะมองผมดังแล้ว มีชื่อเสียงแล้ว ลืมว่าตัวเองมาจากจุดเต้นหรือเปล่า มันก็จะมีความคิดแบบนี้ขึ้นมาในหัวเรา เราก็ต้องคิดทบทวนก็เลยทำให้ผมต้องเต้นอยู่ ซึ่งพ่อก็คิดเหมือนผมแหละ กลัวคนพูด พ่อก็เลยอยากให้เต้นอยู่ พี่ๆ หลายคนพูดว่าผมมาไกลแล้ว จริงๆ ไม่ต้องเต้นก็ได้นะ แต่มันไม่ได้ ผมเริ่มจากจุดนี้มา ก็ต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่ มันอาจจะหลายหน้าที่หน่อย แต่สำหรับผมก็ยังไหวครับ ทุกคนอยากเห็นผมเต้นไปแล้วก็ยิ้มไป นั่นคือความสุข จุดประสงค์ที่ทุกคน แม่ๆ มาหา คืออยากเห็นผมมีรอยยิ้ม มีความสุขบนเวที”

บอกอายุ 30 ค่อยหยุดเต้น
“คือตอนที่ผมเข้ามาใหม่ๆ พ่อบอกว่าคนอาจจะไม่มองเรา เราอยู่แถวหลัง อยู่แถวไหนก็ช่าง เราก็ยิ้มไปเลยลูก ยิ้มไปให้ใครก็ช่าง ยิ้มให้ต้นไม้ ยิ้มให้ตึก ยิ้มไปเลย เวลาคนดูมองก็จะแบบทำไมเต้นไปยิ้มไปเหมือนมีความสุข ผมก็จำมาตั้งแต่ที่พ่อพูดคำนั้น ก็กลายเป็นแบบไอ้เต้ายิ้มหวาน (หัวเราะ)

ถามว่าค่าตัวในการเต้นไม่เท่ากับการไปนั่งรีวิว คือมันก็เป็นงานเสริมล่ะครับ เราไม่สามารถบังคับให้ผู้จ้างมาเจาะจงว่าเอานี้ หรือเอาไปหมดนะ ถามว่าความสุขมันต่างกันไหมระหว่างเต้นหน้าฮ้านกับการไปรีวิว คือเราได้พบปะครับ เราได้พูดต่อหน้า พูดคุยกัน แต่กับไลฟ์ เราก็พูดไปเรื่อยเปื่อย คุยกับคอมเมนต์ แต่ทุกคนที่มาหา เราได้พูดคุยกัน ก็เหมือนเรามานั่งเจอกัน มันมีความสุขมากกว่า มันเป็นจุดนั้นไปแล้ว เป็นภาพจำไปแล้ว ผมทิ้งไม่ได้ ผมก็ยังทำหน้าที่นี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าตัวเองจะไม่ไหว อาจจะสัก 30 ค่อยหยุด”

ยอมไม่คุ้มค่าตัวที่ต้องเดินทางไปกลับไกลๆ เพื่ออาชีพหมอลำที่รักมาก
“บางทีก็รับ 1-2 งาน ทำงานกรุงเทพฯ แล้วบินกลับไปทำงานต่อ ผมอดทนแล้วก็ขยันมาตั้งแต่ตอนลำบากอยู่แล้ว มันไม่เป็นไรหรอก เราก็ทำหน้าที่ของเราไป แต่ว่างานหลักของเราก็คืออาชีพเป็นหมอลำครับ ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ต้องหาทางกลับมา ถามว่ามันไม่คุ้มกับค่าตัว คือเจ้าภาพทุกคนก็จะนับพี่นับน้อง บางทีฟิกซ์มาเลยนะว่า 2 คนนี้ขาดไม่ได้นะ ห้ามขาด ห้ามลา ผมก็เลยต้องไป แต่ถ้าครั้งไหนติดเรียน ต้องอ่านหนังสือสอบ มันก็จำเป็นต้องลา ก็อาจจะต้องรอ ไม่ได้เจอกัน แต่คิวงานแต่ละปีมันก็ไม่ได้ไปจุดนั้นจุดเดียว อาจจะมีปีนึง 3-4 ครั้ง เป็นอำเภอหรือจังหวัดใกล้เคียง

แต่เวลาขี้เกียจก็มีบ้าง (หัวเราะ) บอกเลยทุกคนมีหมด คือบางครั้งมันไม่อยากทำอะไรเลย วิธีรักษาเสน่ห์ให้ดูมีเอเนอร์จี้ตลอดเวลาคือมันเป็นอัตโนมัติของผมด้วยแหละ ด้วยความที่ผมเป็นคนที่พูดไม่เก่ง แต่ว่ายิ้มเยอะ ก็เลยติดยิ้มมากกว่าพูด อันนี้ก็พยายามพูดแล้วนะครับ (หัวเราะ) พยายามคุยให้เก่งแล้ว

ผมไม่รู้จะขอบคุณแฟนคลับยังไง แต่ก็เวลาเจอกล้องอะไรก็ไม่พ้นคำขอบคุณแน่นอนครับ ผมไม่รู้ว่าผมเป็นลูกใครมาจากไหน แต่ทุกคนรักเหมือนลูกเลย แทบจะเป็นห่วงกว่าลูกตัวเองอีก คอยถามว่าลูกกินอะไรหรือยัง มาถึงหรือยัง นอนพักผ่อนเพียงพอไหม ถามเหมือนเป็นลูกตัวเองเลย ยังไงก็ขอบคุณทุกคนนะครับที่เป็นห่วงเป็นใยไม่ว่าจะผมหรือพี่ๆ สมาชิกในวง ก็ขอบคุณที่ยังอยู่เคียงข้างกันนะครับ ก็อยู่ด้วยกันไปกันนานๆ นะครับ”