xs
xsm
sm
md
lg

“ซินดี้ สิรินยา” ไม่ติดใจ “ลูกเกด” ไลฟ์เดือดพาดพิงไม่มีใครแทนได้ ขออยู่ตรงกลาง ดรามา “เต้” ไม่ใช่วาระแห่งชาติ!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ซินดี้ สิรินยา” ไม่ติดใจ “ลูกเกด” ไลฟ์เดือดลั่นไม่มีใครแทนตัวเองได้ เข้าใจเป็นสไตล์ส่วนตัว เชื่อคนดูได้ประโยชน์จากความหลากหลายของเมนเทอร์ ยืนยันไม่ได้มาแทนที่ใคร แต่ละยุคมีไอคอนของตัวเอง รู้ตัวต้องโดนเปรียบเทียบ แต่เลือกโฟกัสแค่งาน เผยไม่อนุญาตให้ลูกสาวไปออดิชั่น เพราะยังอยู่ในวัยเรียน

หลัง “ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม” อดีตเมนเทอร์ในตำนานของรายการ “เดอะเฟซ ไทยแลนด์” ได้ออกมาไลฟ์เดือด เอ่ยชื่อเมนเทอร์ในซีซั่นล่าสุด พร้อมบอกว่าไม่มีใครแทนตัวเองได้ ล่าสุดวันนี้ (26 พ.ค.) ได้เจอ “ซินดี้ สิรินยา บิชอพ” หนึ่งในเมนเทอร์หลักของซีซั่นล่าสุด ในงาน “Food Universe“ เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่าไม่ได้ติดใจ เพราะเข้าใจว่าเป็นสไตล์ของอีกฝ่าย ส่วนดรามาระหว่าง “ลูกเกด” กับ “เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก” ก็ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรกัน แต่คงเป็นเรื่องที่ต้องเคลียร์

“เมนชั่นถึงซินดี้เหรอ อันนี้ซินดี้ไม่เห็น (เขาบอกไม่มีใครแทนเมทินีได้ สิรินยาก็ไม่ได้?) อ๋อเหรอ โอ้ยฉันยังไม่ได้ยินอันนี้ อืม ก็ไม่เป็นไร คิดว่าเข้าใจ มันก็จะมีคนรักของเขา ก็แค่เปิดใจลองรสชาติใหม่ๆ บ้างก็ดี มันก็ต้องมีความหลากหลาย รสชาติที่หลากหลาย บางคนชอบแซบ บางคนชอบหวาน ก็คิดว่าดีนะ คนที่ได้เปรียบที่สุดคือคนดู”

ส่วนตัวไม่ได้ติดใจ รู้ว่าเป็นสไตล์ของ “ลูกเกด”
“อันนี้ซินดี้ว่า มันก็เป็นสไตล์พี่เกดอยู่แล้ว (หัวเราะ) ซึ่งนางก็ถนัดทางนี้ ก็คิดว่าแหม มันก็ไม่ได้เป็นวาระแห่งชาติอะไรขนาดนั้น คือซินดี้ก็ไม่รู้เขาอะไรกันสองคน เราไม่ได้เกี่ยว เราถือว่าเรามาตรงนี้ เรามาทำงานของเราให้ดีที่สุด มันคืองานงานหนึ่ง แล้วถือว่าเป็นบทบาทใหม่ ก่อนหน้านี้ก็เป็นแค่กรรมการ แล้วอันนี้ก็ลองลงมาเล่นกับเขาบ้าง ซึ่งก็ถือว่าท้าทาย”

ไม่คิดมาแทนที่ใคร ให้เป็นตามยุคสมัยดีกว่า
“คือพอมันเป็นเรื่องของแบบว่า จะมาแทนกัน ซินดี้ว่ามันเป็นยุค ตามยุค ตามสมัย อันนั้นก็ต้องให้นางจริงๆ ก็เป็นปรากฏการณ์ แล้วก็เป็นไอคอนในยุคนั้น เราก็อาจจะมียุคใหม่มาบ้าง ก็คิดว่าแต่ละเมนเทอร์ ก็จะมีจุดดีจุดเด่นของแต่ละคน แล้วก็มีหนทาง มีเส้นทาง มีวิธีการที่ไม่เหมือนกัน ซินดี้ให้เกียรติทุกคน เคารพทุกคน แล้วก็คิดว่าน่าจะเปิดโอกาสให้กับคนอื่นได้ลงมา”

ไม่ลำบากที่ใจต้องร่วมงานกับ “เต้ ปิยะรัฐ” เพราะอยู่ตรงกลาง ไม่ได้เกี่ยวอะไร
ไม่ได้ลำบากใจเลย เพราะว่าฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลย ไม่ได้ลำบากใจแม้แต่นิดหนึ่ง เขาก็ไปคุยกันเอง เราอยู่กลางเราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด มันก็แค่นั้นเอง คือต้องบอกว่าเขาติดต่อมานานมาก ก่อนหน้านี้ซินดี้ติดสัญญากับเอเชียเน็กซ์ท็อปโมเดล อันนั้นก็ทำไป 3 ปี ต่อด้วยซูเปอร์โมเดลมี ซึ่งเป็นระดับรีเจนนัล คือเราไม่สามารถมาได้อยู่แล้ว เลยแค่มาแจมๆ ในฐานะกรรมการ ตอนนี้เวลามันใช่ จังหวะมันใช่ ก็เลยเอาสิ บวกกับลูกสาวชอบมาก ติดมาก ตอนนี้เป็นไอดอลของลูกสาวนะ (หัวเราะ)”

ตอนแรกคนเดาว่า “ลูกเกด” คือเมนเทอร์อีกคนที่ยังไม่เปิดตัว
“อันนั้นคือใช้จินตนาการเยอะมาก คือมันเป็นพร็อพที่อยู่บนโต๊ะนะ เราก็ไม่ได้คิดจนแบบว่า อ๋อเหรอ คือทุกคนก็เป็นที่สนใจ แล้วก็เป็นที่คาดหวังของหลายๆ คน ซึ่งเราควบคุมความคาดหวังของคนไม่ได้ ควบคุมได้อย่างเดียวคือ หน้าที่ที่เราทำให้ดีที่สุด (การที่มีองุ่นอยู่บนโต๊ะ มันเป็นแค่พร็อพส่วนหนึ่ง?) มันคือบนโต๊ะอาหาร ซึ่งมันเป็นโต๊ะอาหารที่มันเป็นพร็อพ เรายังแบบว่าอุ้ย เก่งเนาะ โยงมาเป็นลูกเกด อันนี้อาจจะต้องไปถามครีเอทีฟไดเรกเตอร์ เขาไม่ได้คิดลึกขนาดนั้นจริงๆ ไอ ดอนท์ โนว์ เออ อาจจะคิดกันเอง (หัวเราะ)”

ยังไม่รู้เหมือนกัน เมนเทอร์คนที่ 4 คือใคร
“ไม่รู้สิ คือเซ็นไว้ด้วย แล้วก็ไม่รู้จริงๆ ก็รู้อยู่รายการนี้เม็ดเยอะจะตาย (หัวเราะ) ขนาดฉันยังไม่รู้เรื่องเลย

ไม่รู้ “เต้” กับ “ลูกเกด” มีดรามาอะไรกัน
“ไม่รู้ ได้ติดตามขนาดนั้น ดิฉันแบบว่า ชีวิตนี้มีอะไร วันละพันเรื่องจริงๆ ก็เห็นแว็บๆ แล้วก็เข้าไปดูเพื่อที่จะแบบ อ๋อ แต่ว่าไม่รู้จริงๆ ว่ามีการถึงกับเอ่ยชื่อเลยนะ อันนี้อาจจะต้องไปเคลียร์ค่ะ”

ไม่ได้รู้สึกอะไรหลังคนดูแบ่งฝั่งสองรายการ
“ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เราทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด เขาจะมีเรื่องอะไรกัน เราถือว่านี่คืองานงานหนึ่ง แต่รู้สึกว่าเข้มข้นดีนะ ดรามานี่ชีวิตจริงยิ่งกว่าอีก (เห็นในคลิปที่ลูกเกดพูดใช่ไหม?) เห็นแว็บๆ แค่ตอนที่เหมือนจะพูดเรื่องที่เชิญชวน เห็นแค่นั้นจริงๆ ส่วนเพื่อนเราอารมณ์ไหน ก็อย่างที่เห็นค่ะ ควันออกหูเล็กน้อย คือเอาเป็นว่ารู้จักทั้งคู่ รู้จักกับพี่เกดดีมาก รู้ว่านางคง อื้ม อาจจะมีเรื่องที่ต้องเคลียร์หรือเปล่า แต่ว่าจริงๆ แล้วยังไม่เคยมาคุยอะไรกับซินดี้ลึกซึ้งขนาดนั้น เอาเป็นว่าให้เกียรติ แล้วก็เคารพทั้งสองฝ่ายแล้วกัน โอ้ย อยู่ยากขึ้นทุกวัน (หัวเราะ)

รู้ต้องโดนเปรียบเทียบอยู่แล้ว แต่มันควบคุมไม่ได้ เลยโฟกัสแค่งานตัวเอง
“มันเปรียบเทียบอยู่แล้ว มันควบคุมไม่ได้ เราโฟกัสกับสิ่งที่เราควบคุมได้ ก็คืองานของเรา คิดว่าถึงเวลาที่เราจะลงเล่นสนามแล้วเนี่ย มันก็จะมีสไตล์ของซินดี้ ซึ่งอาจจะไม่ต้องไปเปรียบเทียบก็ได้ (จะยกหูโทร.หาพี่เกดไหม?) นางอยู่ลอนดอน ค่าโทรศัพท์แพง เดี๋ยวนางกลับมา”

ไม่ได้วางคาแรกเตอร์ ว่าจะเป็นแบบไหน ไม่งั้นจะดูเฟก
“เอาจริงๆ นะ เรายังไม่ได้วางให้มันเป๊ะๆ อย่างนั้น เพราะซินดี้เป็นคนที่เชื่อในเรื่องของจังหวะ เรื่องของการแก้เฉพาะหน้างาน ถ้าเราวางไว้ทุกอย่างแล้วมันดูเฟก มันดูฉันกำหนดมาโน่นนี่นั่นแล้ว ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่มันเข้ามา เด็กที่เข้ามา นึกออกไหม เราก็ต้องดูหน้างานอีกทีหนึ่ง”

ลูกสาวชอบและอินมาก อยากให้แม่มาเป็นเมนเทอร์
คือจะบอกว่าเดี๋ยวนี้เด็กกลุ่มที่เป็นวัยลูกสาวเนี่ย อินมาก ชอบเป็นเอฟซี แล้วมันก็เป็นโอกาสดีที่เราจะถ่ายทอดความรู้ของเรา แบบที่สร้างสรรค์กว่าเดิม”

ยังไม่อนุญาตให้ลูกสาวไปออดิชั่น เพราะอยู่ในวัยเรียน
“ยัง ณ ตอนนี้ยัง ซินดี้มีความรู้สึกว่าต้องโตกว่านี้ ยังไม่ให้ ตอนนี้โฟกัสว่ายน้ำ แล้วก็เรียนหนังสือ คิดว่าลูกรับมือดรามาได้ แต่ว่าขึ้นอยู่กับเขาอีกทีหนึ่ง เขาอายุ 16 เอง เอาเรียนมาก่อนนะ เป็นขั้นตอนชีวิตไปก่อน ไม่ใช่ว่าไม่ให้ แต่มันต้องดูว่าความเหมาะสม แล้วก็ในช่วงวัยเรียนของเขามากกว่า ไม่ได้ปิด ซินดี้ว่ามันไม่ได้แค่เหนื่อยกายนะ มันต้องพร้อมในเรื่องของสปิริตด้วย เรื่องของใจด้วย เพราะว่ามันกดดันจากทุกมุม มากๆ เลย