xs
xsm
sm
md
lg

หนังซอมบี้เกาหลี "จอนจีฮยอน – จีชางอุค" เปิดตัวแรง ทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลีปี 2026

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ภาพยนตร์ซอมบี้ระทึกขวัญ “Colony” นำแสดงโดย จอนจีฮยอน, จีชางอุค และ กูคโยฮวาน เปิดตัวอย่างร้อนแรงในเกาหลีใต้ หลังสร้างสถิติรายได้วันแรกสูงที่สุดของปี 2026 ทันที

ข้อมูลจากสภาภาพยนตร์เกาหลีระบุว่า “โคโลนี” ทำยอดผู้ชมวันแรกเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ได้ถึง 199,768 คน ขึ้นอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลีทันที แม้จะเข้าฉายในช่วงโลว์ซีซันของโรงภาพยนตร์เกาหลี และเปิดตัวในวันพฤหัสบดีซึ่งปกติไม่ใช่วันทำเงินหลัก

ภาพยนตร์ยังทำลายสถิติเปิดตัวของหนังเกาหลีเรื่องอื่นในปีนี้ ทั้ง “เดอะคิงส์วอร์เดน” ที่เปิดตัว 117,783 คน และ “ซัลมกจี: วิสเพอริงวอเตอร์” ที่ทำได้ 89,911 คน

ล่าสุด ณ วันที่ 22 พฤษภาคม หนังมียอดผู้ชมสะสม 448,341 คน พร้อมรายได้รวมประมาณ 4.89 พันล้านวอน

ผลงานเรื่องนี้กำกับโดย ยอนซังโฮ ผู้สร้าง “ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง” และ “ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง” โดยเนื้อหาเกิดขึ้นภายในตึกระฟ้าใจกลางกรุงโซล ที่ถูกปิดตายหลังเกิดการระบาดปริศนา ทำให้ผู้รอดชีวิตต้องต่อสู้กับผู้ติดเชื้อที่สามารถวิวัฒนาการพฤติกรรมได้อย่างคาดไม่ถึง

จุดเด่นสำคัญของหนังคือการนำเสนอซอมบี้รูปแบบใหม่ ที่ทำงานเหมือน “ระบบสมองรวมหมู่” สามารถเรียนรู้และพัฒนาพฤติกรรมร่วมกันได้ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในหมู่ผู้ชม


สำหรับ จอนจีฮยอน นี่ถือเป็นการกลับคืนสู่จอภาพยนตร์ครั้งแรกในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่ “The Assassination” โดยเธอรับบท “ควอนเซจอง” ศาสตราจารย์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพและผู้นำกลุ่มผู้รอดชีวิต ขณะที่ กูคโยฮวาน รับบทนักชีววิทยาอัจฉริยะผู้เป็นต้นเหตุของการระบาด ส่วน จีชางอุค รับบทเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคาร

นักแสดงสมทบยังรวมถึง ชินฮยอนบิน, คิมชินรก และ โกซู

ก่อนเข้าฉายในเกาหลี “โคโลนี” ยังได้รับเชิญไปฉายในสายมิดไนต์สกรีนนิงของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 และได้รับเสียงปรบมือนานถึง 7 นาทีหลังฉายจบ

นักวิเคราะห์วงการภาพยนตร์มองว่า กระแสตอบรับจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ช่วยสร้างแรงส่งสำคัญให้กับการเปิดตัวในเกาหลี รวมถึงมาตรการคูปองส่วนลดตั๋วหนังจากรัฐบาลที่ช่วยกระตุ้นยอดขายช่วงแรก

รายงานยังระบุว่า หนังใช้ทุนสร้างประมาณ 20,000 ล้านวอน และเดิมคาดว่าต้องทำยอดผู้ชมราว 3-4 ล้านคนจึงจะคืนทุน แต่ภายหลังต้นทุนความเสี่ยงลดลงมาก หลังสามารถขายลิขสิทธิ์ล่วงหน้าได้กว่า 120 ประเทศทั่วโลก