“ข้าวโพด สมิตินันทน์” เล่าในศาล “นานา” ดูอมทุกข์ ส่วน “เวย์” ยังยิ้มแย้ม รับตัวเองก็ทุกข์แต่โชคดีมีเพื่อน มีครอบครัวให้กำลังใจในทุกวันทำให้แรงสู้ต่อ คนที่ไม่มีเพื่อนก็จะน่าสงสาร ไร้การอัปเดตอีกฝั่งขายบ้าน ด้าน “เวย์-นานา” เสร็จศาลก็ชิ่งหลบนักข่าว
วันนี้ (25 พ.ค.2569) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐาน สอบคำให้การ และกำหนดวันนัดสืบพยาน ในคดีดำ อ.508/2569 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ฟ้อง “นานา ไรบีนา” และ “เวย์ ไทยเทเนียม” นายปริญญา อินทชัย แรปเปอร์ชื่อดัง สองสามีภรรยากับพวกรวม 4 คน ร่วมกันเป็นจำเลย 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมปลอมและใช้เอกสารปลอม จากการหลอกลวงผู้เสียหาย 11 คน ในการกู้ยืมเงินอ้างว่านำไปลงทุน และได้ผลตอบแทนสูง แต่ก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะไม่มีการลงทุนจริง โดยรวมมูลค่าความเสียหาย 174,041,914 ล้านบาท
ซึ่งวันนี้ หนึ่งในผู้เสียหายคือ “ไฮโซข้าวโพด สมิตินันทน์” ได้เดินทางมาตามนัดหมายของศาลอาญา พร้อมด้วย “ทนายสวัสดิ์ เจริญผล” ทนายความส่วนตัว ภายหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนในห้องพิจารณาคดี “นานา-เวย์” รีบชิ่งสื่อกลับทันที งานนี้ไฮโซข้าวโพด สมิตินันทน์ เล่าว่าภายในศาลตนได้พยายามสบตา “นานา” ดูอมทุกข์ ส่วน “เวย์” ยิ้มแย้ม
ข้าวโพด : “ตอนแรกก็รู้สีกเก้ๆ กังๆ ประหม่า แต่พอมีเพื่อนจับมือกันไว้ก็อุ่นใจ มองหน้าคนที่รักกัน จับมือกันก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมา แต่พอข้าวโพดก็มองหาสายตาทั้งสองคน ก็อยากจะสบตาเขา ก็รู้สึกเก้ๆ กังๆ มองไม่ได้ มันค่อนข้างอึดอันในสถานการณ์ในศาล ความรู้สึกเปลี่ยนไปเป็น 360 องศาเลยค่ะ จากรักมาก ไว้ใจมากเหมือนญาติสนิท ตอนนี้เหมือนคนที่เคยรู้จักกัน เป็นคนที่ทำให้เราเจ็บ ครอบครัวเราเจ็บ ทำให้เพื่อนเราเจ็บ เรามีความหวังว่าจะได้เงินคืนค่ะ เราเชื่อว่าความยุติธรรมมีจริงในโลก กฎแห่งกรรมมีจริง เรามีความหวังอยู่แล้วว่าถ้าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องมันน่าจะมีอะไรดีๆ บ้าง เขาก็น่าจะทุกข์ใจ คนเราไม่น่ามีความสุขได้ ข้าวโพดพยายามจะสบตาคุณนานาก็ดูว่าเขาทุกข์ใจ มีป๊ะๆ กัน 2 รอบ เขาก็หลบตาเรา แต่คุณเวย์ดูยิ้มแย้ม เราจ้องเขา 2-3 วินาทีอยู่พักนึง
ก่อนจะมาศาลวันนี้เพื่อนๆ ทุกคนส่งไลน์มาให้กำลังใจ พวกเราเป็นกลุ่มเพื่อนที่โชคดีมาก ถ้าใครจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ในชีวิต ข้าวโพดกับเจนพูดกันทุกวันเลยว่าเพื่อน…เราโชคดีเนอะที่เรามีกันและกัน เรามีเพื่อน มีครอบครัวที่ให้การสนับสนุน เป็นกำลังใจให้เราทุกวันมันทำให้เราตื่นมาแล้วเรารู้สึกว่าเราพอมีความสุขได้ในทุกวัน เราพอมีแรงที่จะต่อสู้ในชีวิต ทำมาหากิน ทำในสิ่งที่ถูกต้อง หากินโดยสุจริตทุกวัน ตื่นขึ้นมามีกำลังใจเราถือว่าเราโชคดีที่เรามีเพื่อน คนไม่มีเพื่อนก็น่าสงสาร”
ไม่มีการอัปเดตการขายบ้านจากฝั่ง ”นานา“ ว่าไปถึงไหนแล้ว
ข้าวโพด : “เรื่องขายบ้านข้าวโพดไม่ทราบ ไม่มีอะไรอัปเดตจากทางนั้นเลย เขาไม่ได้มาแจ้งอะไรพวกเราเลย รายได้เขาจะเพียงพอชำระหนี้ไหมอันนี้เราไม่รู้จริงๆ ว่าชีวิตประจำวันเขาทำอะไรบ้าง เราก็หวังในสิ่งที่ดีที่สุดแล้วกันค่ะ จากนี้ไม่คิดว่าจะมีการพูดคุยแน่นอน เราเปิดตลอดไม่เคยปิดกั้น แต่ก็ไม่มีเราเลยไม่ได้หวังว่าจะได้พูดคุยกัน ทุกคนหวังว่าเขาจะทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
(ยังนอยด์?) มีบ้าง พวกเราอายุ 40 กว่าแล้วตอนนี้พยายามจะคัดเพื่อนออกบ้าง ถ้าเจอแล้วเหนื่อย คือเราอยากจะเจอคนที่รักกัน จับมือกุมกันไป ทุกวันนี้เหนื่อยมากนะ เป็นคุณแม่ เป็นภรรยา ทำงาน มีเพื่อนที่รักที่ต้องเจอกันบ่อยๆ อีก ถ้าเยอะเกินไปก็เหนื่อยค่ะ 40 กว่าแล้วตัดบ้าง ขอคุณภาพเท่านั้นจริงๆ”


