xs
xsm
sm
md
lg

“เจนสุดา” เปิดใจครั้งแรก ไม่เหลือความเป็นเพื่อนให้ “นานา” รับนั่งดูกรรมทำงาน เสียใจที่สุดบอกเป็นพี่สาว จนสูญ 40 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เจนสุดา” เสียใจที่สุด “นานา” มาบอกเป็นพี่สาว ในชีวิตที่เป็นลูกคนเดียว จึงทำให้เกิดความไว้ใจ ให้เงิน 40 ล้านบาทไป เชื่อจะหาใหม่ได้ ตอนนี้ตนใช้ชีวิตนั่งอยู่บนเก้าอี้พิงพนักแล้วก็มองดูกรรมมันทำงาน ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย ประกาศตรงนี้ไม่มีความเป็นเพื่อนเหลืออยู่แล้ว ไม่ต้องทักมา

เป็นอีกหนึ่งคดีที่ยังต้องติดตามกันยาวๆ โดยวันนี้ (25 พ.ค.2569) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดเพื่อตรวจพยานหลักฐาน สอบคำให้การ และกำหนดวันนัดสืบพยาน ในคดีดำ อ.508/2569 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ฟ้อง “นานา ไรบีนา”และ “เวย์ ไทยเทเนียม” นายปริญญา อินทชัย แรปเปอร์ชื่อดัง สองสามีภรรยากับพวกรวม 4 คน ร่วมกันเป็นจำเลย 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมปลอมและใช้เอกสารปลอม จากการหลอกลวงผู้เสียหาย 11 คน ในการกู้ยืมเงินอ้างว่านำไปลงทุน และได้ผลตอบแทนสูง แต่ก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะไม่มีการลงทุนจริง โดยรวมมูลค่าความเสียหาย 174,041,914 ล้านบาท

ซึ่งวันนี้ ทางด้านของกลุ่มผู้เสียหาย นำโดย “เจนสุดา ปานโต”ที่โดนไป 40 ล้านบาท และ “ไฮโซข้าวโพด สมิตินันทน์”รวมถึง “น้ำหวาน เขมจิรา กมุทชาติ”ภรรยา “เดย์ ไทยเทเนียม” จำรัส ทัศนละวาด ได้เดินทางมาตามนัดหมายของศาลอาญา พร้อมด้วย “ทนายสวัสดิ์ เจริญผล” ทนายความส่วนตัวของข้าวโพด ขณะที่ทางฝ่ายของ “นานา-เวย์” ได้เดินทางมาที่ศาลเช่นเดียวกัน แต่คาดว่าใช้เส้นทางที่หลีกเลี่ยงสื่อมวลชนที่ปักหลักรอทำข่าวบริเวณด้านหน้าทางขึ้นอาคารศาลอาญา เพื่อหลบเข้าห้องพิจารณาคดี โดยวันนี้เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองฝ่ายต้องเผชิญหน้ากัน หลังมีข้อพิพาทกันข้ามปี

ภายหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนในห้องพิจารณาคดี “นานา-เวย์” รีบชิ่งสื่อกลับทันที เช่นเดียวกับ “น้ำหวาน เขมจิรา” ภรรยา “เดย์ ไทยเทเนียม” ก็ได้เดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ด้าน “เจนสุดา” ได้ยอมเปิดใจถึงคดีนี้เป็นครั้งแรก พร้อมด้วย “ไฮโซข้าวโพด” และ “ทนายสวัสดิ์ เจริญผล” เผยฝ่ายโจทก์ยื่นพยาน 38 ปาก ส่วนฝ่ายจำเลยยื่นพยาน 8 ปาก เคาะสืบพยานนัดแรก 8 มิถุนายน 2570 งานนี้ เจนสุดา-ข้าวโพด ฟาดประโยคเด็ดถึงคู่กรณีอดีตเพื่อนซี้ นานา แบบแสบถึงไส้

เจนสุดา : “ก็โอเคค่ะ ตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะเพิ่งเคยมาศาลเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ก็โอเค อยู่กับเพื่อนๆ จับมือกันแน่นๆ แล้วก็มีทีมทนายที่น่ารัก เจนโดนไป 40 ล้านกว่าๆ ที่ผ่านมายังไม่มีการคุยกัน ไม่มีติดต่อมาเลย จริงๆ เจนค่อนข้างเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมนะ เจนก็ใช้ชีวิตนั่งอยู่บนเก้าอี้พิงพนักแล้วก็มองดูกรรมมันทำงาน ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย

วันนี้ที่เจอกันบนศาลเขาดูเครียดมากๆ มีสบตากันเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องมาก็ยังไม่มีสบตากันเลย ก็ไม่มีการทักทาย คิดว่าความเป็นเพื่อนก็คงขาดกันไปแล้ว มันขาดไปแล้วก็คงไม่ต้องทักกัน ไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วค่ะ (เราไม่ได้ประสงค์จะให้เขาติดคุก?) อันนี้อยู่ที่กระบวนการเลยค่ะ เจนไม่ได้เป็นคนพาเขามาอยู่ในจุดนี้ สุดท้ายแล้วเขาเป็นคนพาตัวเองเดินเข้ามาอยู่ตรงจุดนี้เอง ไม่ใช่เรา ฉะนั้นก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการไปค่ะ”

เสียใจที่สุด “นานา” เคยบอกว่าเป็นพี่สาวตน ในชีวิตที่ตนไม่มีพี่น้องจึงให้ความไว้ใจ เป็นสาเหตุที่ตนยอมให้เงิน 40 ล้าน
เจนสุดา : “อาจจะเป็นครั้งนึงเขาเคยบอกว่าเขาเป็นพี่สาวเรา (ส่วนนึงที่ไว้ใจให้เงินมากมายเพราะเขาบอกว่าเขาเป็นพี่สาวเรา?) ก็ประมาณนั้น เจนไม่มีพี่น้อง อยากบอกทุกคนค่ะว่าอย่าไว้ใจใครเลย เชื่อตัวเอง เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง ไม่มีใครรักเราเท่าตัวเราค่ะ สภาพจิตใจของทุกคนตอนนี้พยายามให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะรู้กันอยู่แหละว่าทุกคนกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ มันเป็นเรื่องที่หนักหนาสำหรับชีวิตทุกคน และทุกๆคนก็มีขั้นตอนชีวิตที่ไม่เหมือนกัน บางคนรู้มาก บางคนรู้สึกน้อย มันวัดไม่ได้ ตอนนี้ก็คือจับมือกันแน่นๆให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

(โพสต์บ่อย?) เป็นความรู้สึกที่เราอยากระบายเล็กๆ น้อยๆ เราก็ไม่ได้เวทีอะไรที่จะมาพูด บางครั้งบางวันเราก็อยากจะระบายนิดๆ หน่อยๆ แน่นอนว่าเจนอยากได้เงินคืนอยู่แล้ว ทุกคนที่เป็นผู้เสียหายทุกคนได้เงินมาโดยการทำงานสุจริต เจนหวังให้ตัวเองและทุกๆ คนได้เงินคืน ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าใครได้เงินคืนอะไรยังไงบ้างแล้ว และไม่ได้อยากจะไปก้าวก่ายอะไรตรงนั้น เราก็โฟกัสในเรื่องของเรา ถ้าเขาติดต่อมาขอไกล่เกลี่ยก็คงต้องปรึกษาทีมทนาย แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่มี”

ไม่มีอะไรจะพูดถึง “นานา” แม้แต่คำเดียว ทุกวันนี้พยายามอโหสิกรรมให้ เพราะไม่อยากแบกความโกรธนั้นไว้กับตัว
เจนสุดา : “เจนไม่ได้มองรายได้ของเขาแล้ว ไม่ได้อยู่ในชีวิตประจำวันของเจน ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ทุกคนมีสิทธิ์ในการต่อสู้กันไป เจนไม่มีอะไรที่อยากจะพูดกับเขาเลยแม้แต่คำเดียวก็ไม่มีค่ะ ไม่อยากบอกอะไรเขา (ยังโกรธ?) เจนพยายามอโหสิกรรมนะคะ แล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ของเราไป การแบกความโกรธไว้มันก็หนักเราเอง เราไม่รู้ว่าเขาหนักหรือเปล่า แต่เราหนัก เจนก็ไม่อยากจะแบกสิ่งนั้นไว้บนบ่าเจน เจนพยายามที่จะเดินหน้าทำงานของเจนไปในแต่ละวันให้ดีที่สุด”

เชื่อ 40 ล้านสร้างใหม่ได้
เจนสุดา : “โชคดีที่เรามีครอบครัว มีสามีที่ซัปพอร์ตตลอด ไม่งั้นก็คงเป๋ไปเยอะมากๆ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีสิ่งนี้ มีครอบครัวที่เป็นยูนิตเดียวกัน ให้กำลังใจตลอดเวลา จับมือ เข้าใจถึงสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ กระทบเยอะ แต่เรามีครอบครัวที่ดี เอาเป็นว่าเราสร้างใหม่ได้ เจนเชื่ออย่างนั้นนะ เราเคยทำมันมาได้แล้ว เราก็ต้องทำได้ ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ไขว่ขว้าโอกาสได้เท่ากัน ฉะนั้นเราก็ตั้งใจที่จะเริ่มต้นสร้างชีวิตใหม่ค่ะ”

ด้านทนายเผยคดีนี้มีพยานมากถึง 38 คน ผู้เสียหายมี 11 คน บางคนย้ายจากผู้เสียหายไปเป็นพยาน
ทนาย : “เนื่องจากกระบวนการอยู่ในชั้นศาลแล้วเราขออนุญาตไม่พูดชื่อคนที่ขอเป็นโจทก์ได้ บอกได้แค่ว่าจำนวน 6 ราย ที่ศาลอนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมได้มีคดีฉ้อโกง , คดีการใช้เอกสารปลอม ส่วนข้อหาที่ไม่สามารถร่วมได้คือ พรบ.กู้ยืมอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน หากจำเลยติดต่อเข้ามาเจรจาทางผู้เสียหายก็ยินดีคุยอยู่แล้ว ทุกคนผู้เสียหายอยากได้เงินคืน จะติดคุกไหมเอาเป็นว่าเป็นกระบวนการของทางศาล

(ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหาย 17 ท่าน แต่ตอนนี้เหลือ 11 ท่าน เกิดอะไรขึ้น?) ในส่วนของคดีอาญาเวลาเขารวบรวมผู้เสียจะมี 2 ประเภท อย่างแรกคือขอดำเนินคดีจะเรียกว่าผู้เสียหาย อีกประเภทคือไม่ประสงค์ดำเนินคดี แต่ให้การเป็นพยาน ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เสียหาย ไม่จำเป็นต้องดำเนินคดี เป็นเพียงพยานก็ได้ ซึ่งคดีนี้มีพยานมากถึง 38 คน ผู้เสียหายมี 11 คน