“นุ่น ศิรพันธ์” ขยายเวลาการเกษียณอายุให้ตัวเองจาก 45 ปี เป็น 55 ปี เพราะยังหาเงินไว้ใช้ในยามแก่ไม่ทัน มี “นก จริยา” เป็นแรงบันดาลใจใช้ชีวิตทำงานตอนแก่ เผยมีการวางแผนทางการเงินตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงานร่วมสามี “ท็อป พิพัฒน์”
รับงานในวงการปีละไม่มาก ในปีนี้นักแสดงสาว “นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา” รับเล่นละครเวที “Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก” ซึ่งขายบัตรแล้วในตอนนี้ เมื่อถามในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ งานน้อยกระทบชีวิตไหม เจ้าตัวเผยไม่เป็นปัญหาเพราะรับงานน้อยเป็นปกติ เนื่องจากมีงานหลักอยู่ด้วยคือการเป็นพนักงานออฟฟิศสามี “ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร”
“อาจจะเป็นคนที่รับงานในปริมาณประมาณนี้อยู่แล้ว ปีละ 1 เรื่อง บางปีไม่มี บางปี 2 เรื่อง มันเป็นปริมาณมาตรฐานของเราอยู่แล้ว ก็เลยไม่กระทบ เพราะไม่เคยรับเยอะๆ อยู่แล้ว ตั้งแต่ผ่าน 30 มาเราก็เลือกงานให้เข้ากับเวลา เข้ากับไลฟ์สไตล์ เข้ากับบทที่เราอยากเล่น ก็จะประมาณนี้ปีละ 1-2 เรื่อง อันนี้คืองานในวงการ ก็คือไม่กระทบ แต่ถ้าเป็นโปรเจกต์อื่นๆ ที่เป็นงานหลักของเราคือเป็นพนักงานบริษัท เข้างาน 10.00 น. เป็นเลขาฯ พี่ท็อป ตอนแรกเขาหลอกว่าให้เป็น ceo เราก็นึกว่ามันจะเลิศ แล้วเราก็ทอนลดตำแหน่งตัวเองมาตลอด ทำๆ ไปก็ทะเลาะกัน ตอนนี้เลยเหลือเป็นตำแหน่งเบ็ดเตล็ด เจเนอร์รัลเบ๊อยู่หลังบ้าน
งานหลักของนุ่นก็คืออยู่ออฟฟิศจริงๆ ทำเรื่องความยั่งยืน ที่ไม่เจอเลยคือนุ่นไปเรียน ไปเทกคอร์สเรียนการคำนวณคาร์บอน อบรมคนในองค์กร”
วางแผนชีวิต เชิญผู้เชี่ยวชาญทางการเงินมาช่วยออกแบบชีวิตให้ไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานกัน
“จริงๆ แล้วต้องขอบคุณสามี เพราะเขาพูดเรื่องความมั่นคงกับนุ่นมาตั้งแต่ช่วงที่เราเป็นแฟนกัน เขาก็ชวนทำธุรกิจเพื่อความมั่นคงทุกวัน ก่อนแต่งงานกันเราก็คุยกันว่าเราจะใช้ชีวิตยังไงวางแผนชีวิตวัยเกษียณยังไง ช้อยส์รายได้นักแสดงเลยไม่ได้เป็นตัวแรก เป็นเรื่องของธุรกิจ การลงทุนอย่างอื่น กับตรงนี้ถ้าถามว่าเศรษฐกิจกระทบไหม กระทบ งานการแสดงสำหรับนุ่นเหมือนโอเอซิส เป็นงานอดิเรกที่เราชอบ
เราก็วางแผนไว้ เก็บอยู่ ยังไปไม่ถึงเป้า มีช่วงแรกๆ ที่เราเชิญนักวางแผนการเงินมาออกแบบชีวิตให้เราว่าเราสองคนไม่มีลูก ใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์แบบนี้ อาจจะซื้อของแพง อยากไปเที่ยวประมาณนี้ เราน่าจะใช้เงินปีละเท่าไหร่ อยากเกษียณตอนอายุเท่าไหร่ น่าจะตายตอนอายุเท่าไหร่ เขาก็ช่วยวางแผนให้ว่าเราสองคนควรจะหาเงินปีละประมาณเท่าไหร่ เพื่อทำให้เรารู้ว่าเป้าใน 1 ปีควรหาเงินได้เท่าไหร่กัน ตอนนี้เราทั้งคู่ไปลงคอร์สเรียนอสังหาฯ เพื่อการลงทุน”
มองมีที่ปรึกษาวางแผนการเงินเพื่อความยั่งยืนในชีวิต
“ความยั่งยืนมันใช้ได้กับทุกเรื่องไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตให้ยั่งยืนคือการสามารถใช้ชีวิตจนแก่โดยที่มันไม่กระทบ เราสังเกตคนที่แก่แล้วยังแบกภาระหนี้สินในการเลี้ยงดู อันนี้มันคือความไม่ยั่งยืนในมิติของการใช้ชีวิต พอเรารู้ว่าเราอยากใช้ชีวิตที่ยั่งยืนมีคุณภาพ เราเองก็ไม่ได้มีองค์ความรู้ทุกเรื่อง เราก็เลยไปเชิญผู้รู้มาให้คำแนะนำ ก็ต้องหาเงินให้ได้ปีละหลักล้าน เป็นหลักล้านที่เราแพลนว่าเราจะเกษียณอายุในตัวเลขที่ไม่ได้ยาวมาก ไม่ใช่อายุ 60 พอเกษียณเร็วหาก็ต้องหาเงินต่อปีให้เยอะหน่อย เพื่อเป็นเงินเก็บ เงินสำหรับดูแลรักษาสุขภาพจนแก่ เผื่อบ้านพักคนชรา
คือเขาจะช่วยวางแผนเลยนะว่าถ้าเรามีบ้านแต่เราไม่มีคนดูแล อยู่กันสองคนตายาย บ้านพักคนชราเรตอยู่ที่ 30,000 บาท ฉิxหายแล้ว เราต้องหาเงินเพิ่มสินะ ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ได้ทำ สมมติ 75 ถ้าเรายังอยู่กันถึง ใครจะพาไปโรงพยาบาลเพราะเราเห็นคุณพ่อคุณแม่เราที่มีเราขับรถไปส่ง จ่ายค่ายาให้ แล้วมาถึงเราเราไม่มีลูก ใครจะดูแลให้“
เคยถามสามีนะว่าเราต้องเหนื่อยไหมวะ ช่วงโควิดมันเหนื่อย ธุรกิจ 4-5 อย่างของเราเหนื่อยหมด แล้วเราจะต้องเหนื่อยกันแค่ไหน พี่ท็อปก็บอกกลับมาว่าเหนื่อยแค่ให้เรายืนเป้า เราจะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าปีนี้เราต้องหาเงินเยอะ เยอะของแต่ละคนไม่เท่ากันอีก แต่ถ้าเราไม่มีเป้าเราจะรู้สึกว่าเราต้องหาไม่รู้จักจบสิ้น
แต่ก่อนต้องจ้างคนมาวางแผนชีวิตให้แต่เดี๋ยวนี้นุ่นว่าไม่ต้องแล้ว เราใช้เอไอซึ่งมันเริ่ดมาก ทำให้เดี๋ยวนี้การวางแผนชีวิตตัวเองมันง่ายขึ้นเยอะ เราป้อนข้อมูลเขียนพรอมชีวิตตัวเองอย่างละเอียดใส่ลงไป ให้มันจัดการให้”
เคยตั้งเกษียณ 45 ปีแต่ตอนนี้ขอขยายเป็น 55 ปี
“ตอนแรกตั้งไว้ที่ 45 ตั้งไว้ตอนอายุ 30 กว่าๆแต่ปีนี้ 44 แล้ว คงต้องขยายเวลาเพราะเก็บเงินไม่ทัน ไม่เข้าเป้าเสียที ตอนนี้คิดว่าอาจจะเป็น 55 จับมือกันว่า 55 เราจะไม่เหนื่อยเท่านี้ ในส่วนของการแสดง ตัวนุ่นชอบพี่นก จริยา แอนโฟเน่มาก ตอนแรกนุ่นไม่เห็นภาพตัวเองว่าเราจะสามารถเป็นคนที่อยู่ในกองถ่ายได้ การตื่นแต่เช้าเอาตัวเองไปอยู่ในกองถ่าย เจอคนเยอะๆ มันอาจจะไม่ใช่เราตอนอายุ 50 เราอาจจะต้องไปทางธุรกิจแต่พี่นก จริยา เป็นคนเปิดโลกให้นุ่นมากๆ
เราเล่นละครด้วยกันเรื่องเรือนทาส พี่นกเป็นคนที่มีความสุขมาตั้งแต่ลงจากรถ ทักทายทุกคน ยิ้มแย้มแจ่มใส พอเจอเด็กเจน z ก็คุยเล่นกันได้ เล่นติ๊กต๊อกได้ด้วย นี่ไม่เล่นเลยนะ ไม่ถนัด พี่นกยังเล่น ในพื้นที่ของตัวเองพี่นกจะมีโซนตะกร้าคนแก่ของเขา คือเขายังมีพื้นที่ของเขาแล้วเขาก็ยังมีความสุข เป็นไอดอลในการใช้ชีวิตกองถ่ายของนุ่นที่ดีมาก ทำให้เราเริ่มเห็นภาพตัวเองถ้าอายุมากขึ้นเราก็อาจจะยังไปต่อ เป็นย่า เป็นยายได้ เราสามารถใช้ชีวิตแบบนี้ได้”
รับชีวิตไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางเป๊ะขนาดนั้น แต่มีแผนไว้เป็นเส้นหลักในการใช้ชีวิต
“ตอนนี้ก็ออกนอกแผนอยู่ การมีแผนชีวิตมันเหมือนเป็นกระดูกสันหลัง แม้เราจะออกนอกเส้นทางไปบ้างแต่เรารู้ว่าเรามีเส้นหลักที่จะต้องกลับมา เราไม่เปลี่ยนแผนหลักของเรา นุ่นอาจจะเหมือนมีระเบียบนะแต่จริงๆ ไม่มี แต่พี่ท็อปเขามีระเบียบ เขาเป๊ะ เขาจะมีแพตเทิร์นของเขา เราก็มีแพตเทิร์นของเราซึ่งมันไม่ตรงกัน”
กับ “ท็อป พิพัฒน์” สามีรู้เหลี่ยมกันหมดแล้ว ผลัดกันดูแลไม่มีใครนำใครไปตลอด
“มันก็ 20 กว่าปีมาแล้ว มันลงตัวแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่ทะเลาะกัน แต่มันจะรู้เหลี่ยมกัน เรารู้ว่าทำแบบนี้แล้วเขาจะบ่น ฉะนั้นเราจะพูดก่อนที่เขาจะพูด ทำไมเราต้องให้เขาพูด เดี๋ยวเขาจะอารมณ์เสีย ซึ่งมาดูในละครเวที Once Again อีกสักครั้ง..ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก เอาอินไซต์มาใส่เต็ม เอาชีวิตครอบครัวมาลงในเรื่องนี้เลยในบางเรื่อง มันก็มีอินเนอร์ ในเรื่องจะพูดถึงการเริ่มต้นความรักมันก็หอมหวาน แล้วก็จะมีช่วงปรับจูนตรงนี้แหละที่เราเอาอินไซต์มาใส่ด้วย
ผลัดกันดูแล บางเรื่องพี่ท็อปก็ยังให้เราดูแล บางเรื่องเราก็ต้องให้เขาดูแล ชีวิตคู่มันคือผลัดกัน ไม่ใช่ใครนำใคร ไม่อย่างนั้นมันจะอยู่ด้วยความอึดอัดและกดดัน เรื่องนี้เขาเก่งก็ให้เขานำ ส่วนเราก็ควรจะกล้าที่จะพูดในสิ่งที่เราเห็นต่าง มันจะทำให้เราไม่อึดอัด”


