xs
xsm
sm
md
lg

ภาพมายา ความตาย และเรื่องสั้นที่หายไป ‘แดนฝันอันตรธาน’ ชวนมองให้ทะลุกลลวงแห่งชีวิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อภินันท์ บุญเรืองพะเนา



หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยหลงใหลในบรรยากาศกึ่งจริงกึ่งฝัน ชอบความลึกลับชวนค้นหาของการสืบเสาะความจริง และคิดว่าโลกใบนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากเวทีมายาขนาดใหญ่ที่ทุกคนต่างเล่นละครใส่กัน คุณต้องไม่พลาด “แดนฝันอันตรธาน” หรือ The White Rabbit หนังแนวดราม่า ลึกลับ โรแมนติก ความยาว 73 นาที ที่หยิบยื่นรสชาติอันแปลกประหลาดด้วยการพาผู้ชมดิ่งลึกไปสู่โลกที่ความจริงตรงหน้าพร้อมจะแปรเปลี่ยนและอันตรธานหายไปได้ในทุกวินาที ผ่านเรื่องราวที่ตั้งคำถามกับกลลวงของชีวิตและสังคมอย่างเจ็บแสบ

สารตั้งต้นของหนังเรื่องนี้มาจากตัวตนและปูมหลังอันเป็นเอกลักษณ์ของ “บอส - ณัฐภกร แน่งน้อย” ผู้กำกับหนุ่มจากภูเก็ต ผู้รับหน้าที่ทั้งกำกับ / เขียนบท / และอำนวยการสร้าง (ร่วมกับ พิพัฒน์ วัฒนพานิช) เขาคือเด็กหนุ่มเจ้าของฉายา Magicboy ศิษย์เก่าจากคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผู้ซึ่งหลงใหลในศาสตร์แห่งมายากลมาตั้งแต่อายุ 11 ปี


จากความประทับใจในวัยเด็กสู่การศึกษาอย่างจริงจังผ่านโลกอินเทอร์เน็ตจนเชี่ยวชาญ ผนวกเข้ากับความสนใจในด้านอื่น ๆ ทั้งการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ดนตรีไทย และดนตรีสากล ท้ายที่สุด ณัฐภกรเลือกที่จะเรียนต่อด้านภาพยนตร์เพราะเขาค้นพบว่า ภาพยนตร์คือศิลปศาสตร์แขนงเดียวที่สามารถหลอมรวมทุกความชอบของเขา ทั้งเรื่องเล่า มายากล และดนตรี เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ

เขาพบความคล้ายคลึงอันน่าประหลาดระหว่างภาพยนตร์และมายากล ตรงที่มันคือศาสตร์แห่งการ “บันดาลเรื่องเหนือจริงให้เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความเชี่ยวชาญของผู้สร้าง” และหลังจากผลงานภาพยนตร์สั้นของเขาเคยเดินทางไปประกวดและฉายในเทศกาลภาพยนตร์สั้นมาแล้วมากมายทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ “แดนฝันอันตรธาน” จึงนับเป็นผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกหลังเรียนจบที่เขาปลุกปั้นด้วยความอุตสาหะยาวนานกว่า 3 ปีเต็ม

โดยหนังเรื่องนี้เขาได้รับแรงบันดาลใจสำคัญมาจากจุดเปลี่ยนในชีวิตอย่างการสูญเสียคุณย่าอันเป็นที่รัก ซึ่งส่งผลให้เขาหันมาสนใจประเด็นเรื่องชีวิตและความตายอย่างจริงจัง จนนำไปสู่การค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพกู้ภัยที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์คับขันและความเป็นความตายในทุกวัน กลายมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการเขียนบทร่วมกับ “ธนธรณ์ วีรดิษฐกิจ”


จากแรงบันดาลใจเหล่านั้น ถูกแปรเปลี่ยนมาเป็นเส้นเรื่องย่อสุดระทึกขวัญที่เล่าถึงโลกของ “เบิร์ด” อดีตนักมายากลหนุ่มผู้ผันตัวมาเป็นอาสาสมัครกู้ภัย ชายผู้เชื่อว่าไม่มีใครจะมองทะลุภาพลวงตาได้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว ทว่าชีวิตของเบิร์ดกลับต้องสั่นคลอนเมื่อเขาต้องเผชิญกับคดีฆาตกรรมปริศนาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในท้องถิ่น ซึ่งกระตุ้นสัญชาตญาณการจับพิรุธของเขาให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง “อีฟ” อดีตคนรักของเขาได้เดินทางกลับมาพร้อมกับเรื่องสั้นลึกลับที่เธอแต่งขึ้นในชื่อ The White Rabbit แต่ความน่าประหลาดใจอยู่ตรงที่เนื้อหาในเรื่องสั้นของเธอนั้นดันมีจุดเชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริงอย่างน่าขนลุก เบิร์ดจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาคำตอบและคลี่คลายปมปริศนานี้ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เต็มไปด้วยคำโกหกและการเมืองระดับท้องถิ่น

โดยผู้กำกับได้ทำการเปรียบเทียบสองโลกที่ต่างกันสุดขั้วได้อย่างน่าสนใจ นั่นคือโลกของนักมายากลที่มีทักษะในการทำซ้ำตามรูปแบบที่ซักซ้อมมาอย่างแม่นยำ กับโลกของกู้ภัยที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันตลอดเวลา การจับอดีตนักมายากลมาอยู่ในชุดกู้ภัยจึงเป็นการท้าทายและสำรวจความเปราะบางของมนุษย์เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้



นอกเหนือจากนี้ หนังยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรมเยอรมันคลาสสิกเรื่อง Mario and the Magician ของ Thomas Mann ในฉากที่นักมายากลแสดงกลต่อหน้าชนชั้นสูง ซึ่งณัฐภกรนำมาเปรียบเทียบกับประสบการณ์จริงที่เขาเคยเล่นกลให้นักการเมืองดู สะท้อนมุมมองที่ว่าแท้จริงแล้วนักการเมืองที่คิดว่าตนเองอยู่เหนือผู้อื่น ก็ล้วนถูกควบคุมด้วยมนต์มายาจากนักมายากลอีกทีหนึ่ง ประเด็นเชิงวิพากษ์นี้จึงถูกสอดแทรกเข้ากับปมฆาตกรรมในเรื่องอย่างมีชั้นเชิง

อีกหนึ่งส่วนผสมที่แข็งแกร่งและส่งให้ตัวหนังมีพลังอย่างยิ่งคือ ทัพนักแสดงที่ผสมผสานระหว่างนักแสดงอิสระยอดฝีมือและคนทำงานสายศิลปะ บท “เบิร์ด” อดีตนักมายากลตกอับได้ “ขุนโน้ต - จิรภัทร อุตมานันทน์” มารับบทนำเต็มตัวเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากที่เขาโลดแล่นในวงการบันเทิงมานานกว่า 10 ปี มีผลงานโฆษณาและมิวสิกวิดีโอกว่า 50 ชิ้น รวมถึงเป็นนักร้องและมือกีตาร์/คีย์บอร์ดให้วง Vodka Band และ GOVE

หลายคนอาจคุ้นหน้าขุนโน้ตจากบทบาทสายคอมิดี้แย่งซีนในภาพยนตร์ Fast & Feel Love หรือซีรีส์วัยรุ่นชื่อดังอย่าง My School President การมารับบทเบิร์ดในครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าเขาสามารถถ่ายทอดอารมณ์ดราม่าอันหนักหน่วงและเงียบขรึมได้ดีไม่แพ้งานตลก แถมยังต้องลงทุนศึกษาการเล่นมายากลจริง ๆ ก่อนเข้าฉากเพื่อความสมจริง

“เอิงเอย - ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์” ในบท “อีฟ” นักเขียนสาวผู้กุมปมเร้นลับในใจ นักแสดงหญิงผู้ได้ฉายา “เจ้าแม่หนังอินดี้รุ่นใหม่” ผู้เคยร่วมงานกับผู้กำกับยอดฝีมือมาแล้วมากมาย และเคยคว้ารางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีสากลอย่าง Asian Film Festival จากภาพยนตร์เรื่อง Human Resource ของค่าย GDH ด้วยเสน่ห์การแสดงที่น้อยแต่มากและภาพลักษณ์ที่มีความเป็นศิลปินสูง



ผู้กำกับณัฐภกรซึ่งประทับใจเธอมาตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง “นคร-สวรรค์”ถึงขั้นเขียนบทอีฟนี้ขึ้นมาเพื่อตั้งใจให้เป็น “ประภามณฑล”โดยเฉพาะ เพื่อตอกย้ำความตั้งใจของเธอที่พร้อมจะสนับสนุนผู้กำกับรุ่นใหม่และภาพยนตร์อิสระเสมอ สมทบด้วยนักแสดงละครเวทีระดับปรมาจารย์ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปีอย่าง “สายฟ้า ตันธนา” ในบท “เปรม” หัวหน้าทีมกู้ภัย ร่วมด้วย “ปิยราช เปลี่ยนพันธ์” หรือที่คอหนังรู้จักกันดีในฐานะอินฟลูเอนเซอร์และยูทูปเบอร์สายภาพยนตร์ชื่อดังจากช่อง ScoopViewfinder มารับบทเป็น มารับบทเป็น “เจมส์” หนึ่งในทีมกู้ภัย และปิดท้ายด้วย “พงษ์ภัทร ประทุมสุวรรณ” ช่างภาพและนักแสดงอิสระที่มีผลงานต่อเนื่อง มารับบทเป็น “แมน” เติมเต็มให้ทีมอาสาสมัครกู้ภัยในเรื่องดูมีเลือดเนื้อและสมจริงอย่างที่สุด

ความพิถีพิถันของ “แดนฝันอันตรธาน” ยังสะท้อนผ่านงานสร้างและอิทธิพลทางภาพยนตร์ที่ผู้กำกับระบุไว้อย่างชัดเจน ณัฐภกรได้ลงไปคลุกคลีศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตและการทำงานร่วมกับอาสาสมัครกู้ภัยตัวจริงเพื่อเก็บรายละเอียดมาใช้ในหนัง ในแง่ของสถานที่ถ่ายทำ ตัวหนังเลือกใช้อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นฉากหลังหลัก โดยเฉพาะฉากป่าลึกลับซึ่งถ่ายทำในเขตอุทยานถ้ำผาลอด โดยได้รับคำแนะนำจากคุณยายของผู้กำกับซึ่งบวชชีและพำนักอยู่ที่นั่น


บรรยากาศของป่าในหนังจึงถูกดีไซน์ออกมาให้มีความดิบชื้น ละมุน แฝงเร้นไปด้วยความน่ากลัวกึ่งฝัน ซึ่งได้รับอิทธิพลโดยตรงจากสไตล์ภาพยนตร์ของผู้กำกับระดับโลกที่ณัฐภกรยกย่อง ไม่ว่าจะเป็นความลึกลับของผืนป่าแบบ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” บรรยากาศสืบสวนจิตวิทยาอันน่ากระสับกระส่ายจากภาพยนตร์เรื่อง Cure ของ “คิโยชิ คุโรซาวา” ตลอดจนการวางมุมกล้องและการกำกับซีนอารมณ์เพื่อสื่อถึงสายสัมพันธ์อันเปราะบางทว่าชิดใกล้ของตัวละครนำแบบที่เห็นในภาพยนตร์เรื่อง Drive My Car รวมถึงงานดราม่าลุ่มลึกของ “อีชางดง” ผู้กำกับชื่อดังชาวเกาหลีใต้

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ แดนฝันอันตรธาน (The White Rabbit) จึงนับเป็นหนังระทึกขวัญสืบสวนสอบสวนที่กอปรด้วยศิลปะภาพยนตร์ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้เข้าไปสำรวจจิตใจมนุษย์ผ่านเลนส์ของมายากลและความตาย มาร่วมพิสูจน์ความลุ่มลึกและมองหาคำตอบของภาพลวงตานี้พร้อมกัน ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป เฉพาะที่โรงภาพยนตร์ SF Cinema และ House Samyan เท่านั้น